ฟ้า พูลวรลักษณ์ | สังคมญี่ปุ่นกำลังชราภาพอย่างรวดเร็ว ถดถอย สิ้นหวัง ?

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๖๐)

มีปรากฏการณ์หนึ่งที่ฉันสนใจ เกี่ยวกับหนัง

๑ หนังอินเดีย

๒ หนังญี่ปุ่น

กล่าวคือ หนังอินเดียในยุคนี้ ทำได้น่าทึ่ง มีเนื้อหาไปได้ทุกซอกทุกมุม ในขณะที่หนังญี่ปุ่นกลับเป็นตรงกันข้าม มีเนื้อหานิดเดียว หมกมุ่นในหนังแค่แบบสองแบบเท่านั้น โรแมนติกจนเลี่ยน มักจะเป็นหนังรักเท่านั้น

จุดนี้สะเทือนใจฉัน เพราะสมัยฉันเป็นเด็ก ทุกอย่างเป็นตรงกันข้าม หนังญี่ปุ่นมีพัฒนาการกว้างใหญ่ เป็นเพียงหนึ่งเดียวในเอเชียที่ท้าทายหนังฝรั่ง

ส่วนหนังอินเดียนั้น มีรูปแบบเฉพาะตน มักจะมากด้วยเสียงเพลง น้ำตานองหน้า ที่เรามักล้อเลียนว่า โศกเศร้าแบบหนังอินเดีย

แต่ช่วงเวลาผ่านมาแบบไม่รู้สึกตัว ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง

แสดงว่าอินเดียเริ่มแสดงศักยภาพของชนชาติพวกเขา ที่มีทุกซอกทุกมุม พิสดารล้ำลึกยิ่งกว่าหนังชาติอื่นเสียอีก และสร้างได้อย่างมาตรฐาน

ส่วนชาติญี่ปุ่นนั้นกำลังมีปัญหา มันกำลังเกิดปรากฏการณ์ implosion คือการระเบิดเข้าข้างใน มีอาการยุบตัว ส่วนอินเดียกำลังขยายตัว เกิดอะไรขึ้นหรือ

ในเชิงวิชาการ คงต้องมีการค้นคว้าหาเหตุผลมากมาย แต่ฉันไม่ใช่นักวิชาการ ฉันเพียงใช้ความรู้สึกของฉัน สัมผัสกับสิ่งเล็กๆ เช่นหนัง

อย่าเข้าใจฉันผิด ฉันยังรักประเทศญี่ปุ่น หากให้ไปอยู่หรือท่องเที่ยว ฉันก็ยังชอบประเทศนี้มากกว่า มันเป็นประเทศที่เจริญ สะอาด ปลอดภัย รถไฟยังวิ่งตรงต่อเวลา อาหารยังอร่อย

แต่บางอย่างกำลังเกิดขึ้น และรบกวนจิตใจฉัน

ฉันอดคิดถึง Yukio Michima ไม่ได้ นักเขียนที่สร้างข่าวสะท้านโลก ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๑๙๗๐ เขาฆ่าตัวตายประท้วงคนในประเทศของเขา ด้วยการคว้านท้อง ตอนนั้นฉันอายุ ๑๗ ปี

ที่เป็นข่าวใหญ่เพราะเขาเป็นนักเขียนโด่งดัง ระดับถูกส่งชิงรางวัลโนเบลไพรซ์ ทำไมมาฆ่าตัวตายอย่างสยดสยองแบบนั้น ในวันที่เขาอายุเพียง ๔๕ ปีเท่านั้น และเป็นการฆ่าตัวตายต่อหน้าสาธารณชน ผ่านจอทีวี เป็นข่าวใหญ่สะท้านไปทั้งโลก

เขาเป็นนักเขียนในยุคสมัยที่ญี่ปุ่นกำลังรุ่งเรือง เขาไม่พอใจที่ชาวญี่ปุ่นกำลังสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเอง กำลังกลายเป็นชาติที่ขึ้นกับวัตถุ เขามองเห็นความตายของชาติที่ตัวเองรัก เขาจึงประท้วง

แต่มันเป็นการประท้วงที่เร็วเกินไป วันนั้นผู้คนได้แต่ตื่นตะลึง ส่ายหน้า มองเห็นว่าเขาเสียสติไปแล้ว แต่ในวันนี้ ๔๙ ปีต่อมา ฉันจึงเข้าใจเขา ว่าเขาประท้วงอะไร

๓ประเทศนี้เหมือนตกอยู่ในห้วงวิบากกรรมบางอย่าง กล่าวคือ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ระบบจักรพรรดินิยมของญี่ปุ่นถือเป็นความชั่วร้ายอันดับสอง รองจากนาซีนิดเดียว

ทุกวันนี้ชาวโลกยังหวาดกลัวความโหดเหี้ยม ความชั่วร้าย ความมีวินัย ความยโส ความทะเยอทะยาน ฯลฯ ของชาวญี่ปุ่น

นับตั้งแต่ญี่ปุ่นแพ้สงคราม พวกเขาได้เปลี่ยนไปมาก

กลายเป็นชาติรักสันติอย่างแรงกล้า

หลังจากนั้น ในช่วงเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วง 1960-1980 เป็นยุคทองของพวกเขาเลยทีเดียว นี้คือประเทศที่กำลังจะเป็นมหาอำนาจอันดับสองของโลก มีศักยภาพเกินพอ

นักเศรษฐศาสตร์ถึงกับทำนายว่า ในปี 2000 ญี่ปุ่นจะผงาดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของโลก

เราทุกคนทั้งประหลาดใจ นับถือ ชื่นชม อิจฉา ชาติที่รักสงบแต่ทะยานขึ้นทุกวัน ดีขึ้นทุกวัน ช่างเหมือนความฝันอะไรเช่นนั้น

แต่กาลเวลาผ่านไป ชาตินี้หยุดนิ่ง และถดถอย ในวันนี้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นใกล้เคียงกับ ๑๐ หรือ ๒๐ ปีก่อน ชาตินี้กำลังสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเอง

ญี่ปุ่นแพ้จีน และกำลังจะแพ้แม้แต่เกาหลี และอาจแพ้อินเดีย

ในสองทศวรรษที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีนายกรัฐมนตรีรวมทั้งสิ้น ๑๔ คน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มีความสามารถจะจุดประกายให้ชนชาตินี้ พวกเขาเป็นนายกฯ ที่มาแล้วก็ถูกลืม

บริษัทธุรกิจในญี่ปุ่นสูญเสียคิดเป็นมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์ในตลาดหุ้น ที่ตอนนี้มีมูลค่ารวมเหลือเพียง ๑ ใน ๔ ของที่เคยมีในปี 1989

รัฐบาลญี่ปุ่นทำได้แค่เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการหว่านและอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่เป็นผล เพราะจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นตายแล้ว ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติที่มีหนี้ภาครัฐสูงที่สุดในโลก สูงถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี

ชาวญี่ปุ่นฆ่าตัวตายกว่า ๓๐,๐๐๐ คนต่อปี ขนาดตามเส้นทางรถไฟในกรุงโตเกียว จำเป็นต้องติดไฟสีน้ำเงินนวลตาเอาไว้เรียงรายตลอดแนวทาง เพื่อปลอบประโลมใจ หรือเปลี่ยนใจใครก็ตามที่คิดจะมาฆ่าตัวตาย

ทุกวันนี้หนังญี่ปุ่นมีแต่สภาวะหลบหนีความจริง มีแต่หนังหน่อมแน้ม โรแมนติก หวานแหวว ไม่รู้จะหลบหนีไปไหน เป็นทั้งระบบ

ความเสื่อมถอย เราจะเห็นได้จากการสัมภาษณ์เด็กสาวชาวญี่ปุ่น ถามพวกเขาว่าพวกเขาอยากเป็นอะไร อยากได้อะไร เกือบทั้งหมดเพียงตอบบอกว่า พวกเขาอยากเป็นคนน่ารัก

วัฒนธรรมที่เสื่อมถอยนี้ แสดงออกใน AKB48 กลุ่มไอดอลหญิงของชาวญี่ปุ่น และขยายวงความเสื่อมนี้มาเป็นวงน้องสาว เกิดเป็นกลุ่มไอดอลหญิงชาวไทย BNK48 แต่ที่จริงสิ่งเหล่านี้คือความเสื่อมของสังคมญี่ปุ่นอย่างแรงกล้า ความเน่าที่กำลังแผ่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ เป็นวงกว้าง

นี้เป็นชาติที่ถดถอยอย่างแรงกล้า มันล่องลอยหายไปในมิติอื่น

สังคมญี่ปุ่นกำลังชราภาพอย่างรวดเร็ว นี้คือสังคมคนแก่ตัวจริง ส่วนหนุ่มสาวที่เกิดใหม่ก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ขาดความริเริ่ม ขาดความกล้า เพราะพ่อ-แม่ของพวกเขารักสงบอย่างเกินพอ ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาของชาวโลก

ไม่น่าเชื่อ เกิดอะไรขึ้นนี่

ยิ่งนับวันคนญี่ปุ่นยิ่งหดตัวแคบลง แคบลงเรื่อยๆ เหลือเพียงรัศมีโดยรอบตัวเองไม่กี่ตารางเมตร เริ่มจากผู้สูงอายุ แล้วลุกลามต่อไปยังลูกๆ หลานๆ ทั้งหมดพยายามอยู่ได้ด้วยตนเอง ใช้จ่ายให้น้อยที่สุด เพื่อดำรงตนให้อยู่ได้นานที่สุด นี้เป็นสังคมของคนที่อยู่รอดไปวันๆ

ฉันว่าชีวิตที่หลีกหนีความจริง เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พวกเขาหลีกหนีอหังการของตัวเอง กลายมาเป็นชาติรักสันติภาพอย่างเกินเลยขอบเขต ผลที่ปรากฏจึงเป็นดั่งนี้

สมัยก่อน ฉันเคยเจอหนุ่มสาวญี่ปุ่น อดตื่นตะลึงไม่ได้ พวกเขาขอเป็นชาติที่รักสันติภาพที่สุดในโลก

ฉันเคยถามพวกเขาว่า แล้วหากมีชาติอื่นมารุกรานชาติของพวกเขา พวกเขาจะทำยังไง พวกเขาก็ตอบฉันไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่มีคอนเซ็ปต์ดังกล่าวในสมองเลย มันเป็นความรักสงบอย่างผิดเหตุผล

หรือนี่คือความหวาดกลัวความอหังการของตัวเอง อะไรจะเป็นไปปานนั้น

๗นี้เป็นชาติที่ตกอยู่ในห้วงวิบากกรรมของตัวเอง สมัยหนึ่ง พวกเขาร้ายกาจเกินไป วันนี้จึงดีเกินไป รักสงบเกิน หาความพอดีไม่ได้

แบบนี้พวกเขาจะไม่แพ้แม้แต่อินเดียได้อย่างไร

แต่จะหาทางออกอย่างไรดี จะให้พวกเขากลับไปสู่ความเป็นชาติที่มีความอหังการ มมังการ มีความทะเยอทะยานอย่างนั้นหรือ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่กลับไปเป็นชาติที่ร้ายกาจเป็นอันดับสองของโลกเหมือนแต่ก่อน มีใครบ้างอยากให้เป็นเช่นนั้น

แล้ววิญญาณของชาวญี่ปุ่นจะกลับคืนมาได้อย่างไรกัน ในเมื่อมันไม่เป็นธรรมชาติอีกแล้ว

พวกเขาไม่ใช่ซามูไรแล้วละ ไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย

บทความก่อนหน้านี้“จุรินทร์” ยันไม่เคยขัดแย้ง“กรณ์” รับ จำเป็นต้องดึงคนรุ่นใหม่ เสริมทีมเศรษฐกิจ
บทความถัดไป‘อภิสิทธิ์’ อวยพร ‘กรณ์’ สำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ ย้ำความเป็นเพื่อนไม่เปลี่ยนแปลง