โล่เงิน | เลาะรั้ว “กรมปทุมวัน” ใคร? ดาวเด่น ดาวดับ จรัสแสง แห่งวงการสีกากี ปี 2562

อําลาปีหมูทอง 2562 ต้อนรับปีชวด 2563 ใครเป็นดาวเด่น ดาวดับ ดาวจรัสแสง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอด 1 ปีที่ผ่านมา “โล่เงิน” ไล่เรียงตามผลงาน ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์มาให้ดูกัน

เริ่มต้นด้วย “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยังคงเป็น “ดาวทอแสงเรืองรอง” ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้ที่ผ่านมาถูกกระแสข่าวลือ ข่าวลวง ซัดกระหน่ำว่าจะถูกโยกย้ายไปเป็นรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวง แต่ทว่ายังเกาะขาเก้าอี้เหนียวแน่น อยู่กุมบังเหียนเป็นผู้นำ “กรมปทุมวัน” จนถึงปีสุดท้ายก่อนครบวาระเกษียณในปี 2563 แถมยังเป็น ผบ.ตร. ที่นั่งเก้าอี้นานที่สุดเข้าสู่ปีที่ 5

หากจะว่ากันตามผลงานที่ผ่านมา “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ แทบไม่มีข้อบกพร่อง ยังคงขับเคลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนตามนโยบายที่รัฐบาลมุ่งหวัง

โดยที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองเห็นและเชื่อใจ คอยสนับสนุน

เห็นได้ชัดล่าสุดการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก. วาระ 2562 ที่มีปัญหาล่าช้ามาตลอด 5 ปี ถูกแก้ไขให้รวดเร็วตามกรอบระยะเวลา จน “บิ๊กตู่” ยังต้องออกปากชม ว่าไว้ใจ “บิ๊กแป๊ะ” มาก

แต่ยังคงต้องจับตาว่าในการแต่งตั้งระดับ ผบ.หมู่-รอง สว. จะรวดเร็วเหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะภายใต้ยุทธจักรสีกากี ไม่มีอะไรแน่นอน

เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์เหลือเวลาในตำแหน่ง ผบ.ตร.อีกไม่กี่เดือน ผู้ที่ถูกจับตามองว่าจะได้นั่งตำแหน่งผู้นำกรมปทุมวันคนต่อไปคงหนีไม่พ้นดาวเด่นอย่าง “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2565 ซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก ผบ.ตร.ให้ดูแลหน้างานมั่นคงและกิจการพิเศษ

ว่ากันว่าที่ผ่านมาหากใครได้รับมอบหมายให้ดูแลงานมั่นคงฯ มักจะได้เป็น ผบ.ตร.คนต่อไป

การันตีด้วยผลงานคลี่คลายคดีเกี่ยวกับความมั่นคงที่ผ่านมา

อาทิ คดีวางระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ, คณะทำงานคลี่คลายคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ หัวหน้าคณะทีมพนักงานสืบสวนสอบสวนเหตุวางระเบิด 7 จุดในกรุงเทพมหานครและนนทบุรี จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 21 ราย และจับกุมได้ 3 ราย

ล่าสุดลงไปกำกับดูแลคดียิงถล่มป้อม ชรบ. ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา

ไม่เพียงเฉพาะได้รับผิดชอบในหน้างานสำคัญเท่านั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่นที่ 20 กับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)

ซึ่งในยุคนี้คนที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับรัฐบาลถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง

ฟากกองบังคับการปราบปราม นายพลหนุ่มถือเป็น “ดาวจรัสแสง” อย่าง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. แม้ครองตำแหน่งมา 1 ปีเศษๆ แต่การบังคับบัญชาที่โดดเด่น ทำให้กองปราบปรามมีผลงานจับกุมคดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมายจับค้างเก่า หรือคดีอื่นใดที่ไม่มีใครสะสางได้ รวมไปถึงงานช่วยเหลือประชาชนออกมามากมายเป็นที่ประจักษ์ ตามสโลแกน “ที่พึ่งสุดท้าย ที่หมายพึ่ง”

ล่าสุดเปิดตัวหน่วย “หนุมานกองปราบ” S.W.A.T. หรือ Special Weapons And Tactics กองปราบฯ ทำหน้าที่สนับสนุนผลงานของ กก.1-6 บก.ป. เมื่อมีเหตุการณ์ต้องใช้กำลัง ทั้งด้านจับกุมคนร้ายคดีสำคัญ ผู้มีอิทธิพลและการปิดล้อมตรวจค้น จัดเป็นหน่วยกำลังหลักที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบ ผ่านการฝึกฝนหลายหลักสูตร เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ของหน่วยปฏิบัติของกองปราบฯ

นอกจากนี้ ผู้การหนุ่มยังมีวิสัยทัศน์ก้าวไกล จัดโครงการต่างๆ ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด อาทิ “กองปราบเทนนิสแคมป์ พัฒนาศักยภาพบุตร-หลานข้าราชการตำรวจ”

เป็นผู้นำที่บำบัดทุกข์-สุขประชาชนไปพร้อมกับสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย

ปิดท้ายอดีตดาวจรัสแสง ที่ผ่านมาเคยเป็นข่าวตามหน้าจอโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน แต่ทำเอาช็อกวงการตำรวจไทยในปีนี้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นข่าวเด้งฟ้าผ่า “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม. ที่ถูกย้ายไปเป็น ขรก.พลเรือน โดย 5 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือคำสั่งที่ ตร.232/2562 ลงนามโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตําแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อํานวยการศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติมอบหมาย

ต่อมาวันที่ 9 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้า คสช. โยก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม. ไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทนักบริหารระดับสูง และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ต่อมาวันที่ 11 เมษายน มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์โอนย้ายเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตำแหน่ง ผบช.สตม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

จบเส้นทางการเป็นข้าราชการตำรวจแบบก้าวกระโดดของบิ๊กโจ๊ก จากดาวรุ่ง กลายเป็นดาวดับอับแสงเพียงไม่กี่วัน

จากนี้ต่อไปต้องจับตา อีกเพียง 9 เดือน ร่วมนับถอยหลังการทำงานของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะทิ้งทวน วางไลน์งานอะไรไว้บ้าง ก่อนส่งไม้ต่อให้กับผู้นำสีกากีคนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรตำรวจไทยต่อไป

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ | คำอธิบายของตัวแทนรัฐ: ประชาชน, เรา, และศัตรู (1)
บทความถัดไปเอกชัย บุกทำเนียบ ยื่นหนังสือ ขอเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเลื่อนยศ ‘รัฐมนตรี ยศ ร.อ.คนหนึ่ง’