จรัญ พงษ์จีน : ศึกซักฟอกใกล้มาถึง แต่ฝ่ายค้านกลับลำบาก

จรัญ พงษ์จีน

มีความคืบหน้าไปอีกก้าว “ศึกซักฟอก” หรือชื่อเต็มๆ “ญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่ง 7 พรรคฝ่ายค้านจะประชุมร่วม “เคาะชื่อ” สรุปกันอีกรอบ ก่อนวันที่ 29 มกราคม

ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” แกนนำฝ่ายค้าน ที่เวลานี้มิต่างอะไรกับเขมรแตกทัพ นัดประชุม “3 ฝ่าย” ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารพรรค-คณะกิจกรรมพรรค และกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ไปเมื่อวันวาน

แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งในส่วนของ “ผู้ถูกอภิปราย” และ “ผู้อภิปราย” ว่าจะมีใครบ้าง ต้องนำเข้าที่ประชุม 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมอีกระลอก

“ศึกซักฟอก” แม้จะจวนเจียนเต็มประดาแด ยังคืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล…และมีแนวโน้มว่าจะออกทะเล

โดยเฉพาะรายนามรัฐมนตรีที่โดนล็อกเป้าขึ้นเขียงเชือด ไม่เพียงแต่ “ฝ่ายค้านร่วม” ยังสรุปกันไม่ลงตัว ภายใน “พรรคเพื่อไทย” ก็ยังตกลงกันไม่แล้วเสร็จ

เบื้องต้นเต้าโผล่ตูดแพลมนำร่องเรียกน้ำย่อยเพียง 5 คน ประกอบด้วย

1. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 2. “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี 3. “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี 4. “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 5. “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

พลันที่ “เพื่อไทย” เปิดโผรายชื่อ 5 เสนาบดีที่โดนจับขึ้นบัญชีซักฟอก บรรดา “ตุ๊กแกการเมือง” พากันครางฮาโรย ร้อง “ตับแก่” กันเสียงหลง เป็นรายของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” ที่ทำท่าว่าจะไม่โดน ถูกสับคัตเอาต์ทิ้งได้ไง

โดยเฉพาะประเด็นกิ๊บเก๋ “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน” มีนักเลงดีปล่อยข่าว ให้ซุบซิบนินทากันสนั่น เหตุและปัจจัยที่ชื่อ “บิ๊กป้อม” หลุดเฟรมจากทำเนียบนามผู้ถูกอภิปราย

และที่ของเขาแรง เข้ากับสีสันและบรรยากาศมากสุด ก็ต้อง “เสี่ยอ่าง-ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่ระบุเป็นตุเป็นตะว่า กระแสงูเห่าเพื่อไทย ไม่มีอะไรหวือหวาน่าตื่นเต้นเร้าใจ เท่ากับงูตัวใหญ่ระดับพญานาค แอบไปเปิดห้องสูทโรงแรมแถวๆ ราชดำริ “ปิดดีลลับ” กับใครบางคน

และท้ายที่สุดรายชื่อผู้ซักฟอก จบข่าวแบบชั้นเลิศประเสริฐศรี แฮปปี้เอนดิ้งทั้งสองฝ่าย ชื่อ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ เจ้าของบ้านรอยต่อ 5 จังหวัด กระเด็นหลุดโผ

ร้อนถึง “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ต้องออกโรงแก้ต่าง ถึงสาเหตุที่ไม่มีชื่อ “บิ๊กป้อม” ในศึกอภิปราย เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้อมูลเก่า ทั้งเรื่องบัญชีทรัพย์สิน ปมแหวนและนาฬิกา ประเด็นนี้ถือว่ามันจบไปแล้ว ป.ป.ช.ได้มีการชี้มูล วินิจฉัยแล้วว่าไม่ผิด ดังนั้น หากฝ่ายค้านจะไปอภิปรายในประเด็นดังกล่าวอีก ก็เท่ากับไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรอิสระ

“คนที่อภิปรายต้องรับผิดชอบตัวเอง อาจมีความผิดติดคุกกันได้ ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นกุนซือการอภิปราย อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ถ้าพาทีมงานจบแบบนั้น เสียชื่อตาย แต่หากใครมีข้อมูลใหม่ที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตรก็ไม่คัดค้านเลย”

 

ขณะที่ “สุทิน คลังแสง” ประธานวิปฝ่ายค้าน แกนนำดาวสภาอีกรายของพรรคเพื่อไทย สรุปอีกอย่างว่า ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 29 มกราคม

มีการเสนอรายชื่อผู้ถูกอภิปรายเพิ่มจาก 5 คน เป็น 7 คนแล้ว ที่ขึ้นป้ายไว้สำหรับผู้ติดโผรอบใหม่ ประกอบด้วย 1. “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ 2. “นายอุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 3. “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม 4. “นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ 5. “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วน 2 รายที่งานงอก จะมีใครบ้าง ก็ต้องติดตามกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ 7 พรรคฝ่ายค้านร่วม ดูเหมือนจะขัดแย้งกันเองมากพอสมควรเกี่ยวกับ “รายชื่อผู้ถูกอภิปราย” ที่มองต่างมุมกันมากที่สุดคือ “บิ๊กป้อม” ที่พรรคเพื่อไทย แค่รายสองรายหมายจะมุ่งกระแทกกลาง แต่ส่วนใหญ่อยากจะผ่อนคันเร่ง มีดีลอะไรกันบ้างบางประการ จึงทอดไมตรี กาชื่อทิ้ง แต่ “พรรคเสรีรวมไทย” กลับไม่เห็นด้วย จึงต้องนำไปตัดสินชี้ขาดกันในที่ประชุมใหญ่ ก่อนมีมติเคาะล็อตสุดท้าย

สำหรับญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” ที่คาดว่าจุดลงตัววันทำศึกน่าจะปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก็ไม่น่าจะทลายห้าง “ตู่ 2/1” ให้พังครืนลงได้แน่นอน ไม่ใช่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่โดนซักฟอกจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง หรือความสามัคคีเป็นเลิศ

เพียงแต่ “ฝ่ายค้าน” สถานการณ์ย่ำแย่อาการหนักกว่า โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย

ดังที่ทราบว่า นับตั้งแต่ออกจากจุดสตาร์ตช่วงเลือกตั้งใหญ่ “พรรคเพื่อไทย” แชมป์เก่า 2-3 สมัย “เล่นท่ายาก” เอาแบงก์พันไปแตกแบงก์ร้อย เลยถูกกินรวบ

ไม่เพียงแต่ลูกข่าย “ไทยรักษาชาติ” ถูกยุบและกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมืองกันระนาวเท่านั้น

“บิ๊กเนม” จากเพื่อไทย ปรากฏว่าต่างพากันไปยืนค้ำถ่อรอเสียบในตำแหน่งรัฐมนตรี พาเหรดกันลงบัญชีรายชื่อ

ไม่มีใครลงสมัครรับเลือกตั้ง “ระบบเขต” กันเลย

เลยเหยียบเปลือกกล้วย คือกับดักรัฐธรรมนูญฉบับขี้เหร่เรียกเฮีย หงายท้องตีลังกา “บัญชีรายชื่อ” กินไข่ ไม่ได้เป็น ส.ส.เลยแม้แต่คนเดียว

นักการเมืองตัวกลั่นค่าย “เพื่อไทย” ไม่มีใครอยู่ในสภา ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใช้บริการ “ทีมบี-ซี”

รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เลยหวานคอแร้ง สบายบรื๋อในศึกซักฟอกคาบนี้

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร / ไม่จบแถมบานทะโร่
บทความถัดไปพปชร. ดักฝ่ายการเมืองอย่าโหนกระแส ยันรัฐบาลคุมระบาดโคโรน่าไวรัสได้