รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/เดลต้าแอร์ไลน์สเปิดตัว Biometric เทคโนโลยี AI ตรวจจับใบหน้า แห่งแรกท่าอากาศยานนานาชาติ อเมริกา

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

เดลต้าแอร์ไลน์สเปิดตัว Biometric

เทคโนโลยี AI ตรวจจับใบหน้า

แห่งแรกท่าอากาศยานนานาชาติ อเมริกา

 

Delta Air Lines สายการบินแห่งอเมริกาที่คอยนำเทคโนโลยีมาใช้กับระบบของสายการบินอยู่เรื่อยๆ

ตอนนี้ก็เป็นคิวของระบบเช็กอินของสายการบิน

ซึ่งทางสายการบินจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ที่ติดตั้งแอพพ์ Fly Delta บนมือถือ

โดยบอร์ดดิ้งพาสจะปรากฏบนแอพพ์ 24 ชั่วโมงก่อนเวลาบินอัตโนมัติ ไม่ต้องเช็กอินที่เคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นสายการบินแรกของอเมริกาที่ให้บริการในลักษณะนี้

สายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ส (Delta Air Lines) เป็นสายการบินขนาดใหญ่ สัญชาติอเมริกัน เป็นหนึ่งในสายการบินระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสายการบินในเครือ SkyTeam มีฐานการบินอยู่ที่สนามบินนานาชาติฮาร์ตส์ฟิลด์-แจ๊กสัน (Hartsfield-Jackson Atlanta International Airport) ในแอตแลนตา (Atlanta) รัฐจอร์เจีย (Georgia) ให้บริการเที่ยวบินครอบคลุม 6 ทวีปทั่วโลก

เมื่อเราไปถึงสนามบินแล้วจะมีขั้นตอน ขั้นตอนการเช็กอินและตรวจสอบเอกสาร ก่อนถึงประตูเครื่อง การเช็กอินและโหลดกระเป๋า ให้เราดูที่จอดิจิตอลที่สนามบิน ซึ่งจะแสดงเลขเที่ยวบิน สายการบิน และเวลาเดินทางไว้ พร้อมระบุหมายเลขเคาน์เตอร์สำหรับเช็กอิน

เมื่อเที่ยวบินของเราเปิดให้เช็กอินและโหลดกระเป๋า ให้นำบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต และใบรายละเอียดการเดินทางยื่นให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบชื่อ-นามสกุล น้ำหนักและจำนวนสัมภาระที่จะโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องและถือขึ้นเครื่อง

เสร็จแล้วเราจะได้รับบอร์ดดิ้งพาส (Boarding Pass) และใบ ตม.

 

การเช็กอินที่เคาน์เตอร์สนามบิน สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกา เคาน์เตอร์จะเปิดให้บริการ 2 ชั่วโมง 45 นาที ก่อนการเดินทาง

สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศอื่นๆ จะมีเวลาเปิด-ปิดเคาน์เตอร์ที่แตกต่างกันไป ควรตรวจเช็กกับสายการบินเมื่อทำการสำรองที่นั่ง การเช็กอินทางอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ สามารถเช็กอินผ่านอินเตอร์เน็ต 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

เรายังสามารถเช็กอินด้วยตนเองผ่านตู้เช็กอินอัตโนมัติภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ผู้โดยสารต้องนำเอกสารการจองตั๋วเที่ยวบินและพาสปอร์ตไปทำการเช็กอิน ที่จุดบริการ Curbside ให้บริการจุดเช็กอิน Curbside มากกว่า 100 จุดทั่วสหรัฐอเมริกา

ผู้โดยสารจะต้องแสดงบัตรประจำตัว (ใดๆ ก็ตาม) ที่มีรูปถ่ายและชื่อ-สกุลตรงกับการจองตั๋วเที่ยวบิน และเอกสารยืนยันการจองต่างๆ เพื่อทำการเช็กอิน

เดลต้า แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินสัญชาติอเมริกัน ที่ใช้ระบบ AI จดจำใบหน้าแบบ Biometric เพื่อช่วยผู้โดยสารในการเช็กอินให้เร็วขึ้น

พร้อมทั้งเสริมสร้างความปลอดภัยด้วยการใช้เทคโนโลยี Biometric ตรวจจับใบหน้าในสหรัฐ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ Hartsfield-Jackson Atlanta (ATL)

โดยเทคโนโลยีนี้ใช้กับเช็กอินที่ตู้บริการตนเองที่ล็อบบี้, สัมภาระเช็กเอาต์ที่เคาน์เตอร์ที่ล็อบบี้, ใช้เป็นประจำในจุดตรวจ TSA, ขึ้นเครื่องบินที่ประตูใดก็ได้ที่อาคาร F และใช้การประมวลผล CBP สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาถึงสหรัฐ

โดยเริ่มใช้แล้วที่ Terminal F ของท่าอากาศยานนานาชาติ Hartsfield-Jackson Atlanta (ATL) สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารที่ใช้เทคโนโลยี Biometric เต็มรูปแบบ

โดยสายการบินพันธมิตร Aeromexico, Air France-KLM หรือ Virgin Atlantic Airways ออกจาก Terminal F สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ร่วมกับสายการบิน DELTA ได้ด้วย

 

โดยหลังจากใช้เทคโนโลยี Biometric และเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และช่วยประหยัดเวลาการตรวจเอกสารได้ถึง 9 นาทีต่อเที่ยว เพราะไม่ต้องเสียเวลาหา Passport มาแสดงตัวตนอีก

Delta กล่าวว่า ลูกค้าจะป้อนข้อมูลหนังสือเดินทางของตนในระหว่างเช็กอินออนไลน์ หรือที่สนามบินลูกค้าสามารถสแกนพาสปอร์ตของตนเพื่อเช็กอินได้ จากนั้นผู้โดยสารสามารถคลิกดู ขณะเช็กอินที่ตู้อัตโนมัติของเดลต้า จะทำการสแกนใบหน้าของนักท่องเที่ยวจับคู่กับหนังสือเดินทางหรือวีซ่าภาพถ่ายที่มีอยู่ในเอกสาร

Delta ได้เปิดตัวคุณสมบัติ Biometric ตั้งแต่เดือนตุลาคมและเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา

ผู้โดยสารทุกคนของ Delta เดินทางเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศจะสามารถใช้ประโยชน์จากตัวเลือก Biometric สำหรับทุกส่วนของการเดินทางเมื่อออกจากสนามบิน F

“เรากำลังลดความจำเป็นในการตรวจสอบกระเป๋าของลูกค้าเพื่อแสดงหนังสือเดินทางของพวกเขาได้ถึงสี่ครั้งต่อเที่ยว ซึ่งหมายความว่า เราให้ทางเลือกแก่ลูกค้าในการเดินทางผ่านสนามบินด้วยสิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องกังวล ในขณะที่เพิ่มขีดความสามารถให้กับพนักงานของเรา และมีเวลามากขึ้นสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า”

Gil West, COO ของ Delta กล่าวในการแถลงข่าวว่า ความพยายามของสายการบินในการสร้างเครื่องเทอร์มินอล F ด้วยเทคโนโลยี Biometric

 

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีผู้ก่อการร้ายจ้องจะก่อเหตุมาก ทำให้สายการบินเดลต้า หนึ่งในสายการบินขนาดใหญ่ของอเมริกาต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารมากขึ้น โดยการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าด้วย Biometric ที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน

ระบบดังกล่าวจะบังคับสแกนใบหน้าผู้โดยสารทุกคน โดยเทคโนโลยีนี้ถูกนำเข้ามาใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัยของตัวผู้โดยสารเอง และอีกนัยหนึ่งก็ถูกทำมาเพื่อให้การเช็กอินทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งประหยัดเวลาของผู้โดยสารไปในตัว

ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้งาน ช่วยเสริมในเรื่องของความปลอดภัย และลดขั้นตอนยุ่งยากที่ทำให้ผู้โดยสารพอใจมากขึ้น

ซึ่งมีประสิทธิภาพและมีเทคโนโลยีสูงที่คัดกรองอัตโนมัติและแอพพลิเคชั่นที่ล้ำยุค หลีกเลี่ยงความสับสนวุ่นวายเพื่อการเดินทางที่สบายขึ้น

หุ้นส่วน Delta กับ CLEAR ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากสำหรับสมาชิก SkyMiles ในสหรัฐอเมริกากับวิธีการรักษาความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วผ่านสนามบินกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ

รองประธานอาวุโส Raffie Beroukhim กล่าวว่า

“การใช้ชีวภาพอาจเป็นเพียงวิธีเดียวในการสร้างความสมดุลระหว่างความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และความปลอดภัยพร้อมความสะดวกสบายของผู้โดยสาร ในฐานะผู้ให้บริการชั้นนำด้านเทคโนโลยีดังกล่าว NEC ภูมิใจที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับ Delta และ CBP ในแอตแลนตา ความคืบหน้าในปัจจุบันและศักยภาพในการปรับปรุงความปลอดภัยความสะดวกสบายของผู้โดยสาร”

 

ที่มา

https://www.engadget.com/2018/09/27/delta-fully-biometric-terminal-airport-facial-recognition-us/

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย /ฉบับประจำวันที่ 21-27 ธันวาคม 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ/”คนข้างครัว” /Egg Muffin (มัฟฟินไข่)