ฟ้า พูลวรลักษณ์ | ในโลกวันนี้ มีครอบครัวคนรวยไม่กี่พันครอบครัวที่ครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาล

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๕๒)

ที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นศัตรูกับมนุษย์

๑ ต้นไม้นับล้าน

๒ แมลงนับโกฏิ

๓ ลูกเห็บ

๔ หิมะ

๕ แสงแดด

๖ สายน้ำ

๗ ไฟป่า

รวมกัน พวกมันสามารถทำลายอารยธรรมของมนุษย์ได้หมดสิ้น

ในอดีต มหานครใหญ่มากมาย วันนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง อยู่ภายใต้อิทธิพลของสิ่งข้างต้นทั้งสิ้น มันถูกปกคลุมด้วยต้นไม้นับล้าน ถูกชอนไชด้วยแมลงนับโกฏิ มันถูกแผดเผาด้วยแสงแดดแรงกล้าทุกค่ำเช้า

ปัญหาใดๆ ในโลก หากมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้น สิ่งมีชีวิตจะเป็นตัวแปรสำคัญ ชีวิตจะเป็นตัวกำหนด และเพราะชีวิตเป็นสิ่งไม่จีรัง ดังนั้น ทุกปัญหา ในที่สุดจะคลี่คลาย หากไม่มีคนแก้ มันก็จะแก้ตัวมันเอง

เมื่อเปลี่ยน generation สิ่งต่างๆ จะไม่เปลี่ยนได้อย่างไร เพราะคนแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน

ลำพังข่าวสารที่ได้รับก็มีความซับซ้อนเหลือเกิน มีข่าวซ้อนข่าว มีข่าววิจารณ์ข่าว นอกเหนือจากข่าวดิบ ข่าวยังกระจายตัว แพร่พันธุ์ตัวมันเอง อีกนับไม่ถ้วน และชีวิตสามารถสร้างข่าวใหม่ๆ ได้ไม่สิ้นสุด แต่บัดนี้ แต่ละข่าวมีเครือข่ายข่าวซ้อนข่าวตามมาเป็นพรวน เป็นเหมือนหางแมงกะพรุน ล่องลอยไปทั่วมหาสมุทร

และยิ่งในโลกสมัยใหม่ ทุกคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น หนังสือก็ลดความสำคัญลง ทุก computer terminal ที่เพิ่มขึ้น หิ้งหนังสือก็ลดลง

โลกทุกวันนี้ everything joined up นั่นคือทุกสิ่งกำลังเข้าร่วมกัน เกิดปรากฏการณ์ Coalescent

นี้เป็นศัพท์ที่ทรงพลังมาก

ด้วยอินเตอร์เน็ต social media ด้วยคอมพิวเตอร์ ด้วยโทรทัศน์ ด้วยทุก wires and cables ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง เรากำลังรวมกันเป็นหนึ่ง

ปัญหาทางปรัชญาวันนี้คือ การเปลี่ยนแปลงนี้ดีไหม

หลายคนอาจไม่ยอมรับ อาจต่อต้าน แต่พวกเขาก็ต่อต้านได้เพียงในฐานะปัจเจกชน สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว การต่อต้านนี้ไร้ผล ในห้าสิบปีข้างหน้า หรือหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ปรากฏการณ์ coalescent นี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น จะตกผลึก

มนุษย์จะค่อยๆ coalesce แต่ที่จริงมันไวมาก ฉันไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลากี่ปี เพียงแค่มองด้วยตาที่มองเห็น มันก็เหมือนไม่นาน อาจจะร้อยปี หรือสองร้อยปี หรือเร็วกว่านั้น

แล้วเผ่าพันธุ์มนุษย์จะเปลี่ยนไป

เราจะใกล้สัตว์อีกชนิดหนึ่ง เหมือนพวกมด หรือผึ้ง ซึ่งเชื่อมโยงต่อกัน เราจะแอบมองกันและกัน จนเคยชิน จนเริ่มกลายเป็นสภาวะปกติของเรา เริ่มซึมซับเข้ามาในจิตสำนึก แล้วเราจะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเรา เราจะเปลี่ยนโครงสร้างของตัวเราเอง

ในแง่หนึ่ง ฉันรู้สึกหวาดกลัวปรากฏการณ์ coalescent นี้มาก เพราะตัวฉันเองอายุมากแล้ว สังขารจะปรับตัวไม่ไหว แต่ทว่าก็ยังมีความพิศวง อยากรู้ ซ่อนตัวอยู่ในนั้นด้วย

มีคำถามคลาสสิคอันหนึ่งคือ

๑ ชีวิตเป็นของตัวเอง

๒ ชีวิตเป็นของครอบครัว

อันใดเป็นจริงกว่ากัน

ที่จริงแล้วมันถูกทั้งคู่ มันก็จริงทั้งคู่ กระนั้นมนุษย์ทุกคนต้องเลือกเส้นทางสองสาย ศิลปินส่วนใหญ่จะเลือกข้อแรก ศิลปินจะหวงแหนเสรีภาพของตัวเอง บางครั้งดูเป็นคนเห็นแก่ตัว ด้วยไม่ค่อยได้คิดถึงคนอื่น อย่างตัวฉันเอง ก็เลือกเส้นทางสายนี้ ด้วยรู้สึกตัวอย่างแรงกล้าว่าชีวิตเป็นของตัวเอง แต่กระนั้นฉันก็ยอมรับในครอบครัว แม้จะไม่ถึงขนาดยอมอุทิศตนเพื่อครอบครัว แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ยอมทำอะไรที่เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงครอบครัวของฉันเลย ฉันยังหวงแหน ปกป้องนามสกุลของฉันมาโดยตลอด

แต่ในโลก coalescent เราข้ามขั้นตอนไปไกลกว่านั้นมาก เรากลายเป็นผึ้งรวงเดียว ขนาดมหึมา นับจำนวนได้เป็นหมื่นล้านชีวิต

Everything joined up

ทุกวันนี้การรวมกันเป็นไปอย่างหลวมๆ แต่มันจะค่อยๆ แน่นขึ้น แบบที่เราไม่รู้สึกตัวเลย เราร่วมกันเป็นหนึ่ง และแยกไม่ออกอีกแล้ว

ไม่รู้นี้เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย แต่เราไม่มีทางเลือก มันรุนแรงดั่งแรงโน้มถ่วง มันฉุดกระชากเรา ทุกปัจเจกชน ให้เลื่อนไหลเข้าไปหาจุดศูนย์กลาง ที่ดำมืด ไม่มีใครมองเห็น

แต่ข้อสังเกตหนึ่งคือ ชนชั้นยังคงมีอยู่

นับแต่โบราณ ในสมัยอาณาจักรโรมัน มีประมาณสองพันครอบครัวที่ครอบครองที่ดินเกือบทั้งหมดในทวีปยุโรป

โลกในวันนี้ มีครอบครัวคนรวยไม่กี่พันครอบครัวที่ครอบครองทรัพย์สมบัติมหาศาล พวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งชนชั้น เป็นชนชั้น Superrich

ที่น่าสังเกต เพราะมันขัดแย้งกับ coalescent คล้ายกับว่าในโครงสร้างนี้ก็ยังมีชนชั้นอยู่ด้วย เหมือนกับว่า ในนี้ก็ยังมีโครงสร้างย่อยอื่นซ้อนอยู่

แต่มันจะไปไหน จะเกิดอะไรขึ้น สิ่งนี้ฉันก็มองได้ไม่ขาด เพราะมันพันกันอยู่ ยุ่งเหยิง

คนอภิมหารวยเหล่านี้ แข็งแกร่งยากจะแตกหักได้ มันเป็นเช่นนี้มาแต่โบราณ และวันนี้ก็ยังคงยากจะทำลายชนชั้นเหล่านี้ได้ คุณอาจทำลายครอบครัวนี้ลงได้ แต่ก็จะมีครอบครัวใหม่มาแทนที่ ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกัน เท่ากับว่าในโลกสมัยใหม่ จะยังมีคนรวยคนจน และคนรวยก็จะอภิมหารวย

มันเกิดขึ้นตามธรรมชาติของสิ่งที่เรียกว่าทรัพย์ เกิดจากธรรมชาติของเงินและอำนาจ สิ่งที่เป็นอำนาจ ย่อมหมายถึงมีชนชั้น เพราะต้องมีคนออกคำสั่ง และคนรับคำสั่ง

ครอบครัวคนรวยคือผู้ได้เปรียบก็จริง แต่ชีวิตที่เป็นเลือดเนื้อ เป็นกระดูก-เส้นเอ็นจริงๆ คือพวกเรา คือคนธรรมดา คือชนชั้นล่าง ชนชั้นกลาง

มันเป็นเช่นนี้มาแต่โบราณ และยังคงเป็นอยู่

บทความก่อนหน้านี้นิธิ เอียวศรีวงศ์ | พุทธ-พราหมณ์-ผี หรือ ผี-พราหมณ์-พุทธ (1)
บทความถัดไปส.ว.สหรัฐลงมติท่วมท้น ผ่านกฎหมายปกป้องสิทธิมนุษยชนฮ่องกง จีนเดือดซัดแทรกแซงภายในแบบเลือกปฏิบัติ