เปิดอกคุย อดีตแกนนำ พธม. มองธนาธร-อนค.อย่างมีความหวัง? ยืนยันก่อนตัวเองตาย “รัฐประหาร” ไม่หมดไปจากสังคมไทย

“ต้องรอดูเขาไปก่อนครับ อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นปีศาจตัวใหม่ที่มาแทนคุณทักษิณ ชินวัตร จริงอยู่ที่คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีจุดอ่อนในการขึ้นมาเหมือนเป็นตัวแทนของกลุ่มทุน เพราะตัวเขามีทรัพย์สินประมาณ 5,000 กว่าล้านแล้วมีธุรกิจที่ทำอยู่ ก็ต้องดูเขาไปก่อน และผมอยากให้มองคนรุ่นใหม่ที่ประกอบกันอยู่ในพรรคอนาคตใหม่เนี่ย มันมิได้มีแต่ตัวแทนของกลุ่มทุนแบบคุณธนาธรหมดทุกคนนะ ฉะนั้น ผมคิดว่าสังคมไทยจะต้องให้โอกาสพรรคอนาคตใหม่ได้ทำงานไประยะหนึ่งจึงจะพิสูจน์ได้ ซึ่งการพิสูจน์ก็ต้องพิสูจน์ด้วยการทำงาน วันนี้ต้องถามว่าสังคมเปิดโอกาสให้นักการเมืองใหม่ๆ มากน้อยแค่ไหน”

นี่คือมุมมองและคำตอบของพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ต่อปรากฏการณ์พรรคอนาคตใหม่ในการเมืองไทยปัจจุบัน

พิภพเล่ามุมมองที่เฝ้ามองการเมืองไทยในปัจจุบันว่า

บอกตรงๆ ว่าผมมีความหวังกับอะไรใหม่ๆ คนเราต้องมีความหวัง ต้องเห็นประกายแสง เรามองดูพวกเขาเนี่ยมันดูมีประกายนะ ที่จะเป็นอนาคตใหม่ แต่ยอมรับว่าตัวผมเองก็มีเงื่อนไขเยอะแยะนะในการมองพวกเขา

ที่ผ่านมา แม้ว่า “พรรคอนาคตใหม่” จะขายนโยบายและชูเรื่องกระจายอำนาจเป็นพระเอกหลัก แต่ผมยังมองไม่เห็นภาพชัดเจนว่าคุณธนาธรจะทำอย่างไรในการรื้อโครงสร้างอำนาจ ที่กลายเป็นตัวกำหนดในเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม

ซึ่งไม่ใช่แค่อำนาจทางการเมืองอย่างเดียว โครงสร้างการศึกษา โครงสร้างของเศรษฐกิจก็ดี โครงสร้างทหาร, ตำรวจ, อัยการ กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดที่พรรคอนาคตใหม่พูดมา ตรงจุดถูกเป้าหมายหมด

แต่รายละเอียดยังไม่เห็นเลย

เราก็ยังสงสัยว่า ถ้าพวกเขาเข้ามาบริหารประเทศแล้วจะ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” อย่างคุณทักษิณบริหารประเทศ 4 ปีแรก เราบอกเลยว่า “ใช่” แต่พอขึ้นมาปีที่ 1 ในสมัยที่สอง เราเริ่มตั้งคำถามไม่ใช่ได้อย่างไร ต้องไปเรียนรู้ตรงจุดนั้น แม้ว่าเขาจะได้คะแนนเสียงมาจำนวนมาก

ยกตัวอย่าง ประเด็นเรื่องการศึกษาที่ผมชอบและถนัด ในพรรคอนาคตใหม่มีคนที่รู้เรื่องการศึกษาฟินแลนด์อยู่ ผมเคยพาเขามาสัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์มูลนิธิเด็กด้วย มีโอกาสกินข้าวพูดคุยกัน

แต่ผมก็ยังไม่เห็นการรื้อ การเสนอรื้อโครงสร้างของระบบการศึกษาไทยชัดเจนว่าทำอย่างไร เพียงแต่เขามีฟินแลนด์เป็นตัวจุดประกายความคิดที่ดี

ผมก็รอดูอยู่ว่าเขาจะทำอย่างไร


ถ้ายุบอนาคตใหม่-ธนาธรต้องคดี

ผมกล้าบอกได้เลยว่า ประชาชนจะรวมตัวกันแข็งแรงขึ้นถ้ามีการยุบพรรค

แล้วคุณเอาธนาธรติดคุก เอาติดคุกคุณทำได้ แต่จะให้คุณธนาธรลดบทบาททางการเมืองได้ไหม? ปกติ คุกกับการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีผลกระทบ แต่จะทำให้พรรคอนาคตใหม่แข็งแกร่งขึ้น

ยุบไปก็ตั้งพรรคใหม่ได้ ตัวอย่างมีให้เห็น การที่ไปยุบพรรคคุณทักษิณ ตั้งแต่ไทยรักไทยยุบแล้วสามารถรวมตัวกันได้ในชื่อใหม่ ไม่ตายหรอกครับ ก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินการทางการเมือง

ผมว่าอันนี้สำคัญ อย่างที่กล่าวไป ถ้าเขามีโอกาส มีอำนาจบริหารประเทศจะทำเหมือนสมัยคุณทักษิณไหมที่จะแสวงหาอำนาจกลุ่มทุนหรือเปล่า

ติดอยู่ตรงนี้คุณต้องติดตาม


รัฐประหารกับสังคมไทย

ในชีวิตผมก่อนตายก็ยังไม่มีวันที่รัฐประหารจะหมดไปจากสังคมไทย

เพราะว่ารากฐานที่วางมา 80 กว่าปีเนี่ยมันแน่น แต่ผมเชื่อว่ามันจะคลี่คลายไปนะ

อีกประเด็นสำคัญที่อยากจะย้ำคือ เราไม่มีการกระจายอำนาจที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลมาด้วยวิธีการอื่นๆ ก็ไม่จริงใจกับการกระจายอำนาจ ซึ่งพวกเราต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2540 ให้มีการการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด มีกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่จะเปลี่ยนผู้ปกครองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นมาด้วยกระบวนการการเลือกตั้ง มากกว่าในรัฐสภาใหญ่

สำคัญสุดคือเรื่องการศึกษา เพราะพื้นฐานสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาในสังคมไทย

คือ ระบบการศึกษาไม่สอนให้คนคิดเป็น และไม่ได้เอื้อต่อการเปิดทางเลือกใหม่ๆ ทางความคิดได้

ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเราไม่มีรัฐประหาร โดยเปิดให้มีการเลือกตั้งสม่ำเสมอ นักการเมืองเก่า (พวกกรอบคิดเดิมๆ แสวงหาประโยชน์) จะหลุดไปประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์

คิดดูสิ ถ้ามีการเลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีการรัฐประหารเนี่ยที่มีการถ่ายเลือดของนักการเมืองอยู่ตลอดเวลา จะเป็นอย่างไร

อย่างวันนี้นักการเมืองต่างๆ เข้ามาหนุนคุณประยุทธ์ก็เป็นนักการเมืองแบบเดิมที่เคยเป็นอยู่ของสังคมไทย

ซึ่งการมีรัฐประหารบ่อยๆ ทำให้นักการเมืองเก่ามีโอกาสจะกลับมาเป็นนักการเมืองได้อีกด้วยซ้ำ

รัฐบาลนี้จะ “จบ” เพราะอะไร?

เขาไม่แก้ปัญหาประเทศ

ผมตอบได้แบบง่ายๆ กำปั้นทุบดินเลย เขาไปต่อไม่ได้แน่ เพราะเขาไม่มี “กะลาคุ้มหัว” เหมือนเป็น “เต่า” ที่ไม่มีกระดอง

จากอดีตที่มีทหารคุ้มหัว เขาไม่มีแล้ว อาจจะมีนิดๆ แต่ไม่ชัด คุณอย่าลืมว่าคุณประยุทธ์มีโอกาส 5 ปี ในการเป็นนายกรัฐมนตรี

ถามหน่อยว่าทุกคนบอกมีความหวังหรือไม่?

ผมคงไม่ต้องตอบ ซึ่งคุณประยุทธ์เองจะใช้โอกาสนี้อย่างไร คือคุณต้องไม่ลืมดาวจรัสแสง มันมีโผล่มาเสมอ

ส่วนคุณประยุทธ์เป็นดาวเก่า เป็นดาวที่ใกล้ดับ ฉะนั้น คุณประยุทธ์จะต้องใช้คนรุ่นใหม่ในพรรคของตัวเอง

พูดง่ายๆ ถ้าไม่เปลี่ยนตัวคุณจะต้องให้บทบาทคนรุ่นใหม่ในพรรคพลังประชารัฐ แต่คุณประยุทธ์จะจัดการหรือไม่ แล้วจัดการเป็นไหม ขืนยังให้ตัวเองเป็นดาวจรัสแสงอยู่ต่อไป ยังไงก็เป็นดาวดับ

แม้หลายคนอาจจะมองแย้งว่ายังมีแบ๊กอัพคือทหาร-ส.ว. และรัฐธรรมนูญ ผมอยากบอกว่า การเมืองไทยรัฐธรรมนูญก็เอื้อให้ทหารมาตลอด นี่ไม่ใช่ฉบับแรก แล้วก็เปลี่ยนแปลงทุกครั้ง

ส่วน ส.ว.พูดแบบให้เกียรติ ผมก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นมนุษย์ที่รู้ชั่วรู้ดี ส.ว.คงไม่ตาบอดยกมือสนับสนุนคุณประยุทธ์ไปตลอดหรอก ผมคิดมาตลอดในใจ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจากนี้จะขึ้นอยู่กับประเด็นและการนำ ใครจะไปคิดอย่างตอนนี้การแก้รัฐธรรมนูญ เริ่มมี ส.ว.กระโดดเข้ามาร่วมมีบทบาทด้วย ก็อยากให้รอดูต่อไป ว่าจะกระโดดเข้าร่วมมากขึ้นหรือไม่

หลายคนเขาก็รู้แล้วว่ามันไปไม่รอดแบบนี้


ยิ่งถ้าเรามีประสบการณ์เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมามาก เอาไม่ต้องไกล แค่ปี 2540 ก็เป็นตัวเปรียบเทียบ 2550 มันมีข้อเปรียบเทียบเยอะแยะ

สุดท้ายคนจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ มันกลายเป็น “ตัวปัญหา” แล้วก็ฝันไปเถอะว่าจะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นตัวปัญหาเกาะกินสังคมไทยไปเรื่อย ๆ แล้วที่บอกว่าจะมีแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ก็ฝันไปเถอะ

ตลอดช่วงชีวิตการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผมก็มองออกว่า ฝันนี้ไม่มีวันเป็นจริงหรอก

เริ่มมีคนโยนหินถามทางในการดัน “นิรโทษกรรม”

ผมมองว่าในอดีตกระบวนการจัดการทางการเมืองเราไม่ใช้โมเดลแบบแอฟริกาใต้ สมัยหนึ่ง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขยับจะใช้โมเดลแบบแอฟริกาใต้ แต่ไม่ได้ออกเป็นพระราชบัญญัติ ออกแบบเป็นคำสั่งนายกฯ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล โดยดึงผู้ใหญ่เข้ามาร่วมมากมาย มาเป็นประธานหมดเลย ตั้งแต่คุณหมอประเวศ วะสี อาจารย์คณิต ณ นคร คุณอานันท์ ปันยารชุน ตั้งเป็นกรรมการในฝ่ายต่างๆ

แต่คุณอภิสิทธิ์ไม่จริงใจ

นี่ผมตั้งใจพูดแบบให้คุณอภิสิทธิ์ได้ยินเลยนะ เพราะว่าคุณอภิสิทธิ์มักจะถามอยู่เสมอว่า “ต้องปรองดองกับใคร?”

แล้ววันนี้มาถึงจุดจุดหนึ่งสังคมอาจจะบอกว่าควรจะยุติเรื่องการพิจารณาบางคดีได้หรือยัง เพราะหลายคนก็ติดคุกกันหมดแล้ว

จึงเริ่มมีความคิดดันนิรโทษกรรมเกิดขึ้นตอนต้นรัฐบาลประยุทธ์นี้เอง ผมกำลังคิดว่าสถานการณ์ใกล้เหมือนกับ 66/2523 ผมว่าใกล้แล้ว แต่จะต้องรอดูปฏิกิริยาจากนี้ไป จากสื่อต่างๆ ผมไม่รู้ว่าปฏิกิริยาบวกหรือลบ เพราะว่าสุดท้ายจะเกิดขึ้นได้

เสียงส่วนใหญ่ต้องเห็นด้วย ในการยุติเรื่องต่างๆ โดยไม่ใช้กระบวนการศาลอย่างเดียว จะต้องใช้การออกกฎหมายพิเศษ

แล้วในฐานะที่เป็นคนที่ได้รับผลกระทบ มีส่วนได้ส่วนเสีย มีทั้งบวกและลบ สำหรับผมเองไม่เรียกร้องอะไรมาก ขอให้ขึ้นอยู่กับ “กระแสสังคม”

ชมคลิป เปิดอกคุย พิภพ ธงไชย ในทุกเรื่องการเมืองร้อน! ได้ที่

บทความก่อนหน้านี้คุยกับทูต ‘เอมิลิโอ เด มิเกล กาลาเบีย’ ความสัมพันธ์สเปน-ไทย ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
บทความถัดไปรับปิดเทอม ซีไลฟ์ฯ ปล่อยภารกิจ พา #หมอฉลามมาดูฉลาม ในแคมเปญ #DiscoverTheNewSharkFamily ทักทายตระกูลฉลามกว่า 15 สายพันธุ์