ผ่าคดี “จ่านิว” ไม่เกี่ยวแก๊งทวงหนี้ 4 อันธพาลรุมตี‘นักกิจกรรม ปชต.’ จนสาหัส-ตาหวิดบอด!

เป็นที่จับตามองของประชาชนไทยไปจนถึงสื่อทั่วโลก สำหรับคดีลอบทำร้าย ‘จ่านิว’ หรือนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย

ที่ถูกคนร้าย 4 คนขี่จักรยานยนต์ดักหน้าดักหลัง ก่อนลงมารุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ถนนใหญ่เมืองกรุง เวลากลางวันแสกๆ

อุกอาจ ฮึกเหิม เหมือนเชื่อว่าไม่มีใครทำอะไรได้

ที่สำคัญก่อนหน้านี้เพียงไม่ถึงเดือน จ่านิวก็ถูกรุมทำร้ายโดยชายฉกรรจ์ปิดหน้าปิดตามาแล้ว

เรียกว่าลอบกัดกันอย่างถี่ยิบ ซึ่งคดีก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

มาครั้งนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ว่าจะคลี่คลายคดีได้หรือไม่ หรือสุดท้ายก็จะเงียบหายไปกับสายลม

เหมือนกับคดีทางการเมืองอื่นๆ ที่ไม่สามารถจับมือใคร ดมได้

4 ทมิฬลอบทำร้ายจ่านิว

เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 28 มิ.ย. โดยขณะที่นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว กำลังออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปทำธุระเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ประเทศอินเดียตามที่ได้ทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ขณะกำลังจะข้ามถนนที่ปากซอยรามอินทรา 109 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.

มีชายฉกรรจ์ 4 คน ในสภาพสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ขี่จักรยานยนต์ซ้อน 2 กันมา 2 คัน คันแรกจอดอยู่บริเวณหน้าปากซอยใกล้กับสะพานลอยตรงจุดเกิดเหตุมีหนึ่งในคนร้ายคร่อมรถรออยู่ ส่วนอีกคันจอดเลยไปอีกประมาณ 5 เมตร และมีคนร้าย 2 คนอยู่ที่รถจยย. เรียกว่าดักหน้าดักหลังเลยทีเดียว

เมื่อเห็นนายสิรวิชญ์เดินมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายจากจุดใต้สะพานลอยวิ่งเข้าไปใช้อาวุธไม้ตีนายสิรวิชญ์เป็นคนแรก จากนั้นคนร้ายอีก 2 คนที่จอดรถรออยู่วิ่งเข้าไปรุมตี โดยมีไม้เป็นอาวุธทั้ง 3 คน จากนั้นนายสิรวิชญ์วิ่งหนีลงไปกลางถนน

คนร้ายทั้ง 3 คนยังวิ่งตามไปตีกลางถนน ทำให้รถที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวต้องหยุดชะงักโดยไม่มีใครกล้าเข้าช่วยเหลือ จากนั้นนายสิรวิชญ์ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ไม้กระบองสีดำแบบยืดหดได้ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ชอบใช้ ตีศีรษะจนเลือดท่วมก่อนวิ่งไปล้มลงบนพื้นถนน

ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวจึงพากันตะโกนว่าตำรวจมา ทำให้กลุ่มคนร้ายที่พยายามจะเข้าไปทำร้ายนายสิรวิชญ์อีกรอบพากันหลบหนีไป แล้วแยกย้ายกันขึ้นรถจักรยานยนต์ ขี่หลบหนีไปทางศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

จากนั้นพลเมืองดี และวินจักรยานยนต์ที่อยู่บริเวณดังกล่าว ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 1 ในสภาพสาหัส เบื้องต้นพบจมูกหัก เบ้าตาแตก เลือดคั่งในตา ศีรษะแตกเย็บ 8 เข็ม ก่อนนำส่งสแกนสมองที่โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 แล้วส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลมิชชั่น ตามสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค

โดยคณะแพทย์ผู้รักษานายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ เปิดเผยว่า หลังรักษาเบื้องต้นพบแผลฉีกขาด 2 แห่ง และมีเลือดคั่งในเบ้าตาขวาทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน จมูกบวมมีเลือดกำเดา ส่วนผลเอกซเรย์สมองและกระดูกเบ้าตาพบว่าจมูกและกระดูกใบหน้าหัก กระดูกเบ้าตาข้างขวาแตก มีก้อนเลือดคั่งกดเส้นประสาท

แพทย์ผ่าตัดเย็บแผลฉีกขาดที่ศีรษะและคิ้วขวา โดยเจาะระบายความดันในลูกตาข้างขวา และให้ออกซิเจน, น้ำเกลือ, ยาแก้อักเสบ แก้บาดทะยัก รวมถึงยาลดบวมของเส้นประสาทตา

ก่อนนำตัวรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

พุ่งการเมือง–เช็กวงจรปิดล่า

แน่นอนว่าหลังจากเกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้ เสียงเรียกร้องจากหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนทั้งของไทยและของโลกต่างออกแถลงเพื่อประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าเป็นการลงมือทำร้ายที่มีปมมาจากเรื่องการเมือง ทำร้ายกันเพราะเห็นต่าง

อีกทั้งผู้ที่ลงมือมีลักษณะเป็นมืออาชีพ พุ่งเป้าที่ไปจ่านิวโดยเฉพาะ แบ่งทีมงานมีกลุ่มดักรอ และกลุ่มสะกดรอยตาม อาศัยจังหวะเหมาะในการลงมือ เมื่อเสร็จแล้วก็หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดี

จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะต้องคลี่คลาย โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต้องลงมาจี้คดีด้วยตัวเอง พร้อมมอบหมายให้พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผช.ผบ.ตร. เป็นคนคุมคดี พร้อมระบุว่านายกฯ กำชับให้จับคนร้ายให้ได้

พร้อมตัดประเด็นเรื่องประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่น ขอให้ประชาชนใจเย็น เพราะตำรวจมีการทำงานเป็นระบบ พร้อมไล่กล้องวงจรปิด ตรวจสอบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง

ขณะที่มีความพยายามปล่อยข่าวให้เกิดความสับสนว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นอาจเชื่อมโยงกับแก๊งทวงหนี้นอกระบบ เนื่องจากครอบครัวของนายสิรวิชญ์มีฐานะไม่ดี มีหนี้สิน เคยย้ายบ้านบ่อยครั้ง รวมทั้งปล่อยข่าวว่านายสิรวิชญ์ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจำหน้าคนร้ายได้ 1 คน เป็นลูกน้องของนักการเมืองชื่อดัง ฝั่งธนบุรี

แต่ข่าวปล่อยดังกล่าวก็ถูกปฏิเสธจากชุดสืบสวน บก.น.3 ที่ระบุว่าสืบสวนแล้วไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับหนี้สิน และช่วงแรกก็ยังไม่สามารถสอบปากคำจ่านิวได้ เพราะยังพักรักษาตัว

จนกระทั่งนางพัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของจ่านิว ระบุว่า เรื่องหนี้นอกระบบนั้นไม่เป็นความจริง ที่ย้ายบ้านครั้งล่าสุดก็เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องเหล่านี้ รวมทั้งหนี้สินที่มีก็ไม่มีอันไหนที่เป็นหนี้นอกระบบ ส่วนจ่านิวมีหนี้ก็เป็นหนี้ กยศ. ซึ่งไม่คิดว่า กยศ.จะใช้วิธีนี้มาทวงหนี้แน่นอน

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาแถลงยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุอีกว่า เป็นปฏิบัติการ ไอโอสร้างเรื่องให้เกิดความสับสน พร้อมแฉว่ามีนายตำรวจบางคนให้ที่พักกับ 2 ใน 4 คนร้าย

ขณะที่จ่านิวให้การกับตำรวจ ยืนยันเป็นปมการเมืองอย่างแน่นอน

ต้องรอดูว่าจะจับกุมใครดำเนินคดีได้หรือไม่

ลงมือโหด 2 ครั้งใน 1 เดือน
สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่จ่านิวถูกลอบทำร้าย ก่อนหน้านี้เมื่อค่ำวันที่ 2 มิ.ย. ซึ่งห่างจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ถึงเดือน จ่านิวถูกคนร้ายหลายคนรุมทำร้าย เหตุเกิดที่ป้ายรถเมล์ ซอยรัชดาฯ 7 แขวงและเขตดินแดง ขณะรอรถเมล์กลับบ้าน โดยก่อนเกิดเหตุจ่านิวเดินออกมาจากห้างเดอะสตรีต รัชดาฯ หลังทำกิจกรรมล่ารายชื่อปิดสวิตช์ส.ว.ไม่ให้เลือกนายกรัฐมนตรี

โดยครั้งนั้นก็เป็นคนร้ายขี่จักรยานยนต์ลงมารุมทำร้าย จนบาดเจ็บตามใบหน้าและร่างกาย และแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง แต่การตรวจสอบกล้องวงจรปิดกลับไม่พบภาพชายต้อง สงสัยใดๆ

และมาถึงวันนี้ผ่านมาร่วมเดือน ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เช่นเคย

ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 ตอนที่จ่านิวยังเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 8 คน อุ้มไปจากหน้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ฝั่งเชียงราก โดยเพื่อนที่ไปด้วยกันระบุว่าเพิ่งเดินกลับมาจากรับประทานอาหาร ขณะกำลังเข้าประตูก็มีรถอีซูซุ มิวเซเว่น สีเงิน และรถกระบะไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ สีน้ำเงิน ทั้ง 2 คันปิดบังป้ายทะเบียน

จากนั้นมีคนมีสี 8 คน ลงมาอุ้มตัวจ่านิวขึ้นรถไปโดยไม่มีการแจ้งหมายจับ และไม่แจ้งสถานที่ที่จะพาตัวไป

โดยจ่านิวเล่าให้ฟังเมื่อถูกปล่อยตัวว่า ถูกคลุมศีรษะ ใช้ผ้าปิดตา เอาไปทิ้งที่ป่าหญ้าข้างทาง นั่งรถวนไปวนมา ก่อนจะจอดรถแล้วสั่งให้คุกเข่า พร้อมถามเรื่องการตรวจสอบทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ พร้อมกล่าวหาว่าเป็นคนไม่มีศาสนา ไม่รู้จักหน้าที่ พร้อมถามว่าทำอะไรให้ประเทศชาติบ้าง

สำหรับจ่านิวเป็นนักกิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตย จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มธ. ทำกิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร จนถูกจับกุมดำเนินคดีหลายครั้ง รวมทั้งจัดกิจกรรมตรวจสอบทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ จนถูกตัดขบวนรถไฟก็เคยมาแล้ว

ล่าสุดเตรียมจัดงานรำลึก 24 มิ.ย.2475 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ในวันที่ 29 มิ.ย. แต่ก็ถูกทำร้าย จนไม่สามารถไปร่วมงาน

หวังว่าจะเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองคนสุดท้ายที่ถูกทำร้าย

บทความก่อนหน้านี้“Where We Belong : สถานที่ ตัวตน และนิทานเปรียบเทียบของมนุษย์วัยกลางคน | คนมองหนัง
บทความถัดไปเส้นทางความรัก “ต้นหอม” – “ซัน” จากวันแรกถึงวันลา