หลังเลนส์ในดงลึก/ปริญญากร วรวรรณ/ ‘ด่าน’ กับ ‘ซาก’

ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
วัวแดงตัวผู้สีคล้ำ สนใจเพียงตัวเมียที่อยู่ในช่วงพร้อมรับการผสม มันจะเฝ้าคลอเคลียอยู่เช่นนี้ตลอด

หลังเลนส์ในดงลึก/ปริญญากร วรวรรณ

‘ด่าน’ กับ ‘ซาก’

 

กลางฤดูแล้ง

ผมชะงักเท้าที่กำลังก้าวไปบนก้อนหินระเกะระกะในลำห้วยแห้งๆ เมื่อเห็นซากวัวแดงตัวผู้โตเต็มวัย นอนตะแคงอยู่ริมฝั่ง ซึ่งผิวดินริมฝั่งดำเกรียมเพราะไฟป่าเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่วัน

ซากวัวแดงหันหัวไปทางทิศใต้ นอกจากส่วนท้องและก้นที่มีรอยกัดกินไปบางส่วน ส่วนอื่นๆ ของมันยังอยู่ครบ

รอบๆ ซากมีรอยตีนเสือโคร่ง ทั้งรอยกว้างกว่าฝ่ามือ และรอยเล็กๆ

จากร่องรอย คาดเดาได้ไม่ยากว่ามันถูกฆ่าโดยเสือโคร่งมากกว่าหนึ่งตัว

ผมถอยห่างออกมา การเข้าไปใกล้มาก หรือเดินวนเวียนรอบๆ นานๆ ไม่ใช่เรื่องสมควร

นี่คือเหยื่อของเสือโคร่ง นี่เป็นงานของมัน

การรบกวนเหยื่อให้เกิดความระแวงไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ

ห่างราว 15 เมตร ผมยืนมองซากอยู่นาน ก่อนหันหลังกลับ ผมยกมือขวาแตะขมับ แสดงความคารวะร่างไร้วิญญาณ มันเป็นวัวแดงตัวผู้ค่อนไปทางชราภาพ โคนเขากว้าง โค้งเป็นวง ผิวหนังเป็นสีคล้ำเกือบดำ

วัวแดงตัวผู้สีคล้ำท่องป่าเพียงลำพังแบบนี้ แถบป่าด้านตะวันตกเรียกพวกมันว่า วัวบา

จากลำห้วย ผมตัดขึ้นไปตามด่านมุ่งสู่จุดหมาย

ด่านที่กำลังไป เหลือระยะทางอีกไกล

แต่สำหรับวัวแดงตัวนี้ ดูเหมือนมันถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

 

สัตว์ป่าชนิดแรกที่ผมถ่ายรูปได้คือกระทิง

ชนิดที่ถ่ายได้ท้ายๆ คือวัวแดง ทั้งๆ ที่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แถบป่าด้านตะวันตก ซึ่งว่าตามจริง นี่คือแหล่งที่ประชากรส่วนใหญ่ของวัวแดงอาศัยอยู่

วัวแดงกับวัวบ้าน ไม่ต่างกันนัก แต่วัวแดงที่โตเต็มวัย ดูปราดเปรียว ตัวโต มีหนังใต้คางเล็กกว่า ความต่างที่เห็นชัดคือ สีขาวเป็นวงรอบก้น และขาทั้งสี่มีสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้า

พวกตัวเมียเด็กๆ จะไม่เห็นสีขาวเป็นวงที่ก้น สีขาวนี้จะเห็นชัดเมื่อเป็นสาว

ฝูงนำโดยตัวเมียอาวุโส เช่นเดียวกับสัตว์ฝูงตัวอื่นๆ และพวกตัวผู้เมื่อโตพอก็จะถูกไล่ไปอยู่นอกฝูงเช่นเดียวกัน

บางตัวโดนขับออกมา นิสัยยังไม่เป็นผู้ใหญ่ อยู่ลำพังไม่ได้ อาจไปจับกลุ่มวัวหนุ่มๆ ที่ถูกไล่มาเหมือนกัน รวมเป็นฝูงเล็กๆ สักระยะ

ก่อนจะไปใช้ชีวิตลำพังอย่างจริงจัง

 

หลังจากได้พบกันครั้งแรกแล้ว คล้ายกับว่าผมจะได้รับการชดเชย ต่อๆ มา สัตว์ที่ผมพบตลอดเวลาคือวัวแดง

พวกมันมักใช้เวลาส่วนใหญ่ในป่าเต็งรัง หลังไฟไหม้ ผมเห็นพวกมันนอนคลุกขี้เถ้าอย่างรื่นรมย์

ต่อมาสักหนึ่งสัปดาห์ ระบัดขึ้นเขียว วัวแดงจะวนเวียนอยู่บริเวณนี้ตลอด

เวลากินจะกินเร็วๆ กัดหญ้าปริมาณมากแล้วกลืนเก็บเข้าไว้ในกระเพาะพัก ถึงตอนบ่ายๆ ไปหยุดพักใต้ร่มไม้ จึงสำรอกหญ้าจากกระเพาะพักออกมาเคี้ยวอีกครั้ง

เวลาเฝ้าโป่งในป่าที่มีวัวแดง พวกมันมักออกมาให้พบเสมอ

ในฤดูฝน หญ้าสูงส่วนใหญ่วัวแดงจะถือโอกาสนอน เคี้ยวเอื้องเกือบทั้งวัน หลายตัวนึกสนุกขวิดกอหญ้าเสยเอามาคลุมหัวเล่น

เห็นกำลังเพลิดเพลินอย่างนี้ก็เถอะ เสียงชัตเตอร์ก็ทำให้พวกมันรู้ตัวได้

จะมีตัวหนึ่งยืนจ้องมาทางต้นเสียง หันไปมา อาการนี้คือแค่สงสัย

แต่ถ้าลมเปลี่ยนทิศทาง ได้กลิ่นคน ทั้งฝูงจะวิ่งเตลิดหนีทันที

บางครั้งไม่แน่ใจ จะใช้วิธีเดินช้าๆ ห่างไปสักหน่อยก็หยุด ถ้าไม่ได้กลิ่นแล้วจะกลับมาที่เดิม

แม้ว่าเหล่าสัตว์กินพืช รวมทั้งวัวแดง ได้รับการออกแบบร่างกายมาอย่างดีโดยเฉพาะตำแหน่งของดวงตา ซึ่งอยู่ค่อนมาทางหู เวลาก้มกินก็มองเห็นได้ว่า มีผู้ล่าย่องเข้ามาหรือเปล่า โดยไม่ต้องเงยหน้า แต่ในฝูงมีกฎเคร่งครัดว่า ขณะกินจะต้องมีตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นยามคอยตรวจสอบรอบๆ หรือไม่ก็สลับกัน

การอยู่ร่วมฝูง คือการช่วยกันรักษาความปลอดภัย

สัตว์ผู้ทำหน้าที่ล่า หลายชนิดใช้วิธีการรวมฝูงเพื่อให้การล่ามีประสิทธิภาพ

ดวงตาหลายคู่ย่อมดีกว่าดวงตาเพียงคู่เดียว

วัวแดงตัวผู้โตเต็มวัย ท่องป่าลำพัง

ใช่ว่าจะไม่คิดถึงความจริงข้อนี้

 

ราวๆ หนึ่งสัปดาห์ ก่อนหน้าที่ผมจะพบซากวัวแดงตัวนี้ ห่างจากตำแหน่งนั้นสักสองกิโลเมตร ในลำห้วยสายหลัก ที่ระดับน้ำลึกท่วมข้อเท้า กลางลำห้วยเป็นผืนทรายที่มีหญ้าเขียวบริเวณกว้าง สองฝั่งมีด่าน มีร่องรอยช้าง กระทิง รวมถึงเสือโคร่งใช้ประจำ

ผมทำซุ้มบังไพรโคนกอไผ่ริมฝั่ง

ตอนบ่ายที่ร้อนอบอ้าว วัวแดงตัวผู้สีคล้ำตัวหนึ่งเดินออกจากด่าน ตรงมาที่หญ้าเขียว มาถึงมันเงยหน้าสูดกลิ่น สักครู่มีวัวแดงตัวผู้สีคล้ำอีกตัวเดินเข้ามาใกล้มัน ทั้งสองทำท่าคล้ายจะประลองกำลัง แต่เพียงครู่เดียวเจ้าตัวที่ออกมาก่อนและดูชรากว่าก็เดินเลี่ยงไป

สำหรับสัตว์ป่า การปะทะด้วยกำลัง เป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกมันเลือกทำ

บาดแผลเพียงเล็กน้อย ขยายใหญ่กลายเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตได้

หลังจากนั้น มีวัวแดงตัวเมียตัวหนึ่งเดินมาถึง

ตัวเมียคงอยู่ในช่วงพร้อมรับการผสม

หญ้าเขียวๆ จึงไม่น่าสนใจเท่าใดแล้ว

ผมมองหาวัวแดงชราที่เดินเลี่ยงไป ไม่รู้ว่ามันเดินไปทางไหน

ด่านที่มันเดิน คงเหลือจุดหมายอีกไม่ไกล

 

จากลักษณะของซาก ผมเชื่อว่ามันคือวัวแดงชราที่ผมพบเมื่อสัปดาห์ก่อน

รอยตีนเสือโคร่งใหญ่และเล็ก นั่นคงเป็นรอยแม่กับลูกวัยรุ่น

วัวแดงตัวนี้เป็นบทเรียนการล่าที่แม่เสือสอนลูก

สำหรับผม “ซาก” วัวแดง บอกให้รู้ว่า

การเลี่ยงจากการปะทะ หรือสิ้นลมเพราะคมเขี้ยว ย่อมไม่ใช่เพราะยอมจำนน

แต่เรื่องราวเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหลีกเลี่ยงพ้น

ไม่ว่า “ด่าน” ที่เดินอยู่ จะเป็นด่านอะไร

 

 

บทความก่อนหน้านี้ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ/ Bird Box
บทความถัดไปตีแผ่จราจร ผังเมือง “ฮานอย” ที่อาศัยสัญชาตญาณของคน มากกว่าระเบียบ!-ระบบ