คนมองหนัง | วิวาทะสนั่น “ฮอลลีวู้ด”! “หนังซูเปอร์ฮีโร่” คือ “ภาพยนตร์” หรือไม่?

คนมองหนัง

กลายเป็นประเด็นฮอตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลกไม่น้อย เมื่อในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “มาร์ติน สกอร์เซซี” ผู้กำกับฯ วัยย่าง 77 ปี ชาวสหรัฐ เจ้าของผลงานคลาสสิค อาทิ Taxi Driver, Raging Bull และ The Last Temptation of Christ ได้ให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงหนังซูเปอร์ฮีโร่ค่ายมาร์เวล ผ่านบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร Empire

เมื่อถูกถามว่าเขาได้ตามดูหนังมาร์เวลบ้างหรือไม่? สกอร์เซซีตอบว่า “คุณรู้ไหม ผมพยายามจะดูมันนะ แต่หนังพวกนั้นมันไม่ใช่ภาพยนตร์”

“ด้วยความสัตย์จริง แม้หนังเหล่านั้นจะมีงานสร้างที่พิถีพิถัน ส่วนบรรดานักแสดงก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วภายใต้เงื่อนไขแวดล้อมที่ดำรงอยู่ แต่เวลาผมนึกถึงหนังมาร์เวล สิ่งใกล้เคียงที่สุดที่ผุดขึ้นมาก็คือ “สวนสนุก” งานกลุ่มนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์ของมนุษย์ ผู้พยายามจะถ่ายทอดประสบการณ์ทางอารมณ์และจิตวิทยาของตนให้แก่เพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ”

นี่คือการวิพากษ์วิจารณ์อันสุดแสนเผ็ดร้อนของคนทำหนังชั้นครู ซึ่งผลงานของเขาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ “Joker” หนังแอนตี้ฮีโร่เรื่องล่าสุดจากค่ายดีซี

ต่อมาสกอร์เซซีได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้อีกหลายหน แต่ด้วยน้ำเสียงประนีประนอมยิ่งขึ้น ผ่านมุมมองที่ว่าเขามิได้ต่อต้านปรากฏการณ์ที่โรงภาพยนตร์ยุคปัจจุบันกลายสภาพเป็นสวนสนุก เพราะนั่นคือความบันเทิงในอีกรูปแบบ สำหรับผู้ชมอีกกลุ่ม แต่ “ภาพยนตร์ในนิยามใหม่” เช่นนั้นก็ไม่ควรรุกรานทำลาย “ภาพยนตร์ในแบบอื่นๆ” (หรือ “ภาพยนตร์ในนิยามเดิมๆ”)

ทัศนวิจารณ์ของยอดผู้กำกับฯ รุ่นเก๋า ย่อมต้องสั่นสะเทือนสังคม/ตลาดฮอลลีวู้ดร่วมสมัย ซึ่งมีหนังซูเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะผลงานจากค่ายมาร์เวลเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนสำคัญ

หลังสกอร์เซซีเปิดประเด็นไม่นาน “ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา” ผู้กำกับฯ วัย 80 ปี เจ้าของผลงานขึ้นหิ้ง เช่น ไตรภาค “The Godfather” ก็ออกมาสมทบทัพ ด้วยถ้อยคำรุนแรงยิ่งกว่า

“ที่มาร์ติน สกอร์เซซี พูดว่าหนังมาร์เวลมันไม่ใช่ภาพยนตร์นั้น เขาพูดได้ถูกต้องทีเดียว เพราะพวกเราคาดหวังที่จะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากภาพยนตร์ พวกเราคาดหวังที่จะได้รับประโยชน์บางประการกลับมา เช่น อาการตาสว่าง องค์ความรู้ หรือแรงบันดาลใจ

“ผมไม่รู้ว่ามีใครได้อะไรบ้างไหม? จากการเข้าไปดูหนังเนื้อหาเดิมๆ รอบแล้วรอบเล่า ต้องถือว่ามาร์ตินมีความเมตตากรุณาแล้วนะ ที่เขาพูดว่างานประเภทนั้นไม่ใช่ภาพยนตร์ แต่ไม่ได้ระบุว่าพวกมันเป็นสิ่งเลวทรามน่ารังเกียจ อย่างที่ผมเห็นว่าหนังมาร์เวลเป็น”

คอปโปลาโยนระเบิดผ่านการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ข้ามฟากไปยังสหราชอาณาจักร “เคน โลช” คนทำหนังฝ่ายซ้ายรายสำคัญวัย 83 ปี เจ้าของสองรางวัลปาล์มทองคำจาก “The Wind that Shakes the Barley” และ “I, Daniel Blake” ก็ร่วมแสดงความเห็นในทิศทางคล้ายคลึงกับเพื่อนร่วมรุ่นชาวอเมริกันว่า

“ผมเห็นว่าหนังพวกนี้มันน่าเบื่อ พวกมันถูกผลิตขึ้นมาเป็นสินค้า ก็เหมือนกับแฮมเบอร์เกอร์นั่นแหละ นี่คือการผลิตสินค้าที่มุ่งกอบโกยกำไรให้บรรษัทขนาดใหญ่ กระบวนการผลิตหนังเหล่านี้จึงดำเนินไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว มันเป็นการทำงานทางการตลาด ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับศิลปะของภาพยนตร์เลยแม้แต่น้อย”

อย่างไรก็ดี ผู้กำกับภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่รุ่นใหม่ๆ ได้ทยอยกันออกมาปกป้องผลงานของตนเองและตอบโต้คนทำหนังรุ่นพ่อรุ่นปู่อยู่มากพอสมควร

รายที่โต้กลับอย่างสมน้ำสมเนื้อที่สุดเห็นจะเป็น “เจมส์ กันน์” ผู้กำกับฯ วัย 53 ปี ซึ่งสร้างชื่อจาก “Guardians of the Galaxy”

กันน์โพสต์ข้อความยาวๆ ในอินสตาแกรมส่วนตัว หลังการคอมเมนต์หนังมาร์เวลของสกอร์เซซีและคอปโปลาเผยแพร่สู่สาธารณชนวงกว้าง

“คนรุ่นปู่ของพวกเราเคยมองหนังแก๊งสเตอร์ด้วยสายตาแบบนี้ และมักเรียกมันว่าสิ่งเลวทรามน่ารังเกียจ

“คนรุ่นทวดของพวกเราเคยคิดแบบเดียวกันกับหนังเวสเทิร์น และเชื่อว่าภาพยนตร์ของจอห์น ฟอร์ด, แซม เพกคินพาห์ และเซอร์จิโอ เลโอเน่ ก็เป็นสิ่งน่ารังเกียจเช่นกัน

“ผมจำได้แม่นว่าตอนตัวเองกำลังบ้าคลั่งหนังเรื่อง Star Wars คุณลุงของผมก็เข้ามาบอกว่า “ลุงเคยดูมัน ตั้งแต่ตอนยังใช้ชื่อว่า 2001 ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้ไอ้หนู!”

“หนังซูเปอร์ฮีโร่คือหนังแก๊งสเตอร์/เคาบอย/ผจญภัยตะลุยอวกาศของยุคปัจจุบัน หนังซูเปอร์ฮีโร่บางเรื่องมีคุณภาพเลวร้าย ทว่าบางเรื่องก็ช่างงดงาม

“หนังซูเปอร์ฮีโร่ไม่ต่างอะไรกับหนังเวสเทิร์นและหนังแก๊งสเตอร์ (และเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งหมดล้วนเป็น “หนัง” เหมือนๆ กัน) โดยใช่ว่าทุกคนจะสามารถตระหนักซาบซึ้งถึงคุณค่าของหนังตระกูลนั้นๆ ได้ แม้กระทั่งอัจฉริยบุคคลบางท่านก็ตาม ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องปกติ”

แต่ไม่ว่าวิวาทะว่าด้วยหนังซูเปอร์ฮีโร่ระหว่างผู้กำกับฯ ต่างรุ่น จะลงเอยเช่นไร

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา “Avengers : Endgame” จากสตูดิโอมาร์เวล ก็เพิ่งสร้างสถิติเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ โดยโกยเงินทั่วโลกไปแล้ว 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่มีหนังตระกูลเดียวกันจากค่ายเดียวกันอีก 8 เรื่อง ซึ่งติดอยู่ในลิสต์ “ท็อป 30”

ข้อมูลจาก

https://www.theguardian.com/film/2019/oct/04/martin-scorsese-says-marvel-movies-are-not-cinema

https://www.theguardian.com/film/2019/oct/21/francis-ford-coppola-scorsese-was-being-kind-marvel-movies-are-despicable

https://www.theguardian.com/film/2019/oct/22/superhero-films-are-cynical-exercise-to-make-profits-for-corporations-ken-loach?CMP=share_btn_tw

บทความก่อนหน้านี้“กรมสรรพสามิต” เดินหน้าคุมซุ้มยาดอง ยันไม่ตั้งใจให้กระทบภูมิปัญญาชาวบ้าน
บทความถัดไป‘สิระ’ ไล่ ‘ธนาธร’ พ้นเก้าอี้ กมธ.งบประมาณ ชี้สถานะไม่ต่าง ‘ไส้เดือน’ แนะเลือกเอาสักทาง