ขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว : ประสบการณ์อูเบอร์และเธอที่รัก

ราชัน ศรีสกุลชวาลา

สิ่งที่ผมไม่รู้มาก่อน เกี่ยวกับการขี่มอเตอร์ไซค์ จากเชียงใหม่ไปสิงคโปร์คนเดียว (24)

หลังจากพักผ่อนเสร็จ โทร.กลับไปคุยเรื่องธุรกิจครอบครัว น่าจะต้องใช้เวลาอีกสักปี

โทร.หานุสรา “ฉันมาถึงแล้ว” นุสราหาตั๋วเครื่องบินและได้ไฟลต์บินตรงเชียงใหม่-สิงคโปร์ในบ่ายของวันเสาร์ ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้…เดี๋ยวไปรับ

ส่งอีเมลแจ้งฝรั่งท่านนั้น แล้วเขียน “รูปภาพอธิบายได้ดีกว่าคำพูด” พร้อมกับรูปเจ้าสองสูบสีแดงที่ถ่ายคู่กับป้ายโรงแรม เขาตอบกลับมา เจอกันวันไหนดี ผมบอก เดี๋ยวขอวางแผนหน่อย เพราะการขี่มอเตอร์ไซค์ในประเทศยูมันยุ่งยากซับซ้อน ไอต้องศึกษาระบบอีอาร์พีก่อน

ในวันหนึ่งหลังจากที่ฝรั่งท่านนั้นกลับมาจากเชียงใหม่ และอยู่ในสิงคโปร์แล้ว ผมก็ได้รับอีเมล “ถ้ายูมาจริงๆ ไอจะเลี้ยงอาหารยูที่บ้านเลย ภรรยาไอว่าอย่างนั้น” ผมตอบไป “ไอกินมังสวิรัตินะเว้ย” “โอเค ไอมีเพื่อนชาวอินเดียหลายคน เราทำอาหารมังสวิรัติได้” “โอเค งั้นสรุปถ้าไอไป มีสามสิ่งที่ถือเป็นสัญญาจากยู หนึ่ง เอสเปรสโซ่ร้อน สอง ยูจะพาไอขี่มอเตอร์ไซค์รอบเกาะสิงคโปร์ และสาม ยูจะเลี้ยงอาหารมังสวิวัติโฮมเมดที่บ้านยู”

“ไอต้องการสามอย่างตามสัญญานะเว้ย”

“โอเค โอเค”

คืนนั้นแต่งตัวกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ เดินออกห้องผ่านล็อบบี้ ตั้งใจเดินผ่านคอนเซียช ให้เห็นว่าไอมานอนโรงแรมยู แต่ไอจะแต่งตัวเหมือนเด็กส่งพิซซ่า เดินเฉียดไปใกล้ คอนเซียชทักไม่ยิ้ม แต่ทำหน้ารับผิดที่สายตาไม่ถึง ไม่สามารถแยกแยะเด็กส่งพิซซ่ากับลูกค้าของฮิลตันได้

“เฮลโล เซอร์… สวัสดีครับท่าน”

“ไปดูงานที่ฮิลตันพัทยาบ้างนะ” เพียงคิดในใจ ไม่ได้ตอบออกไป

แล้วก็เปิดประตูออกจากโรงแรม เดินเล่นบนทางเท้ากว้างใหญ่สมบูรณ์แบบของสิงคโปร์ เดินเล่นอย่างมีความสุข กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย เดินหลงแสงสีด้วยความรู้สึกดีที่ภารกิจสำเร็จดั่งประสงค์

ก่อนนอนได้เวลาศึกษาระบบอีอาร์พี เราได้เอกสารเกี่ยวกับอีอาร์พีมาจากด่านวู้ดแลนด์รามัญ เมื่อมาศึกษาเพื่อวางเส้นทางหลบเลี่ยงมัน ก็พบว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะทำอย่างนั้น เพราะในประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีพื้นที่เพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย แต่มีระบบอีอาร์พีถึง 80 จุด

แต่ละจุดทำงานไม่พร้อมกัน เริ่มไม่พร้อมกัน จบไม่พร้อมกัน

การขี่เพื่อหลีกเลี่ยงมันคงจะซับซ้อนไม่น้อยกว่าการขี่อยู่ในเขาวงกต ไม่ดีต่อความปลอดภัยเป็นแน่แท้ และไม่น่าจะให้ความรื่นรมย์เท่าไหร่นัก

เลยลองสร้างกราฟ ลงเวลาดูเพื่อจะดูเวลาที่มันปิดทั้งหมด หรือเห็นความสัมพันธ์บางอย่างของเวลา ก็พบว่าช่วงเวลาระหว่างห้าทุ่มถึงหกโมงเช้า ระบบอีอาร์พีทั้ง 80 จุดทั่วประเทศจะปิดทำงานทั้งหมด

อืม…เราคงไม่อยากขี่ดึกขนาดนั้น พระอาทิตย์ตกไปแล้ว และเราคงไม่อยากขี่เช้าขนาดนั้น พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ไม่ดีต่อความปลอดภัยเป็นแน่แท้ และไม่น่าจะให้ความรื่นรมย์เท่าไหร่นัก

แต่พระเจ้ายังคงเปิดช่องให้อีกหน่อย วันอาทิตย์ระบบจะปิดทำงานทั้งหมดทั่วประเทศ…ขอบคุณพระเจ้า

วันนี้เป็นวันศุกร์ พรุ่งนี้วันเสาร์ ให้เจ้าสองสูบเรียงเสียงเพราะพักเต็มที่หนึ่งวัน เราขี่เล่นวันอาทิตย์ แล้วออกจากสิงคโปร์หกโมงเช้าของวันจันทร์ก็แล้วกัน

แล้วก็แจ้งฝรั่งท่านนั้นทางอีเมล “เนื่องด้วยระบบอีอาร์พีของประเทศยู ไอขี่ได้วันเดียวคือวันอาทิตย์ กี่โมงยูเลือกเวลาได้เลย แล้วช่วยถามภรรยายูด้วยว่าภรรยายูจะไปด้วยไหม เพราะภรรยาไอบินมาด้วย ถ้าภรรยายูไม่สะดวก ไอก็จะขอให้นุสราเดินช้อปปิ้งที่ถนนออร์ชาร์ด เราไปกันสองคน แต่ถ้าภรรยายูสะดวกเราก็ไปกันสี่คนสองคัน” เขาตอบกลับมา

“บ่ายสามวันอาทิตย์ เราจะขี่ไปเจอยูหน้าโรงแรม ภรรยาไอไปด้วย”

“โอเคเจอกัน”

วันเสาร์ช่วงเช้าไปพิพิธภัณฑ์ที่ดีอันดับต้นๆ ของสิงคโปร์จากเว็บทริปแอดไวเซอร์ ชื่อแบตเทิล บ็อกซ์ (Battle Box) เป็นฐานบัญชาการสงครามใต้ดินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแต่เพิ่งถูกค้นพบได้ไม่นาน ผู้ที่นำทัวร์ในฐานบัญชาการใต้ดินนี้เป็นนักวิชาการที่ค้นคว้าเรื่องนี้อย่างถึงกึ๋นถ่องแท้ และยังสร้างให้สถานที่กลับมามีชีวิตด้วยหุ่นขี้ผึ้ง และอุปกรณ์ที่ใช้ในสมัยนั้น

เป็นเรื่องราวของนายทหารที่มียศสูงมาพร้อมกับความรับผิดชอบสูง ชาวอังกฤษและชาวญี่ปุ่นวางแผนรบต่อสู้กันในดินแดนแถบนี้ เกี่ยวพันต่อเนื่องมาถึงเหตุการณ์ที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

เป็นเรื่องราวจากเหตุการณ์จริง ในสถานที่จริง นำเสนอด้วยการร้อยเรียงเหตุการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สมเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามที่ผู้คนชื่นชม ให้ความเพลิดเพลินใจ และอิ่มเอมใจในระดับสูงมาก

เดินพ้นออกจากถ้ำบัญชาการสงคราม พาให้จิตใจดื่มด่ำกับโลกที่สวยงามในปัจจุบัน สันติภาพและสิทธิมนุษยชนที่มีพัฒนาการที่ชัดเจนมากขึ้นมาก ในยุคสมัยของเรา ในยุคสมัยที่ขยับเข้าใกล้วิสัยทัศน์ของจอห์น เลนนอน มากขึ้น

จากนั้นก็เดินทางไปดูร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ชื่อดังในสิงคโปร์ แล้วจึงเรียกอูเบอร์เดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อรับนุสรา

หลังจากผ่านไปเก้าวัน นุสราดูสวยขึ้นทีเดียว แน่นอน เธอเดินมาพร้อมกับหมวกกันน็อก เรากินข้าวกันที่สนามบิน แล้วก็นั่งอูเบอร์กลับ…

อูเบอร์ที่ไม่ธรรมดา อูเบอร์ที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าของอูเบอร์คันนี้อายุประมาณหกสิบปี เป็นนักธุรกิจชาวสิงคโปร์ที่สร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองจากการทำธุรกิจระหว่างประเทศร่วมกับพาร์ตเนอร์ของเขา ปัจจุบันเกษียณจากการทำงานแล้ว และมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนมาก

อันที่จริงเขาชอบการขับรถมาตั้งแต่วัยรุ่นทีเดียว ในช่วงเวลาที่ยังมีลูกเล็ก เขาพาลูกไปขับรถเล่นมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกาและออสเตรเลีย และเมื่อเขาทราบว่าผมมาสิงคโปร์ด้วยเจ้าสองสูบ เขาไม่แปลกใจ แต่มีสีหน้าชื่นชมผู้คนที่ทำตามความฝัน

อัจฉริยะเท่านั้นจึงจะเข้าใจอัจฉริยะ

พิจารณาว่าเขาน่าจะใช้ชีวิตของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะดูยังไงเขาก็ดูอายุไม่ถึงหกสิบปี รายได้ทั้งหมดที่เขาหาได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายถูกส่งไปทำการกุศลที่ประเทศกัมพูชา

อันที่จริงพาร์ตเนอร์ของเขาก็คิดว่าเขาคงขับรถได้ไม่มากเท่าไหร่ เพราะเข้าสู่วัยชราแล้ว เลยคุยกันเป็นเชิงท้าทาย “ตราบเท่าที่ยูขับอูเบอร์เพื่อการทำบุญไหว ไอก็จะจ่ายค่าอีอาร์พีให้ยู ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เขาตอบว่า “โอเค ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เขาเล่าให้ฟังอย่างนั้น

เขาแสดงให้พาร์ตเนอร์ของเขาเห็นโดยการกระทำ ถึงพลังของเขาที่ยังมีให้กับการขับรถ พลังที่สูงส่งไม่แพ้วิชาสองนิ้วคีบของเล็กเซียวหงส์ ปีที่ผ่านมาเพื่อนของเขาจ่ายค่าอีอาร์พีให้เขาคิดเป็นเงินไทยหลายแสนบาท “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” เขาเล่าให้ฟังแล้วหัวเราะด้วยความภาคภูมิใจ ส่วนเขาได้ส่งเงินไปทำบุญที่กัมพูชา จากการขับอูเบอร์

คิดเป็นเงินไทยเป็นหลักล้านบาททีเดียว

ตลอดการเดินทางเขาขับรถได้อย่างยอดเยี่ยม อยู่บนความเร็วที่เหมาะสม มีพลัง แต่ลื่นไหลไปกับการจราจรในท้องถนนอย่างราบรื่นนุ่มนวล เป็นการขับรถโดยผู้มีทักษะ ผู้มีความรักในสิ่งที่ทำ ผู้เป็นอัจฉริยะ

หากต่อสู้กันด้วยวิชาแห่งกำลังภายใน เขาคงสู้เล็กเซียวหงส์ไม่ได้ แต่หากขับอูเบอร์แข่งกัน เล็กเซียวหงส์ก็เล็กเซียวหงส์เถอะ คงได้ดื่มเหล้าจากโอ่งในโรงเตี๊ยมที่ไหนสักแห่ง ดื่มให้ตัวเองลืมความพ่ายแพ้ นั่นคือพลังแห่งความรักในการขับรถ แห่งความชื่นชอบในการใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนของเขาที่ผมสัมผัสได้

ผมขอถ่ายรูปไว้ แล้วเราก็ร่ำลากัน “ไอรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ยูมาขับรถให้ไอ” “แต้งกิ้ว และขอให้สนุกกับการขี่รถ”

แล้วค่ำคืนนั้น ผมก็ลืมเจ้าสองสูบเสียงเพราะไปสนิทใจ ก็เพราะมัวแต่เดินเที่ยวอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน บนทางเท้าที่สมบูรณ์แบบ อาหารชั้นเลิศที่ถนนออร์ชาร์ด ในประเทศสิงคโปร์

เดินเล่นอยู่กับนุสรา “นุสรา…เค้ามีอะไรจะบอก” “อะไรเหยอ”

“รักนะ จู๊บ จู๊บ”

บทความก่อนหน้านี้กาละแมร์ พัชรศรี : อินเดีย 14 วัน ฉันต้องรอด
บทความถัดไป‘เลขาฯป.ป.ช.’ แจงเหตุคดี 396 โรงพักอืด เพราะต้องสอบพยานเพิ่ม ขอเวลาอีก 2 เดือน