วิเคราะห์ : จาก “ประเทศกูมี” สู่ “Thailand 4.0” ฮิปฮอป 2 แนวทาง

หลังจาก “ประเทศกูมี” เรียกยอดวิวในยูทูบได้ 28 ล้านวิว

ทางรัฐบาลที่ตอนแรกจะใช้กฎหมายเล่นงานกลุ่ม RAD หรือแร็พ อเกนสต์ ดิกเทเทอร์ชิป ก็พลิกมาทำเพลงฮิปฮอปออกมาตอบโต้

ขณะที่ “ประเทศกูมี” ใช้ฉากจากเหตุการณ์สังหารกลางเมืองเมื่อปี 2519 มาทำเป็นเอ็มวี กับสไตล์การแร็พที่เต็มไปด้วยพลัง สื่อสารเนื้อหาในเพลงออกมาอย่างได้อารมณ์

เพลงที่รัฐบาลใช้ตอบโต้คือ Thailand 4.0 ที่มีข่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นเจ้าภาพทำเพลงนี้ออกมา เจตนาเดิมเพื่อโปรโมตนโยบายไทยแลนด์ 4.0

เปิดฉากเอ็มวีออกมาด้วยความทันสมัยของ กทม.ที่มีรถไฟฟ้า ถนนหนทาง อาคารบ้านเรือน และสำนักงานที่ทันสมัย ผู้คนที่ปรากฏในเพลง หน้าตาเกลี้ยงเกลาดูดี

บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ครม.ปรากฏตัวเป็นส่วนหนึ่งของเอ็มวี

แต่ไม่ปรากฏโฉมหน้าของศิลปินที่แร็พเพลงนี้แต่อย่างใด

ในเพลงดึงเอาทำนองเพลง Auld Lang Syne หรือภาษาไทยคือสามัคคีชุมนุมมามิกซ์เอาไว้ด้วย

ในแง่ความเป็นเพลงที่ควรจะสะท้อนสังคม อาจจะกล่าวได้ว่า สังคมไทยที่เพลง Thailand 4.0 สะท้อนออกมา เป็นสังคมไทยในบางแง่มุม และเป็นคนละมุมกับประเทศไทยในเพลง “ประเทศกูมี”

เนื้อเพลงของ Thailand 4.0 จะเป็นไปในแนวทางชี้แนะให้รักชาติ สร้างชาติ ตามแนวทางของนโยบาย 4.0 เนื้อหาไม่ค่อยต่างจาก “เราจะทำตามสัญญา” แต่พยายามเน้นเรื่องการคิดใหม่ การสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่เป็นสาระของนโยบาย 4.0

เนื้อเพลงบางส่วนของ Thailand 4.0 มีดังนี้ “สวัสดีเมืองไทยตอนเช้า อย่ามัวแต่นั่งหาว เราลุกขึ้นลุกขึ้น อย่ามัวนั่ง ถอนอกถอนใจ

ทำใหม่จัดไป ให้ Wow ขึ้น Wow ขึ้น โลกเปลี่ยน เราก็ปรับ ให้มันทัน คิดใหม่ทุกๆ วัน สร้างมันขึ้นสร้างมันขึ้นดิ

อยากเท่ อยากสวย อยากรวย ไม่มีหมูในอวย ก็ทำขึ้นทำขึ้น ตัวเรา ลูกเรา หลานเรา ไม่น้อยหน้าใครเขาถ้าโลกเรากว้างขึ้นเว้ย

ลูกมะพร้าว ที่เคยครอบครองไว้ ลองยกมันออกไป สว่างขึ้นสว่างขึ้น คนไทยเก่งๆ มากมาย ขอแค่รวมเป้าหมาย แกร่งขึ้นแกร่งขึ้น

แค่เปลี่ยน ออกมานอกกะลา ใครที่บอกว่าเราบ้าน่ะ โง่ขึ้นโง่ขึ้น

คนไทยเรามาชุมนุม มารวมความคิด ให้ใหม่ ให้ล้ำ คิดมันให้ไกลออกไป เราไปได้ไกล ถ้าเราร่วมมือ…ฯลฯ”

สําหรับตัวเลขถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน ยอดวิวในยูทูบ 3.4 ล้านวิว ที่น่าสนใจคือ มียอดกดไลก์ 2.6 พัน ส่วนยอดดิสไลก์ 4.3 หมื่น

ส่วนในคอมเมนต์ มีทั้งชื่นชมและวิพากษ์วิจารณ์ว่าเนื้อหาอ่อนเกินไป และมีบางคอมเมนต์ตั้งข้อสงสัยว่า เพลงนี้มีความคล้ายคลึง “ยกมือขึ้น” อันเป็นผลงานของ “โจอี้บอย” ฮิปฮอปดังของประเทศไทย

ในความเห็นของคนทั่วไป โดยเฉพาะในวงการเมือง หลายคนระบุว่า เนื้อหาเพลงเป็นลักษณะของการพีอาร์หรือประชาสัมพันธ์นโยบายของรัฐบาล ทำให้ความน่าสนใจและพลังแตกต่างไปจากเพลงที่วิพากษ์วิจารณ์สังคม

ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ชี้แจงว่า เพลงนี้ทำก่อนหน้าประเทศกูมี ส่วนตัวชอบเพลงแร็พ เห็นว่าน่าจะนำความรู้เรื่องการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 มาทำเป็นเพลงแร็พให้เข้าใจง่าย จึงได้ทำเพลงขึ้น และไม่ต้องการที่จะแข่งหรือเปรียบเทียบกับเพลงประเทศกูมีแต่อย่างใด

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นจากวงการเพลงไทย ซึ่งต่างจากศิลปินต่างประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรป เพราะศิลปินไทยชอบทำตัวเป็น “เด็กดี” อยู่ในระเบียบวินัย ไม่แตะต้องหรือยุ่งการเมือง ถ้ายุ่งเกี่ยวก็มักจะเป็นไปในทางตอบรับสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ

เมื่อทำเพลงออกมาในแนววิพากษ์วิจารณ์หรือประท้วง จึงเป็นเรื่องตรงใจคนฟัง จนยอดวิวถล่มทลาย

บทความก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์ : เมื่อ “อาร์-เอ-ดี” ขอบคุณรัฐบาลไทย ช่วยดัน “ประเทศกูมี”
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ นั่งหัวโต๊ะถก ครม.แทนบิ๊กตู่ ยันไม่เลื่อนเลือกตั้ง ชี้ ‘สงกรานต์’ ลงการเมืองได้ตามสิทธิ