กาละแมร์ พัชรศรี : ความตายออกแบบได้

กาละแมร์ พัชรศรีtwitter @kalamare

ช่วงนี้มีการสนทนากันถึงเรื่องนี้บ่อยครั้งกับคนรอบข้าง

ต่างวิธีการ ต่างความเห็น และเนื้อหาสาระ

เพื่อนบางคนบอกว่า ทำไมเราไม่สามารถเลือกการตายของตัวเองได้ในเมื่อเราไม่อยากจะอยู่แล้ว เราบอกให้หมอฉีดยาหรือให้สารอะไรให้เราตายไปเลยได้ไหม

ถ้าวันนั้นเราเจ็บป่วยแบบทุกข์ทรมาน

 

ในความเห็นส่วนตัวของฉัน ฉันเคยบอกหลายต่อหลายคนแล้วว่า ถ้าในวันนั้นฉันไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้ใครหรือต่อโลกใบนี้แล้ว ฉันขอไม่เป็นภาระให้คนข้างหลัง

แต่ถ้าในความเจ็บป่วยนั้น แล้วยังต้องต่อสู้ ยังอดทนได้ ฉันจะสู้แน่นอน

และแม้แต่การกะพริบตาของฉันมันจะมีความหมาย ฉันก็ยังอยู่

ฉันรู้ว่ากายกับใจเราแยกกันได้ เราทำใจให้ดีได้แม้กายจะป่วย

กำลังใจมันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ถ้าสังขารหรือร่างมันบอกไม่ไหว มันสิ้นอายุขัย ก็ขอให้จากไปตามกาล

แต่ฉันไม่อยากให้ใครๆ เลือกการฆ่าตัวตายเป็นหนึ่งในทางเลือกของชีวิต

เพราะในทางพุทธศาสนานั้นมันจะบาปติดตัวเราไป 500 ชาติ จะเกิดมาอีก เราก็จะฆ่าตัวตายอีก ทำอย่างนี้ซ้ำเรื่อยไป

เพราะในทางพุทธศาสนานั้นการเกิดมาเป็นมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ความน่าจะเป็นน้อยมาก เขาจึงว่าเมื่อเกิดมาแล้วมีโอกาสฟังธรรม ทำบุญ ปฏิบัติธรรมก็ควรลงมือทำ และมีโอกาสหลุดพ้นการเวียนว่าย ตาย เกิดได้ เพราะเราไม่รู้ว่าต่อไปเราจะไปเกิดเป็นอะไร และมีโอกาสได้ทำสิ่งดีๆ แบบนี้ไหม เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะกลับมาเจอทุกข์สุข เกิด แก่ เจ็บ ตายแบบนี้เรื่อยๆ ไป

เมื่อก่อนคิดว่าสนุกดี เกิดมามีชีวิตแล้วเจอเรื่องนั้นเรื่องนี้

คิดไปคิดมา มันเหนื่อยเหมือนกันนะ บางทีก็เจียนตายเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

แต่ก็ใช่ว่าคนเราจะพ้นกันไปง่ายๆ ดังนั้น ในวันที่เรามีโอกาส เราจงลงมือทำ (นี่ก็บอกตัวเองไปด้วย บางทีก็มีเหนื่อยล้า ขี้เกียจไปบ้าง)

และการฆ่าตัวตาย เราคนฆ่าอาจจะคิดว่าจะได้จบๆ กันไป หนีๆ ปัญหากันไปพ้นๆ แล้ว แต่การทำเช่นนั้น มันได้ทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่อยู่ข้างหลังคุณ เจ็บปวดไปอีกแสนนาน หรือบางทีอาจจะตลอดชีวิตของเขา

การจากไปของเราอาจะทำให้คนข้างหลังมีคำถามไปตลอดชีวิต ยิ่งถ้าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเรา เช่น เรามีปัญหาความรัก แต่คนที่รู้สึกกับการจากไปของคุณอาจไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นหรือผู้หญิงคนนั้น แต่พ่อกับแม่ต่างหากที่เจ็บปวดตลอดไป และเฝ้าคิดถึงคุณทุกๆ วัน และมีคำถามว่าเขาผิดตรงไหน เขาเลี้ยงดูลูกๆ ไม่ดีเหรอ เขารักลูกไม่พอเหรอ

และยิ่งถ้าเราไปฆ่าตัวตายตามโรงแรม คอนโดฯ หรือแม้แต่บ้านของเรา คนข้างหลังเขาจะเป็นอย่างไร เราตายไปคนที่ไม่รู้จักเราอาจยังก่นด่า หรือบางทีคนที่รู้จักเรา เขาอาจจะเสียใจมากจนไม่สามารถอยู่ที่นั่นต่อไปเลย

อย่าคิดว่าตายแล้วจบ มันไม่จบง่ายๆ

 

กับเพื่อนอีกกลุ่มคุยกันในแง่ เราจัดการกับร่างของเรา พิธีกรรมของเราหลังความตายได้ไหม

ในเรื่องของเงินๆ ทองๆ เศรษฐีสมัยนี้ก็มักเปิดเป็นทรัสต์ มีคนคอยบริหารให้ ลูกหลานจะได้ไม่ตีกัน ยิ่งครอบครัวที่ทำงานเป็นกงสียิ่งต้องทำ หลังจากรุ่นพ่อแม่ ปู่ย่าตายายเจ้าของแล้ว ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง จะได้ไม่มีมรดกเลือดในหมู่พี่น้องเปล่าๆ

นอกจากนี้ ตอนนี้รู้มาว่าคนที่เขาพอมีสตางค์ เขามีการจัดการงานศพกันไว้มากมาย

เดี๋ยวนี้เขามีออร์แกไนซ์งานศพ ชีวิตหลังความตายกันแล้ว

ศพจะเอาไปที่ไหน จะกลับบ้านต่างจังหวัด หรือบินไปต่างประเทศกรณีเป็นต่างชาติ จะจัดงานที่ไหน ธีมงานเป็นอย่างไร เลือกดอกไม้ เลือกโลง เลือกการตกแต่ง เลือกเพลง เลือกของชำร่วย แม้กระทั่งเลือกรูป!!!

ฉันว่าดีนะ ฟังแล้วก็สนุกดี นี่ก็ว่าจะทำไว้บ้าง การเตรียมตัวทำสิ่งเหล่านี้ เราจะได้ไม่ประมาทกับชีวิต และไม่เป็นภาระคนข้างหลัง

ยังบอกเพื่อนไว้เลยว่า บริษัทที่รับทำเรื่องพวกนี้ ต้องการันตีนะว่า แกต้องตายหลังชั้น เพราะถ้าแกตายก่อนใครจะทำ แล้วเอาเงินคืนมาด้วย (เออ ว่าแต่ต้องเอาคืนที่ใครเนี่ย)

เรื่องตายบางทีมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ที่น่ากลัวกว่าคือ ยังไม่ได้ตาย แต่ทำตัวเหมือนคนตายแล้วนี่สิ น่ากลัว…

บทความก่อนหน้านี้“สมชัย”โพสต์ 6 ความล้มเหลวจากกติกาเลือกตั้ง ให้นึกถึงสถาปนิกทางการเมืองและคนจ้าง
บทความถัดไป“ธนาธร” บินดูงานยุโรป พบปะพูดคุย ผู้แทน UNOHCHR ลั่น พร้อมบริหารปท.เมื่อเป็นรบ.