มุกดา สุวรรณชาติ : กฎหมาย…อำนาจและสิทธิเสรีภาพ (1) ความสมดุลที่เปลี่ยนไปใน 10 ปีหลัง

มุกดา สุวรรณชาติ

การใช้กฎหมาย การใช้อำนาจ การใช้สิทธิเสรีภาพ ถ้าเป็นไปตามหลักยุติธรรม ก็จะเกิดการถ่วงดุล ทำให้สังคมอยู่อย่างปกติสุข

แต่ถ้ามีการใช้ผิดหลักการ สมดุลจะเปลี่ยน ความวุ่นวายก็จะเกิด เมื่อเกิดแล้ว มิใช่จะแก้ไขง่าย ยิ่งแก้ไม่ถูก ความขัดแย้งก็ลุกลาม ถึงเลือด ถึงชีวิต คิดจะปรองดองก็ไม่ง่าย

คดีความที่บ่งชี้ถึงสมดุลของกฎหมาย…อำนาจและสิทธิเสรีภาพ พอยกตัวอย่างที่คัดย่อมาจากสื่อต่างๆ ได้

ซึ่งบางคนเรียกว่า คดีแปลกๆ

Image result for นั่งรถไฟไปราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง มติชน ธเนตร อนันตวงษ์

คดีส่องแสงหากลโกงราชภักดิ์

25 มกราคม 2560 ธเนตร อนันตวงษ์ หรือ ตูน จำเลยคดีร่วมกิจกรรม “นั่งรถไฟไปราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง” เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558 ถูกอัยการศาลทหารฟ้องในข้อหาชุมนุมการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ธเนตรให้การรับสารภาพในชั้นศาล ตุลาการศาลทหารพิพากษาให้จำคุกจำเลย 6 เดือน โดยมีการเพิ่มโทษ จากการที่จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาในคดีชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553 ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และทำให้เสียทรัพย์ แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดเหลือ 4 เดือน ทั้งนี้ จำเลยได้ถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้วตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2559 ซึ่งถูกคุมขังเกินโทษแล้ว ศาลจึงสั่งให้ปล่อยตัวในคดีนี้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในคดีนี้นอกจากธเนตรแล้วยังมีจำเลยที่ถูกฟ้องแล้วอีก 9 คน จากทั้งหมด 11 คน ที่ถูกจับกุมและมีการดำเนินคดีจากการร่วมกิจกรรมเดียวกันนี้ ทั้งนี้เนื่องจากคดีนี้มีการแยกฟ้องจำเลย

นอกจากคดีนี้แล้วธเนตรยังถูกฟ้องเป็นจำเลยในอีกคดีข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ จากการถูกกล่าวหาว่ามีการโพสต์ภาพข้อความและข้อความในเฟซบุ๊กรวม 5 โพสต์

Image result for คดี ไผ่ ดาวดิน มติชน

คดี ไผ่ ดาวดิน

เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ปู จิตกร บุษบา คอลัมนิสต์การเมือง หนังสือพิมพ์แนวหน้า และพิธีกรรายการ เรื่องเล่าของแผ่นดิน ทาง Blue Sky TV โพสต์ข้อความวิจารณ์การดำเนินคดีต่อไผ่ ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจว่า มีอยู่ประการหนึ่ง ที่ตนก็ไม่เข้าใจกระบวนการดำเนินคดีแบบไทยๆ อยู่เหมือนกัน คือ ไผ่ ดาวดิน แชร์บทความจากเพจ BBC Thai เขาโดนคดี ม.112

แต่ทำไมบีบีซีซึ่งเป็นผู้เสนอบทความไม่โดน

และมีคนแชร์ไปอีกหลายพันคน ก็ไม่โดน

ทำไมไผ่โดนคนเดียว

คดีเปิดศูนย์ปราบโกงบ้านโป่ง
สั่งเพิ่มข้อหา-ใครเข้าปรับทัศนคติคดีจบ

23 มกราคม 2560 ชาวบ้านผู้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีถ่ายรูปกับป้ายศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่อำเภอบ้านโป่ง จำนวน 27 คน ได้เดินทางเพื่อเข้าพบพนักงานอัยการศาลทหาร มณฑลทหารบกที่ 16

วันนี้อัยการทหาร ได้ส่งสำนวนกลับคืนมายังพนักงานสอบสวน และขอให้กลับไปทำสำนวนมาใหม่โดยให้ไปแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นข้อหาอะไร ควบคู่กับข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน พร้อมทั้งสั่งให้พนักงานสอบสวนถามย้ำกับผู้ต้องหาทุกคนว่า มีผู้ใดที่จะสมัครใจเข้าโครงการอบรมเพื่อการพัฒนาอีก

หากใครที่สมัครใจเข้าค่ายปรับทัศนคติ เมื่อเสร็จสิ้นจากการอบรมในระยะเวลา 5-7 วันแล้ว หน่วยงานที่รับดูแลเรื่องการปรับทัศนคติจะทำหนังสือมายังร้อยเวรว่า คดีความของผู้ที่ได้เข้าปรับทัศนคติสิ้นสุดแล้ว และพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นไม่สั่งฟ้องบุคคลนั้นๆ

มีชาวบ้าน 17 คน พร้อมด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ วิทยาเขตแพร่ ไม่ยอมรับ และไม่สมัครใจที่จะเข้าโครงการอบรมเพื่อการพัฒนา พร้อมทั้งยืนยันที่จะสู้คดีต่อไป

ส่วนคดีของแกนนำ แถลงข่าวศูนย์ปราบโกงฯ ศาลทหารให้ประกัน 19 แกนนำ นปช. แต่กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ ห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และห้ามยุยงปลุกปั่น

ศาลสั่งปรับ “หม่อมเต่านา” 500 บาท
จ้องหน้าคุกคามอัยการ คดีจำนำข้าว

วันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ศาลพิจารณาคดี หม่อมเต่านา โดยเห็นว่า พฤติการณ์ของมิ่งมงคล และธรรศ เข้าไปยืนระยะประชิด และจ้องหน้าในลักษณะคุกคามพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในคดีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำในศาล จึงมีคำสั่งว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด ไม่รักษาความสงบเรียบร้อยในศาล

ส่วนธรรศ แม้ไม่ยอมรับตามข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าไม่ได้เดินตามพนักงานอัยการในระยะประชิด และไม่ได้ถ่ายรูปพนักงานอัยการ แต่เห็นว่าธรรศมาด้วยกันกับ ม.ล.มิ่งมงคล และเดินทางกลับด้วยกัน ตามหลักฐานภาพถ่ายในศาล จึงเชื่อได้ว่าหากมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นคงเข้าไปช่วยเหลือ

ดังนั้น ธรรศจึงเป็นตัวการร่วมกับ ม.ล.มิ่งมงคล

แต่เป็นการกระทำที่ไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษสถานเบา สั่งปรับผู้ถูกกล่าวหาคนละ 500 บาท

แฟ้มภาพ

ยกฟ้องคดีที่ 2 ของจำเลยคดียิง กปปส.ตราด
เหตุถูกทหารชักจูงให้ปรักปรำตัวเอง
ไม่มีประจักษ์พยาน

ศาลอาญายกฟ้องคดีที่ 2 ของ “สมศักดิ์” อดีตจำเลยคดียิง กปปส.ตราด ปี 2557 ในข้อหาครอบครองอาวุธ ศาลยกเหตุไม่มีประจักษ์พยาน-หลักฐานยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธของกลางในคดี และคำให้การในชั้นสอบสวนมีการตกลงกับทหารมาก่อน ถือเป็นการจูงใจโดยมีผลตอบแทน โดยคดีแรกยกฟ้องข้อหาร่วมกันฆ่าในคดียิงเวที กปปส.ตราดไปแล้วเมื่อต้นปี

27 ธันวาคม 2559 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ 2 ของ สมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีการครอบครองและเคลื่อนย้ายอาวุธ ซึ่งอาวุธปืนของกลางในคดีนี้ตามฟ้องระบุว่าถูกเอาไปใช้ในเหตุการณ์คดีแรกของสมศักดิ์ที่เขาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุยิงเวที กปปส. จ.ตราด เมื่อกุมภาพันธ์ 2557

ซึ่งในคดีแรกศาลจังหวัดตราดได้ยกฟ้องไปแล้วเมื่อ 27 มกราคม 2559

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก สมศักดิ์ ได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 โดยจำเลยนำสืบว่าทหารได้เข้าจับกุมเขาพร้อมภรรยาที่โรงแรมสวีตอิน อ.เขาสมิง จ.ตราด ในการจับกุม ทหารจำนวนหลายนาย พร้อมอาวุธได้ใช้ระเบิดควันยิงเข้าไปในห้องพักของโรงแรมก่อนและดำเนินการพังประตูห้องเข้าไปจับกุมตัวทั้งสองคน จากนั้นถูกใช้ผ้าปิดตาและมัดข้อมือไขว้หลังด้วยสายรัดแล้วถูกนำตัวขึ้นรถ

จากนั้นก็ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหาร และทหารได้สอบสวนด้วยการข่มขู่ มีการคลุมศีรษะด้วยถุง และทำร้ายร่างกายจนกระทั่งปัสสาวะราด รวมถึงอ้างว่ามีการสร้างสถานการณ์จำลองว่าทหารจะมีเจตนาฆ่านายสมศักดิ์ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว เพื่อบังคับให้นายสมศักดิ์ยอมให้ข้อมูลและรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุกราดยิงเวที กปปส.ตราดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มาก่อน

จำเลยนำสืบว่า…คำให้การที่พนักงานสอบสวนมาสอบสวนจำเลยระหว่างถูกขังในเรือนจำตราดนั้นยังเกิดขึ้นจากการตกลงกันว่าหากจำเลยให้ความร่วมมือจะไม่มีการดำเนินคดีกับจำเลยและภรรยา และคำให้การดังกล่าวทหารยังเป็นคนบอกจำเลยว่าให้พูดตาม แล้วจำเลยก็ไม่ได้อ่านบันทึกคำให้การของตนก่อนอีกด้วย จึงเป็นหลักฐานที่มาจากการจูงใจไม่ได้ให้การด้วยความสมัครใจ จึงเป็นหลักฐานที่ไม่สามารถรับฟังได้ และคำให้การของ น.ส.ชวัลรัตน์ที่เป็นพยานเอกสาร จำเลยก็ไม่มีโอกาสที่จะซักค้านพยานด้วย

พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะใช้ในการพิจารณาลงโทษจำเลย

จี้ ป.ป.ช. เร่งสอบคดีทุจริตสร้างโรงพัก
หลังร้องมา 3 ปียังไม่มีความคืบหน้า

วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตั้งคำถามต่อ ป.ป.ช. ถึงความคืบหน้าคดีนี้เช่นกัน โดยระบุว่า ป.ป.ช. ไต่สวนมานานหลายปีแล้ว ได้ผลสรุปเป็นประการใดบ้าง อย่าอ้างว่ามีคดีมาก ต้องใช้เวลา

หลายคดีที่เกี่ยวกับทหาร คสช. ทำไมจึงสามารถหยิบขึ้นมาตรวจสอบ และแถลงผลของคดีได้อย่างรวดเร็ว

เช่น กรณีคดีทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนเมื่อ 8 ธันวาคม 2558 ป.ป.ช. สามารถแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็ว

และแถลงผลสอบต่อสาธารณะว่าทหาร คสช. ที่ถูกกล่าวหาบริสุทธิ์ผุดผ่องทุกคนเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559

Image result for อาจารย์ ตุ้มมติชน

คดีอาจารย์ตุ้ม ละเมิดอำนาจศาล

ใครๆ ก็สงสัยว่า อาจารย์ตุ้ม หรือรองศาสตราจารย์สุดสงวน ไปละเมิดอำนาจศาล จากสาเหตุใด คนจบนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในสาขาอาชญวิทยาและการบังคับใช้กฎหมาย เห็นขัดแย้งเรื่องใด

(ต่อฉบับหน้า)

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กป้อม หัวโต๊ะ ถกปรองดอง ผุดอนุ4ด้าน ทหารนั่งประธาน คุยพรรคการเมืองวันวาเลนไทน์
บทความถัดไปศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : รูป “พ่อแก่” เก่าแก่ที่สุด อยู่ที่นครธม ประเทศกัมพูชา