เขตทหารห้ามเข้า / ฉบับประจำวันที่ 6 -12 ธันวาคม 2562

ป้าย “เขตทหารห้ามเข้า” ซึ่งหายจากพื้นที่ของกองทัพเป็นลำดับนั้น

อาจจะต้องกลับมา “เพิ่ม” ใหม่อีกครั้ง

เพิ่ม เพื่อที่จะป้องกันมิให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่เข้า

ด้วยเพราะบุคคลและพรรคดังกล่าว ประกาศจุดยืนแตกต่างจากผู้นำและอดีตผู้นำกองทัพ ที่ออกไปมีบทบาทในทางการเมือง นั่นก็คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ซึ่งแม้ คสช.จะสลายตัวไปแล้ว

แต่ทั้งนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ต่างยืนกรานว่ายังมีการสืบทอดอำนาจไว้ในกองทัพอย่างเหนียวแน่น

และมีธงที่จะสลายพวกตน ในฐานะพวกที่มีแนวคิดอันตราย

ซึ่งวันนี้ถูกแขวนป้ายขยายความจากมวลชนแนวร่วมว่าเป็นพวก “ชังชาติ” พึงที่จะถูกกำจัด

ดังนั้นนายธนาธร จึงออกไปเคลื่อนไหว “นอกสภา” ตอบโต้

ด้วยเชื่อว่า

“เมื่อพวกเขาไม่ต้องการให้ข้าพเจ้าเข้าสภา ข้าพเจ้าขออยู่กับประชาชน”

แม้นายธนาธรมิได้ระบุอย่างชัดเจนว่า “พวก” คือ “ใคร”

แต่การรณรงค์ให้เลิกการเกณฑ์ทหาร และนำเสนอรูปแบบการรับทหารแบบใหม่ ภายใต้คำขวัญ ท.ทหารทันสมัย

และการจัดบรรยายพิเศษ “ชำแหละงบประมาณกระทรวงกลาโหม”

เป้าหมายก็ชัดเจนยิ่งว่า นายธนาธรพุ่งเข้าหาหน่วยงานใด

และดูจะสะเทือนหน่วยงานนั้นไม่น้อย

โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ เงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหมมีทั้งสิ้น 18,657 ล้านบาท

ที่”มีอภิสิทธิ์”แตะต้องไม่ได้

นายธนาธรตั้งคำถามอันแหลมคมว่า ทำไมนายพลในประเทศนี้ถึงมีทรัพย์สินมหาศาล

เฉพาะในส่วนของ สนช. 250 คน มีนายพลถึง 81 คน นายพลที่มีทรัพย์สินมากที่สุดมีกว่า 800 ล้านบาท เฉลี่ยทั้ง 81 คน มีเฉลี่ยคนละประมาณ 80 ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสงสัยว่า ทรัพยสินมากมายเหล่านี้ กับเงินนอกงบประมาณ มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

โดยยกตัวอย่างแหล่งที่มาของเงินนอกงบประมาณ

เช่น สนามมวย สนามม้า

รวมถึงกรณีกระทรวงกลาโหมเคยนำเงินนอกงบประมาณไปให้บริษัท อาร์อีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด (มหาชน) กู้ 1,200 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทดังกล่าว มีกองทัพบกถือหุ้นร้อยละ 50 และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ประมาณ 10 คน ถือหุ้นอีกร้อยละ 50 ขณะที่ข้อมูลของกรมธุรกิจการค้า พบว่า บริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท และขาดทุนต่อเนื่องหลายปี เป็นต้น

รวมทั้งถามเรื่องงบฯ ที่ปฏิบัติการด้านข่าวสาร หรือไอโอ โจมตีฝ่ายตรงข้าม

ทั้งคำว่าชังชาติบ้าง

เป็นภัยต่อชาติ หรือการปกครองบ้าง

จึงมีคำถามกับกระทรวงกลาโหม ว่า มีปฏิบัติการ IO หรือไม่ และใช้งบฯ จากส่วนใด

นี่คือข้อมูล “อันแหลมคม” ที่ถูกเปิดต่อสาธารณะ

เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนายธนาธรตัดสินใจถอยออกจากระบบ คือ รัฐสภา

สะท้อนว่า แม้จะเป็นการถอย แต่ก็มิใช่การถอยแบบแพ้ย่อยยับ

ตรงกันข้ามหากมี ยุทธศาสตร์และมียุทธวิธีอันเฉียบแหลม รองรับ

ที่ทำให้กองทัพ “คาดไม่ถึง”

เพราะคงประเมินศักยภาพของคู่อริ ว่าคงวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ

โดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธ ซึ่งไม่ยุ่งยากที่จะมีคำตอบ

แต่นายธนาธรกลับไปเลือกเป้าอื่น

ด้วยการแตะไปยัง “เงิน” นอก “งบประมาณ”

แตะระบบเกณฑ์ทหารใหม่ในแบบ “ท.ทหารทันสมัย”

ที่ไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนทำ

ไม่เคยมีนักการเมืองไหนแตะ

นี่ย่อมเป็น “ยุทธวิธี” อันรองรับ “ยุทธศาสตร์” อย่างเป็นขั้นตอน

ซึ่งย่อมทำให้ฝ่ายที่ถูกถามและเปิดโปง ไม่พอใจ

และอาจมาสู่การเร่งเกม “กำจัด” และยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิการเมืองนายธนาธรแบบถอนรากถอนโคนต่อไป

พร้อมปักป้าย เขตทหารห้าม “ธนาธร-อนาคตใหม่” เข้า อย่างเด็ดขาด!

————————-

บทความก่อนหน้านี้มัลลิกา ชู “จุรินทร์” คือผู้กอบกู้ ปชป. ให้เดินหน้า ความสำเร็จเห็นชัดจากโครงการประกันรายได้เกษตรกร
บทความถัดไปศรีสุวรรณจ่อร้อง ป.ป.ช. สอบเอาผิดอธิการบดี ม.การกีฬาแห่งชาติ