ไหว้ครู ชูพาน โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

ไหว้ครู ชูพาน

สุจิตต์ วงษ์เทศ

ไหว้ครู ชูพาน หมอบคลานคุกเข่ากราบก้มประนมกรต่อครูบาอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ยังมีชีวิตและมีลมหายใจ เป็นประเพณี “เพิ่งสร้าง” ขึ้นใหม่ เพื่อสนองอำนาจนิยมในสมัยรัฐบาล ราว 60 ปีเมื่อไม่นานนี้ แล้วกล่อมเกลาครอบงำและบังคับขู่เข็ญให้นักเรียนนิสิตนักศึกษาต้องปฏิบัติอยู่ในอำนาจนิยมนั้น
ดังนั้นกิจกรรมชูพาน แล้วหมอบคลานคุกเข่าไหว้ครูมนุษย์ทุกวันนี้ จึงไม่ใช่ประเพณีไทยเก่าแก่ดั้งเดิมตามที่มักแอบอ้างข่มขู่ผู้คิดต่าง เพราะไม่เคยพบหลักฐานว่ามีอยู่ก่อนหน้าสมัยรัฐบาลอำนาจนิยม
[หมอบคลานคุกเข่ากราบก้มประนมกร เป็นประเพณีที่คนต้องปฏิบัติต่อพระสงฆ์กับสามัญชนต้องปฏิบัติต่อเจ้านายเชื้อพระวงศ์]

ไหว้ครูที่ตายไปแล้ว

ไหว้ครูเก่าแก่สมัยดั้งเดิมมีต้นตอจากประเพณีเลี้ยงผีที่สิงในเครื่องมือทำมาหากิน โดยคนทั้งหมดชุมชนทำร่วมกัน ได้แก่ ผีครก, ผีสาก, ผีสุ่ม, ผีนางด้ง (กระด้งฝัดข้าว) ฯลฯ
ต่อมาทั้งครูมนุษย์และศิษย์ที่เรียนร้องรำทำเพลง (นาฏศิลป์และดนตรี) ร่วมกันไหว้ครูที่ตายไปแล้ว (ครูผี) ซึ่งสิงอยู่ในเครื่องมือร้องรำทำเพลง ได้แก่ เทริด, หน้าพราน (หน้ากาก), เครื่องดนตรีต่างๆ ฯลฯ
จะเห็นว่าไหว้ครูเก่าแก่ดั้งเดิมไม่ให้ศิษย์ชูพานหมอบคลานคุกเข่ากราบก้มประนมกรต่อครูมนุษย์ที่ยังมีชีวิตมีลมหายใจ มีดี-ชั่ว ฯลฯ แต่ทั้งครูมนุษย์และศิษย์ร่วมกันไหว้ครูที่ล่วงลับ ซึ่งพ้นจากดี-ชั่วไปแล้วเป็นครูผีหรือครูเทพ

อำนาจนิยม

ไหว้ครู ชูพาน หมอบคลาน คุกเข่า กราบก้มประนมกรต่อครูมนุษย์ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จึงเป็นลักษณะอำนาจนิยมที่กล่อมเกลาและครอบงำนักเรียนนิสิต

นักศึกษาให้ยอมจำนนต่ออำนาจเหนือกว่า แล้วไม่กล้าถาม ไม่กล้าทักท้วง ไม่กล้าถกเถียง ฯลฯ
ทั้งหมดเป็นปฏิปักษ์ต่อความคิดสร้างสรรค์ของคนทุกระดับ เท่ากับปิดกั้นพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยตรง

บทความก่อนหน้านี้“อนาคตใหม่” ชวนจับตาศาลรธน.ชี้ 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อพรุ่งนี้
บทความถัดไปพาณิชย์ปิดห้องถกผู้ทรงคุณวุฒิ เตรียมแผนสั้น-ยาวรับมือสงครามการค้า