ข่าวปล่อยเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร. “บิ๊กแป๊ะ” ส่งมือขวาสยบลือ เปิดสูตรจัดทัพใหม่ ใครแรง?

เกิดข่าวสะพัดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อีกแล้ว สะพัดเรื่องเก้าอี้ผู้นำตำรวจสั่นคลอน ด้วยกระแสข่าว ผ่านแชต ผ่านแชร์ ส่งต่อกันวงกว้างในหมู่สีกากี

แม้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เจ้าของเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะสยบข่าวลือ ส่งตัวแทนออกมายืนยันว่าเก้าอี้ยังแข็งแกร่ง

แต่ทว่า ท่วงท่า ท่าที จังหวะการเคลื่อนไหวของบิ๊กแป๊ะในห้วงนี้ก็ฉายให้เห็นว่าหวั่นไหวไม่น้อย

หลังจากตลอดวันที่ 15 พฤศจิกายน เกิดข่าวสะพัดทั้งวัน เช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พี่ใหญ่แห่งค่ายวงษ์สุวรรณ กล่าวถึงกระแสข่าวเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. ว่า “การปรับเปลี่ยนอะไร เพราะคนที่เป็นผู้บังคับบัญชายังไม่ได้คิดอะไรเลย อยากถามว่า ผบ.ตร. เขาทำผิดอะไร ซึ่งคิดว่ากระแสข่าวนี้ถือเป็นสังคมออนไลน์ที่ชอบบิดเบือน จนทำให้วุ่นวายไปหมด ส่วนจะตรวจสอบแหล่งที่มาข่าวหรือไม่นั้น ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดำเนินการอยู่ เพราะการเขียนข่าวที่ไม่ถูกต้อง เมื่อไม่ถูกก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องแบบนี้ไปเขียนกันแล้วส่งต่อๆ กันไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย”

“ผมยืนยันว่าไม่มีเลย ที่ผ่านมา ผบ.ตร. ทำงานตลอด แถมทำงานได้ดีด้วยทุกเรื่อง ปฏิรูปด้านต่างๆ แล้วจะไปเปลี่ยนเขาได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจว่าสื่อมวลชนไปเอาข่าวมาจากไหน ข่าวออกมาได้อย่างไร อยากจะลือใครก็ลือ อยากจะเขียนใครก็เขียน ไม่ต้องรับผิดชอบ ปล่อยไปในสังคมออนไลน์และก็ฟังกันไปเพราะสิ่งเหล่านี้ ทำให้เกิดประเด็นแล้วโยงกันไปมา”

พล.อ.ประวิตร ย้ำความมั่นใจว่าเก้าอี้ ผบ.ตร. ยังมั่นคง

 

ประสานเสียงด้วย “เดอะปิง” พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสีกากี เพื่อนซี้บิ๊กแป๊ะที่เป็นยิ่งกว่านายเวรและโฆษกส่วนตัวของบิ๊กแป๊ะ โดยชี้เป้าไปที่สื่อที่ปล่อยข่าว

“เรื่องนี้ขอเน้นย้ำจรรยาบรรณของสื่อมวลชน บางครั้งบางคราวการใช้แผนประทุษกรรมเก่าๆ ที่เคยทำมาแล้วในอดีตถือว่าล้าสมัยไปแล้ว กลุ่มเดิมๆ ที่เคยทำด้วยวิธีเก่าๆ ส่วนจะมีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ต้องสืบสวนกัน เรื่องนี้สืบสวนง่ายกว่าคดีอาชญากรรม ง่ายกว่าตามจับคนร้ายเสียอีก ใครปล่อยข่าวสืบทราบได้อยู่แล้ว เป็นวิธีเดิมๆ แต่ยัง เอามาใช้ในยุคนี้ เรื่องนี้มีการจุดกระแส แต่เชื่อว่าประชาชนสมัยนี้เข้าใจกระแสโซเชียล และ ผบ.ตร. ก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ผลงานเป็นที่ประจักษ์ และขอฝากประชาชน หากอ่านข่าวนี้ขอให้ใช้วิจารณญาณด้วย”

“เบื้องต้น ผบ.ตร. สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่าการนำข้อมูลนี้ไปเข้าระบบคอมพิวเตอร์ เป็นความผิดฐานใดบ้าง หากผิดก็ต้องดำเนินคดี ผบ.ตร. ยังไม่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ให้ทีมกฎหมายดูก่อนว่าพฤติกรรมการเสนอเช่นนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ฐานใด แล้วจึงจะดำเนินการ ยืนยันว่าไม่มีข่าวการปลด ผบ.ตร. แต่อย่างใด เบื้องต้น ผบ.ตร. ก็ยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่ในรัฐบาลเป็นการส่วนตัว ผบ.ตร. ก็ยังทำงานเต็มที่ สนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ พร้อมปฏิบัติภารกิจถวายความปลอดภัยในพระราชพิธี รวมทั้งดูแลบริการประชาชนที่ท้องสนามหลวง โดย ผบ.ตร. เดินทางไปสั่งการด้วยตัวเองทุกวัน จึงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ ซึ่งทีมงานโฆษก ตร. จำเป็นต้องออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน ว่ากรณีดังกล่าว มีเพียงสื่อเพียงไม่กี่คน ที่ลงข่าวในลักษณะแบบนี้ ไม่ใช่ความขัดแย้งใน ตร. แต่เป็นการอาศัยช่วงโอกาสแบบนี้ปลุกกระแส”

ในการแถลงสยบข่าว สื่อมวลชนถามว่าขณะนี้มั่นใจได้ว่า ในวันนี้และเวลาอันใกล้ ตำแหน่ง ผบ.ตร. ยังเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ตอบว่า “เราเป็นผู้ปฏิบัติงาน ผบ.ตร. มีหน้าที่ทำงานเป็นผู้ปฏิบัติ ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายก็ยังไม่มีวาระอะไร เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และวันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ออกมาพูดชัดเจน”

 

ปฏิกิริยาตอบโต้ของบิ๊กแป๊ะ ผ่านคนใกล้ชิด ทั้งพี่ใหญ่ผู้ให้การสนับสนุนหลัก และเพื่อนรัก ในฐานะโฆษกส่วนตัว สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าตัวสะท้านกับกระแสข่าวครั้งนี้ไม่น้อย?!

ประกอบกับแอ๊กชั่นของบิ๊กแป๊ะในช่วงนี้ ที่แสดงบทบาทของ “ผบ.ตร.” มากขึ้น ออกงานถี่ หากเทียบกับตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ที่นั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ที่บิ๊กแป๊ะค่อนข้างสงวนท่าทีและเก็บตัว เดินขนาบพี่ป้อม ณ กลาโหมเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ออกอาวุธ หรือแสดงบทบาทผู้นำสีกากี อย่างที่เหล่าเอฟซีแฟนคลับคาดหวังจะได้เห็นในฟอร์มของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่เคยทำมาในอดีต สมัยอยู่กองปราบปราม หรือเป็นใหญ่ในนครบาล

ตลอดเดือนที่ผ่านมาเกิดเสียงเซ็งแซ่สะพัด ว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏสูตรจัดทัพใหม่ โฟกัสที่แม่ทัพใหญ่สีกากี คาดการณ์หากถึงคราต้องเปลี่ยน แต่ทว่า บิ๊กป้อมยังมีพลานุภาพ ชื่อ “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 35 มาแน่นอน ยากที่ใครจะเบียด

หากว่าพลังค่ายนี้อ่อนแรง แต่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังยืนหยัด ว่าที่ผู้นำสีกากีคนต่อไป ไม่พ้น พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ว่าที่ รอง ผบ.ตร. เพราะหากจะหานายตำรวจที่บิ๊กตู่รักและไว้ใจแต่ไหนแต่ไรมา เดอะเปี๊ยก พล.ต.อ.เดชณรงค์ คือน้องรักแต่อ้อนแต่ออกตั้งแต่ไหนแต่ไรมา

แต่หากลมเปลี่ยนทิศ ถึงนาทีนั้น ให้จับตามอง พล.ต.อ.วินัย ทองสอง รอง ผบ.ตร. ดีกรีเตรียมทหาร 16 นรต.32 เพื่อนร่วมรุ่นเพื่อนเลิฟ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ที่มาแรงและมั่นคง ถึงตอนนั้นหากถึงครา ถึงนาทีที่ใช่ ปัจจัยที่เคยเป็นกำแพงก็ทลายลงไป

เหล่านี้เป็นเพียงสูตรวิเคราะห์ ที่เกิดขึ้นมาสำทับข่าวลือข่าวปล่อยที่สะพัดกรมปทุมวัน

เมื่อเก้าอี้ปักฐานอยู่ที่รัฐนาวา ทว่า หากลมเปลี่ยนทาง มรสุมนำพา รัฐนาวาส่อแววสั่นคลอน เก้าอี้ก็พาลไหวสั่นไปด้วย

บทความก่อนหน้านี้“ฮิลลารี คลินตัน ซินโดรม” โรคร่วมสมัย?!?
บทความถัดไปเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 29 โอกาสที่เป็นไปไม่ได้ของทัพกีฬาไทย