วิเคราะห์ : ประชากรบนโลกเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ แนวโน้มไปทางไหน?

ทวีศักดิ์ บุตรตัน

ไปที่ไหนๆ ก็เจอคนสวมหน้ากากปิดปากปิดจมูกมิดชิด เหมือนอยู่ในถิ่นมนุษย์ต่างดาว บางคนใส่หน้ากากอนามัยเพราะกลัวฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 บางคนอ้างสกัดเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดไปค่อนโลก

แต่ไม่ว่าจะปิดปากปิดจมูกเพราะฝุ่นพิษหรือกลัวเชื้อโรค วันนี้ผู้คนต่างตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

เป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็น อย่างเชื้อไวรัสโคโรนามีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน คนติดเชื้อก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อเนื่องจากอยู่ในระยะฟักตัว เดินไปไหนมาไหนก็ไอจามใส่คนอื่นๆ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

ในเว็บไซต์ของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่าไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ใหม่ เป็นไวรัสที่ผสมสารพันธุกรรมระหว่างไวรัสโคโรนาของค้างคาวกับไวรัสโคโรนาของงูเห่า แล้วแพร่เชื้อจากงูเห่ามายังคนได้

แรกๆ นั้นคนงานในตลาดเมืองอู่ฮั่นและลูกค้าในตลาดซึ่งขายสัตว์สารพัดชนิด มีทั้งค้างคาว งู หมี จระเข้ นกยูง เม่น ฯลฯ ติดเชื้อ ต่อมากลายพันธุ์จากคนไปสู่คน

คนจีนติดเชื้อไวรัสมากกว่า 17,000 คน เสียชีวิตกว่า 360 คน รัฐบาลจีนต้องใช้มาตรการเด็ดขาดปิดเมืองอู่ฮั่น ไม่ให้ใครเข้า-ออกเพื่อปราบเชื้อให้เบ็ดเสร็จ

 

ภาพของเมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นเมืองใหญ่มีประชากรอยู่หนาแน่น 11 ล้านคน ใหญ่อันดับ 7 ของจีน กลายเป็นเมืองร้าง

เชื้อไวรัสโคโรนาสร้างความเสียหายตามมาอย่างมากมาย ประเมินเบื้องต้นจีนสูญเสียไปแล้ว 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

รัฐบาลจีนกำลังวางแผนปั๊มเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจเพื่อพยุงสถานะทางเศรษฐกิจไม่ให้ร่วงผล็อยไปมากกว่านี้

บริษัทต่างชาติในจีน อย่างโตโยต้า สตาร์บัคส์ แมคโดนัลด์ พากันปิดโรงงานร้านค้าหนีเชื้อโคโรนา

ประเทศต่างๆ หวาดผวา เพราะถึงขณะนี้คนติดเชื้อกระจายไปทั่วโลกรวมแล้ว 26 ประเทศ

เชื้อไวรัสโคโรนายังมีผลกระทบต่อมิติทางสังคม อย่างมัสยิดในมาเลเซีย ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้าไป เช่นเดียวกับร้านค้าบางแห่งในญี่ปุ่นติดป้ายขอโทษที่ไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนเพราะกลัวติดเชื้อ

บางประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียประกาศห้ามชาวต่างชาติที่มาจากจีนเข้าเมือง และส่งเครื่องบินไปรับคนของตัวเองกลับบ้าน

รัฐบาลไทยเองจัดเครื่องบินไปรับคนไทยในจีนเช่นกัน

องค์การอนามัยโลกหรือฮู มองการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นยกระดับให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ฮูตั้งข้อสังเกตว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากการกลายพันธุ์ของเชื้อโรคตัวเก่า การเปลี่ยนแปลงของเมืองและประชากร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

 

ถ้าเทียบไวรัสโคโรนากับซาร์สหรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรงเมื่อเดือนมีนาคม 2546 แล้ว ไวรัสโคโรนาระบาดเร็วกว่า

สำนักข่าวซีบีซีของแคนาดาตั้งคำถามว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศโลกหรือไม่

จากนั้นซีบีซีได้อธิบายว่า ทุกวันนี้คนและสัตว์ป่ากำลังเผชิญหน้ากับภาวะโลกร้อน ช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิอุณหภูมิสูงขึ้น ไม่ได้หนาวเหน็บเหมือนอดีต มีผลต่อค้างคาวที่เป็นพาหะของเชื้อโรค

ในผลวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า ภาวะโลกร้อนทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรครวดเร็วขึ้น

ยกตัวอย่างการแพร่ระบาดของเห็บกวาง (deer tick) ในบริเวณฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและตอนกลางของสหรัฐ เป็นอุณหภูมิในหน้าร้อนและฤดูใบไม้ผลิเพิ่มสูงขึ้นทำให้เห็บกวางแพร่พันธุ์มากขึ้น

เห็บกวางเป็นพาหะของเชื้อไลม์ (lyme disease) ถ้าเห็บชนิดนี้กัดจะมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดหัว ปวดข้อกระดูก

วงจรชีวิตของเห็บกวางที่เปลี่ยนไปนั้นแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศมีผลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค

เช่นเดียวกัน อากาศที่หนาวเย็นนานๆ ก็มีผลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานและแพร่ระบาดได้อย่างต่อเนื่อง

กล่าวโดยสรุป การเปลี่ยนสภาวะภูมิอากาศ และการแพร่ระบาดของเชื้อโรคมีความสัมพันธ์กัน

 

ย้อนกลับมาพูดถึงฝุ่นพิษ แม้ว่ารัฐบาลจะยกปัญหาให้เป็นวาระแห่งชาติมาหลายเดือนแล้ว แต่ปัญหายังบานปลาย หลายพื้นที่อยู่ในระดับอันตราย

มาตรการงัดออกมาใช้ไม่สามารถแก้ปัญหาฝุ่นได้ผลชะงัด

ปัญหาหลักของฝุ่นพิษในเมืองใหญ่ เกิดจากรถยนต์และโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดใหญ่

ในประเด็นรถยนต์ ถ้ารัฐบาลต้องใช้ยาแรง เช่น คุมเข้มรถปล่อยควันตามมาตรฐาน หรือให้รถยนต์เก่าๆ ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ปล่อยควันพิษออกมาต่ำ หรือห้ามรถวิ่งในวันคู่หรือวันคี่ในพื้นที่ใจกลางเมือง จุดที่จราจรติดขัด หรือไม่ก็วิ่งในเมืองช่วงวันอาทิตย์

ส่วนประเด็นการก่อสร้างรถไฟฟ้า รัฐบาลต้องกำหนดช่วงเวลาการก่อสร้างรถไฟฟ้าให้มีผลกระทบต่อปัญหาจราจรน้อยที่สุดและมีปริมาณฝุ่นในระดับต่ำสุด

เชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ เห็นด้วยถ้าเลื่อนเวลาการใช้รถไฟฟ้าออกไปแต่ปริมาณฝุ่นพิษลดน้อยลง

ถ้ารัฐบาลยังลังเลไม่กล้าใช้ยาแรงในการคุมฝุ่นพิษอย่างนี้ เชื่อเถอะ ปัญหานี้จะเรื้อรัง วนซ้ำทุกปี

บทความก่อนหน้านี้วรศักดิ์ มหัทธโนบล : ในวงล้อมของโรคระบาดในจีน
บทความถัดไปแชร์ว่อน! ครูหลุดคำพูดใส่นักเรียน ถ้าไม่มีสติ จะโดนยิงตายเหมือนเหตุโคราช สมควรไปเกิดใหม่