รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/AI จีนสุดล้ำ สแกนใบหน้าจ่ายเงิน ค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

https://www.matichonweekly.com/matichonweekly-special

AI จีนสุดล้ำ

สแกนใบหน้าจ่ายเงิน

ค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน

 

ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เร่งรีบของชาวจีนในยุคปัจจุบัน มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

และเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ในหลายประเทศ ผู้คนที่เดินทางไปไหนมาไหนในแต่ละวันนั้นมีมากมายมหาศาล

รวมทั้งการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน

การพัฒนาเทคโนโลยีการชำระเงินได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ และมีทางเลือกใหม่ๆ มาให้ผู้บริโภคหลากหลาย นอกจากเราจะก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแล้ว เทคโนโลยี AI ก็ได้ก้าวมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และถูกหยิบยกมาเป็นส่วนหนึ่งในทางเลือก เติมเต็มเทคโนโลยีการชำระเงิน เพื่อตอบรับความหลากหลายของพฤติกรรมผู้บริโภค

ในแต่ละวัน กว่าที่คนคนหนึ่งจะเดินทางไปถึงจุดหมายเขาอาจต้องเสียเวลากับการเข้าคิวรอซื้อตั๋วหรือแตะบัตรผ่านสถานีเพื่อขึ้นรถไฟ

ด้วยเหตุนี้ผู้ให้บริการรถไฟใต้ดินของปักกิ่งจึงมีแผนจะนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าและการสแกนลายนิ้วมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหา

เพื่อลดเวลาที่ผู้โดยสารต้องรอในระหว่างก่อนขึ้นรถไฟและหลังลงจากรถไฟ

ทางการจีนจึงมีแผนจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับใบหน้าและเครื่องสแกนฝ่ามือเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าและออกจากสถานีได้รวดเร็วยิ่งขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาติดต่อขอแลกเหรียญ ไม่ต้องมัวเข้าคิวรอหยอดเหรียญกับเครื่องออกบัตรโดยสาร และก็ไม่ต้องเข้าแถวอีกครั้งหนึ่งเพื่อรอเสียบบัตรเข้าเครื่องสแกนก่อนเดินเข้าพื้นที่ชานชาลา

การนำเอาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “Face Payment” หรือการชำระสินค้าด้วยการสแกนใบหน้ามาใช้ ซึ่งจำนวนประชากรที่มากมายมหาศาล ไม่ใช่อุปสรรคใดๆ ต่อการสแกนใบหน้า เนื่องจากเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคนที่แตกต่างกัน และระบบที่มีความแม่นยำสูง ส่งผลให้การใช้ชีวิต จับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคชาวจีนง่ายขึ้น

เนื่องจากไม่ต้องพกเงินสดหรือบัตรให้ยุ่งยาก แค่มีใบหน้าเป็นอาวุธ ก็สามารถซื้อสินค้าทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย เทคโนโลยีนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายและธุรกิจรายใหญ่ๆ ก็หันมาใช้บริการ Face Payment

 

สําหรับ “Face Payment” นับเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี “Face Recognition” ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมการระบุตัวตนแบบอัจฉริยะ

โดยใช้ข้อมูลทางกายภาพของบุคคล เช่น ม่านตา ลายนิ้วมือ ใบหู โฟกัส สี และแสดงกรอบบนใบหน้า ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลตัวอย่างที่เก็บบันทึกไว้ อาจจะทั้งใบหน้า หรือเพียงบางส่วน ขึ้นอยู่กับชนิดของวิธีแยกเอกลักษณ์ของใบหน้า แล้วนำมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของใบหน้า เพื่อระบุว่าใบหน้านั้นตรงกับบุคคลใด

โดยเทคโนโลยี Face Recognition จะมีประโยชน์ทั้งในแง่ของบุคคลทั่วไป คือ ช่วยให้ความสะดวกสบาย ปลอดภัย และรวดเร็ว

รวมไปถึงร้านค้า ที่จะเข้ามาช่วยสร้างความแม่นยำ ปลอดภัย และด้วยการแสดงผลแบบ Real Time ทำให้ร้านค้าสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้อย่างทันท่วงที

ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการผิดพลาดในการรับชำระค่าบริการที่เกิดจาก Human Error อีกด้วย

นอกจากเทคโนโลยี  Face Recognition จะถูกนำมาใช้ในการจ่ายสินค้าผ่านการสแกนใบหน้า (Face Payment) และ การวิเคราะห์ใบหน้า (Face Analysis) แล้ว ยังถูกนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลของลูกค้า (Customer Onboarding) การตรวจสอบและยืนยันตัวตนบุคคลบนโลกออนไลน์ (Online Authentication) การล็อกอิน การให้บริการของธนาคาร (Bank Lobby Service) ซึ่งถูกใช้อย่างกว้างขวางทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์

เช่น การเงินอินเตอร์เน็ต ธุรกรรมกับธนาคาร ร้านค้าปลีกรายใหม่ และอาคารอัจฉริยะ (Smart Buildings) อีกด้วย

 

จีนนับเป็นผู้นำของโลกที่มักนำเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกอย่าง ‘สังคมไร้เงินสด’ (Cashless society) ในด้านของการจ่ายอย่างแพร่หลาย ในหลายเมืองนั้นเริ่มใช้การจ่ายเงินผ่านมือถือเป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งครั้งนี้ทั่วโลกกำลังจับตาการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของจีน ที่จะนำระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) มาใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย

ผู้ประกอบการสถานีรถไฟใต้ดินในเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ที่สถานีรถไฟใต้ดินฟูเทียน (Futian) ซึ่งเมืองนี้มีประชากรถึง 12.53 ล้านคน ทำให้การเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนมีความติดขัดเนื่องจากประชากรหนาแน่นใช้บริการเยอะ

กำลังทดสอบเทคโนโลยีขั้นสูงที่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่าย 5G โดย Huawei รวมถึงการออกตั๋วระบบจดจำใบหน้า

โดยแทนที่ผู้โดยสารจะแสดงตั๋วหรือสแกน QR Code บนสมาร์ตโฟนเพื่อจ่ายค่าโดยสาร ก็สามารถสแกนใบหน้า บนหน้าจอขนาดประมาณแท็บเล็ต ที่ติดตั้งไว้ประตูทางเข้าและหักค่าโดยสารอัตโนมัติที่เชื่อมโยงกับบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ

 

นอกจากนี้การนำระบบจดจำใบหน้ามาใช้ในการชำระเงินกับระบบขนส่งสาธารณะ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการรวมเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในชีวิตประจำวัน สถานีดังกล่าวยังติดตั้งระบบ 5G ไว้เพื่อรองรับผู้โดยสารกว่า 5 ล้านคนต่อวันอีกด้วย

ในอนาคตประเทศไทยเราคงได้ใช้เทคโนโลยี Face Recognition สแกนใบหน้า สังคมยุคใหม่ ไม่ใช้เงินสด ก้าวสำคัญของสังคมยุคใหม่ ในรองรับการใช้บริการของประชาชนที่มาใช้บริการ เพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชน

อีกทั้งในอนาคตจะมีการก่อสร้างระบบขนส่งทางรางที่จะแล้วเสร็จในอนาคต ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นรถไฟที่มีความทันสมัยมากขึ้น

 

ที่มา

https://www.scmp.com/tech/innovation/article/3001306/you-can-soon-pay-your-subway-ride-scanning-your-face-china

บทความก่อนหน้านี้ประมวลเหตุการณ์ ‘ธนาธร’ เข้ารับทราบ3ข้อกล่าวหา เจ้าตัวรับกังวลต้องขึ้นศาลทหาร ด้านศรีวราห์แจงเหตุคดีทำไมถึงมาตอนนี้
บทความถัดไปสนธิรัตน์ นำพปชร. ยินดี อนุทิน ภท. สู่ปีที่11 แซวซ้อมแถลงข่าว ลั่นยึดหลักเดิมตั้งรัฐบาล