โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง/คุณย่าเลี้ยงไก่ ออกไข่ให้หลานกิน

เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง

โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง penseeppp@gmail.com

คุณย่าเลี้ยงไก่

ออกไข่ให้หลานกิน

 

ทุกวันนี้เด็กคนหนึ่งลืมตาขึ้นมาดูโลก พ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยาย ไม่ได้สบายๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะตระหนักถึงมลพิษรอบตัวที่มีอยู่ในอากาศ ในอาหาร

ภาพแม่จูงลูกน้อยสองสามขวบที่สวมหน้ากากกันฝุ่นละอองในอากาศเดินมาตามถนนกลายเป็นภาพธรรมดาที่พบเห็นได้ นั่นคือสิ่งที่แม่ทำได้ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะป้องกันมลพิษให้ลูกน้อยได้สักแค่ไหน

ความรักของพ่อ-แม่ที่มีต่อลูกน้อย ของปู่-ย่า ตา-ยายที่มีต่อหลาน หมายถึงการทำทุกวิถีทางที่จะปกป้องเด็กน้อยให้มีชีวิตที่ปลอดภัยที่สุด

คนไทยที่ป่วยจากสารพิษและเสียชีวิตไปมีอายุน้อยลงทุกวัน

เราไม่รู้ว่าสารพิษเหล่านั้นสะสมอยู่ในร่างกายตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมจึงเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย

ข่าวสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในพืชผักที่ขายกันตามท้องตลาดทำให้บรรดาพ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยายรู้สึกไม่สบายใจที่จะนำมันมาให้เด็กๆ บริโภค

แล้วจะมีวิธีใดเล่าที่จะหลีกเลี่ยง อาหารห้าหมู่ที่ประกอบด้วยโปรตีน ผัก-ผลไม้ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ จะมีอาหารใดบ้างที่ปลอดภัย

 

ด้วยแรงขับของความรักและห่วงใยในเลือดเนื้อเชื้อไข ทั้งพ่อ-แม่ ปู่-ย่า และตา-ยายก็จะเสาะหา เลือกเฟ้นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ได้แปลว่ามีราคาแพงที่สุด แต่มีพิษน้อยที่สุด

ซึ่งอาจหมายถึงการลงทุนปลูกผักสวนครัวด้วยมือตัวเอง

ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร ชาวสวน บางคนถึงกับลงมือปลูกข้าวปลอดสารเคมี เพื่อความมั่นใจเพราะทำมากับมือตัวเอง

พืชผัก ธัญพืชที่ติดป้ายว่าปลอดสาร เมื่อเอาไปตรวจแล้วพบว่าไม่ปลอดสารจริง

พ่อ-แม่ชนชั้นกลางที่มีลูกล้วนแต่กำลังอยู่ในวัยสร้างฐานะ บ่อยครั้งที่ภาระดูแลลูกตกไปอยู่กับปู่-ย่า ตา-ยาย เป็นการใช้ทั้งประสบการณ์และแรงงานของคนวัยเกษียณที่มีค่าและคุ้มค่าที่สุด

เพราะมีครอบครัวไม่มากที่ฐานะดีพอจะให้แม่ลาออกมาเลี้ยงลูก หรือจ้างพี่เลี้ยงมืออาชีพมาช่วยดูแลเด็ก ปู่-ย่า ตา-ยายยิ่งกว่าเต็มใจที่จะรับเอาภาระดูแลหลานมาไว้เสียเอง จะไว้ใจใครได้มากกว่าตัวเอง

และจะมีอะไรที่มีคุณค่าสำหรับสังคมมากไปกว่าเด็ก เด็กคือทรัพยากรสำคัญที่สุดของเรา การทุ่มเทกับเด็กไม่ได้หมายถึงการทำหน้าที่พ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยายที่สมบูรณ์ เติมเต็มให้ชีวิตของเด็กและผู้ใหญ่ แต่ยังหมายถึงการสร้างทรัพยากรบุคคลที่ดีให้กับประเทศ

 

สําหรับครอบครัว เด็กเล็กๆ ในบ้านเป็นความชื่นอกชื่นใจที่สุด แลกกับความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่ก็หลายชั่วโมงอันยาวนาน

บางครอบครัวคุณย่าหรือคุณยายกลายเป็นสมองและมือหลัก กำหนดความเติบโตงอกงามของหนูน้อย

น้องสาวของผู้เขียนมีหลานชายคนแรก เธอลงทุนซื้อรถคันใหม่เพื่อไปรับหลานชายกลับจากโรงเรียนอนุบาล ก่อนหน้านี้แม้ขับรถได้แต่เธอเป็นคุณนายหน้ารถให้สามีขับพาไปไหนมาไหน หลังเกษียณเธอนั่งง่วงเหงาหาวนอนอยู่ที่บ้าน บ่นสามีไปตามธรรมชาติของภรรยา แต่หลังจากมีหลาน เธอกับสามีประสานเสียงกันช่วยกันดูแลหลานชาย

เพื่อนรุ่นเดียวกับผู้เขียนที่เป็นคุณย่าคุณยายต่างก็รับหน้าที่ไปรับไปส่งหลานไปโรงเรียนกันโดยอัตโนมัติเพราะว่าว่างงานแล้ว นับเป็นการทำตัวให้มีค่าในอีกวัยหนึ่งของชีวิต

หน้าที่รับ-ส่งหลานนี้ส่วนใหญ่คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายปฏิบัติกันเต็มที่ไม่มีใครบิดพลิ้วหรือแลกกับกิจกรรมอื่นๆ ความรับผิดชอบต่อหลานถือเป็นสิ่งสำคัญสุดๆ

ที่ฮือฮากันในวงการย่า-ยายเพื่อนร่วมรุ่นคือคุณย่า ส. ที่เพิ่งมีหลานชายคนแรกจากลูกชายคนโต เธอส่งรูปไข่ไก่ฟองเบ้อเร่อ 3 ฟองในตะกร้ามาอวด แล้วบอกว่า มันคือไข่จากแม่ไก่ที่เธอเลี้ยงเองกับมือ

เพื่อนๆ เห็นแล้วก็สุดจะทึ่ง

แต่จะว่าไปเธอก็ไม่ใช่เพื่อนคนแรกที่เลี้ยงไก่กินไข่ เพื่อนอีกคนที่มีหลานชายมาก่อนหน้าก็เคยมีไข่ออร์แกนิกบริโภคเป็นประจำ แต่ความแตกต่างก็คือเพื่อนคนแรก บ้านมีพื้นดิน ส่วนคุณย่า ส. บ้านเป็นทาวน์เฮาส์ที่ไม่มีพื้นดิน เธอส่งรูปมาให้ดู ไก่ก็จิกอาหารกินอยู่ตามพื้นคอนกรีตนั่นละ

คุณย่าชาวเมืองหลวงชนชั้นกลางลงทุนเลี้ยงไก่เพราะห่วงหลาน กลัวว่าจะต้องบริโภคไข่จากไก่ที่ฉีดฮอร์โมนที่เร่งโต ไม่ใช่เรื่องน่าทึ่งจัดหรอกหรือคะ

ใครเคยได้ยินเรื่องเด็กเดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินวัย เกิดจากบริโภคเนื้อสัตว์ที่ใช้ฮอร์โมนเร่งการเติบโตนี่แหละ ไม่ใช่พูดเล่นนะคะ ลูกชายของเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งต้องไปให้แพทย์ฉีดยาลดการเติบโตที่เร็วเกินวัยมาแล้ว เป็นเรื่องที่น่าวิตกไม่ใช่หรือ

คุณย่า ส. เล่าว่า “ค่าข้าวเปลือก อาหารผสม หนอนอบแห้ง แพงกว่าซื้อไข่จากซูเปอร์มาร์เก็ตเยอะ แต่ก็คิดว่าคุ้มค่า” ส่วนคุณย่าที่มีประสบการณ์เลี้ยงมาก่อนบอกว่า ไข่จากไก่ที่เลี้ยงเองหอมอร่อยมาก และค่าหนอนแห้ง 1 ถุง ซื้อไข่ออร์แกนิกได้ 6 ฟอง

คุณย่า ส. เก็บไข่จากไก่ในบ้านเลี้ยงหลานได้ทุกวัน หลานโตขึ้นจะรู้ไหมหนอคุณย่าทุ่มเทแค่ไหน เขาจะรู้ไหมหนอถึงความรักของคุณย่าที่มีแรงขับลุกขึ้นมาทำอะไรที่เหนื่อยยากเพื่อเขา

ในวัยหนุ่มสาวคนเราก็มีแรงขับอีกแบบที่สามารถทำอะไรหลายอย่างเพื่อคนที่เรารัก แต่พอมีลูกก็มีแรงขับที่ทำเพื่อลูก ต่อมาในวัยเกษียณก็มีแรงขับให้ทำเพื่อหลาน การทำเพื่อหลานนี้เป็นลักษณะเฉพาะของสังคมไทยที่ไม่ปรากฏในสังคมฝรั่ง

มียกเว้นในครอบครัวที่มีเขยหรือสะใภ้ต่างชาติ

 

เพื่อนของผู้เขียนอีกแหละแต่งงานกับคนฝรั่งเศส ลูกชายเป็นลูกครึ่ง ครอบครัวเธอทั้งหมดอยู่ฝรั่งเศส แต่วัฒนธรรมไทยสตรองอยู่ในตัวเพื่อนผู้เขียนคนนี้ เมื่อลูกชายแต่งงานกับสาวฝรั่ง เธอจึงดูแลหลานมากกว่าคุณย่าฝรั่งเศสทั่วไป เธอจะรับดูแลหลานสองขวบเพื่อให้พ่อ-แม่เขาได้ไปเที่ยว บางทีเธอก็จะทำอาหารแสนอร่อยที่เธอบอกว่าหลานกินหมดเกลี้ยง เธอพูดด้วยเสียงภูมิใจเวลาเล่าให้ฟัง

พูดไปพูดมาเวลานี้ที่บ้านผู้เขียนมีเด็กเล็กๆ ที่มีผู้มาฝากให้ดูแลด้วยเหตุผลทางครอบครัว ด้วยสัญชาตญาณเราก็ต้องดูแลเขาอย่างดีที่สุดทั้งเรื่องกิน เรื่องเล่น ให้เด็กมีความสุขและความทรงจำที่ดี เป็นพื้นฐานที่ดีต่อไปในอนาคต

ก็พบว่าการเลี้ยงเด็กที่ดีที่สุดคือการฟังความต้องการของเขา และเล่นกับเขา เด็กมีความจำที่ดีเลิศด้วยสมองที่สดใส เป็นเรื่องชื่นใจที่สอนอะไรไปครั้งเดียวก็จำได้ และเด็กสนองตอบดีเมื่อเราดูแลเขาดี เมื่อเขารักเราเขาก็แบ่งปัน เช่น เวลากินผลไม้ก็หยิบป้อนเราด้วย เป็นต้น

คนโสดหลายคนเริ่มคิดเรื่องการดูแลเด็กที่ขาดครอบครัว จากประสบการณ์ผู้เขียน เป็นเรื่องที่ได้กับได้ทั้งคู่ เด็กก็จะมีบ้าน มีครอบครัว ผู้ใหญ่ก็ได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ และได้แบ่งปันความรักและได้รับความรักตอบแทน

บทความก่อนหน้านี้การศึกษา / เปิด…เบี้ยประกันเงินกู้ ช.พ.ค. แพงเว่อร์จริง หรือครูคิดกันไปเอง??
บทความถัดไปวิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางซู/เสถียร จันทิมาธร/ จากหลินซูห์ มาถึง เหมยฉางซู (19)