คำ ผกา : กลัวโกงจนสมองฝ่อ

คำ ผกา

ทุกๆ วันอาทิตย์ฉันจะได้อ่านข่าวว่าด้วยโพลประจำสัปดาห์

และพบว่าคำถามของโพลน่าสนใจมาก เช่น ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ท่านจะให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของนักการเมืองเรื่องใดมากที่สุด

และคำตอบก็จะออกมาซ้ำๆ กันทุกสัปดาห์และทุกโพล

นั่นคือวนเวียนอยู่กับเรื่องความซื่อสัตย์ ศีลธรรม จริยธรรม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อยากได้นักการเมืองใจซื่อ มือสะอาด อยากเลือกคนที่ไม่ต้องเก่งมากก็ได้ แต่ไม่โกงจะดีกว่า บลา บลา บลา

อ่านแล้วก็อยากเอาสองเท้าก่ายหน้าผากจริงๆ และสงสัยว่าโพลสำนักต่างๆ นั้นไม่มีปัญญาความสามารถจะถามคำถามที่ไม่ใช่ “กำปั้นทุบดิน” มาแบบนี้

หรือว่าคนไทยบ้าบอ คิดสั้น คิดแคบ อย่างที่ไปตอบคำถามโพลที่แคบและบ้าบอพอๆ กัน

เขียนมาแบบนี้ อาจมีคนถามกลับมาว่า – อ้าว พูดแบบนี้แปลว่าสนับสนุนให้มีการคอร์รัปชั่นหรือ?

คำตอบของฉันคือ ใครๆ ก็อยากเห็นสังคมและการเมืองที่ปลอดการคอร์รัปชั่นทั้งนั้นแหละ แต่การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่อาจแก้ได้ด้วยการไปควานหา “คนดี” มาเป็นนักการเมือง หรือไปควานหา “คนดี” มาเป็นนายรัฐมนตรีหรือมาเป็นรัฐมนตรี อย่างโพลเหล่านี้ชอบชี้นำให้เราเชื่อไปในทางนั้น

ดัชนีของการคอร์รัปชั่นนั้นไม่ได้แปรผันตามระดับความดีหรือศีลธรรมของนักการเมือง แต่แปรผันตามความเข้มแข็งของอำนาจประชาชน

เพราะฉะนั้น การไปตั้งคำถามในโพลว่า คุณต้องการนักการเมืองแบบไหน ระหว่าง เก่งแต่โกง หรือไม่เก่งแต่ไม่โกง จึงเป็นคำถามที่มองไม่เห็น “ประชาชน” ในฐานะที่เป็นผู้เล่นทางการเมืองเลย

ทั้งยังชัดเจนว่าในจินตนาการของคนทำโพล (และตัวประชาชนเอง) เห็นตัวเองเป็นสิ่งที่ passive ในทางการเมือง ไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตุ่นตัวหนึ่งที่นั่งอึนๆ มึนๆ ไม่มีสมอง ไม่มีปาก ไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่อิ่ม ไม่หิว

ชีวิตทั้งหมดจะดีจะเลวก็ขึ้นอยู่กับว่า จะได้ผู้นำที่ดี ไม่ดี เก่ง ไม่เก่ง ซื่อ ไม่ซื่อ ถ้าได้ผู้นำที่เก่ง ที่ซื่อ เราก็จะเป็นตุ๊กตุ่นที่ได้รับการดูแลดีหน่อย ไปเสี่ยงดวงเอาก็แล้วกัน

ทีนี้ ถ้าเรา, ประชาชน, มั่นใจว่า เราไม่ใช่ตุ๊กตุ่น ไร้สมอง เลิกรอคอยคนดีได้แล้ว และเลิกตั้งโจทย์ว่า ในการเลือกตั้ง สิ่งที่ฉันต้องทำคือ เลือก “คนดีเข้าสภา” เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าใครเป็นคนดีๆ ไง!

และต่อให้เรารู้ว่าคนนี้เป็นคนดี (สำหรับเรา แต่เลวสำหรับคนอื่น) เราก็ไม่มีวันมั่นใจว่า วันหนึ่งเขาจะดีแตกหรือเปล่า

สิ่งเดียวที่เราควรโฟกัสคือ นักการเมืองที่เราเลือก จะเป็นนักการเมืองที่ไม่เข้ามาลิดรอน “อำนาจ” ของประชาชน

และเมื่อไหร่ที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองไหนทำท่าจะลิดรอนเสรีภาพและอำนาจของประชาชน เราต้องโจมตีให้หนัก เปิดโปงให้หนัก เพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นเข้ามามีอำนาจอีก

ระหว่างการมีนักการเมือง “คนดี” สิ่งที่คนไทยควรให้ความสำคัญคือกฎหมาย อย่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ที่กำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยทุกข้อมูลแก่ประชาชน

ประชาชนเป็นเจ้าของภาษี ดังนั้น ประชาชนจึงเป็นเจ้าของทุกข้อมูลของรัฐ

พูดให้ถึงที่สุด แม้แต่ในนามความมั่นคงก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่รัฐจะปกปิดข้อมูลจากประชาชน เพราะความมั่นคงของรัฐที่ลิดรอนลิทธิ อำนาจของประชาชนย่อมไม่เรียกว่า “ความมั่นคง”

รัฐบาล ครม.อนุมัติงบประมาณไปทำอะไร ซื้ออะไร ซื้อเท่าไหร่ ซื้อทำไม เหล่านี้ประชาชนต้องรู้ต้องเห็นต้องวิจารณ์ได้

ที่แน่ๆ ในระบบรัฐสภา ย่อมมีฝ่ายค้าน และสื่อมวลชนที่จะเข้าไปตรวจสอบการทำงานของรัฐ

ทีนี้โพลทั้งหลายรู้หรือยังว่า หัวใจของปัญหาคอร์รัปชั่น ไม่ใช่ความซื่อสัตย์สุจริตของตัวบุคคล แต่หัวใจของการคอร์รัปชั่นคือการคอร์รัปเอาอำนาจของประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำ ทำลายระบบถ่วงดุลของรัฐสภา ทำลายเสรีภาพของสื่อมวลชน ทำลายเสรีภาพของประชาชนในการวิจารณ์การทำงานของคนที่อยู่ในอำนาจ

คนไทยทั้งหลายที่นั่งตาละห้อย บ่นว่าประเทศนี้ไม่มีคนดี ปฏิรูปประเทศก็ไม่สำเร็จ ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง การคอร์รัปชั่นก็ไม่เห็นหมดไป

ท่านทั้งหลายช่วยสะบัดหัวหลายๆ ทีให้มันสมองได้เคลื่อนตัวออกจากกะโหลกมาไตร่ตรองบ้างสักนิดซิว่า ทำไม ทำไม ทำไม?

ถามว่าตอนนี้ประชาชนตรวจสอบอะไรได้บ้าง?

ฝ่ายค้านมีไหม?

มีการอภิปรายในสภาให้เราฟังไหมว่าใครมีกึ๋นมากกึ๋นน้อย

ถามว่าเวลาเปิดสภาเสนองบประมาณอะไร มีถ่ายทอดสดให้เรารู้ไหม?

หากมีการใช้งบฯ ที่เราไม่เห็นด้วย เราส่งเสียงอะไรได้ไหม?

สภาจะออกกฎหมายอะไรมา เราได้เข้าไปมีส่วนร่วมไหม?

และถามจริงๆ ว่า ทุกวันนี้มีสักวันไหมที่รู้สึกว่าอันชีวิตของตนเองนั้นกระจิริดยิ่งกว่ามดยิ่งกว่าหนอนที่เขาจะทำอะไรกับเราก็ได้ เขาจะออกกฎหมายอะไรก็ได้ เขาจะใช้เงินภาษีของเราไปทางไหนก็ได้ และเราก็ได้แต่นั่งกะพริบตาปริ๊บ ปริ๊บ ปริ๊บ เขาจะซื้อรถประจำตำแหน่งกันคันละกี่ล้าน เขาจะตะคอกใส่หน้าเราว่า “ไม่มีที่ไหนทุจริต พวกผมเป็นคนดี ทำงานหนัก”

ตะคอกมาแบบนี้ เราทำอะไรได้ นอกจากฟัง

เราอยากรู้ว่าตอนนี้การสอบสวนของ ป.ป.ช. เรื่องนั้น เรื่องนี้ คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

ป.ป.ช.ตอบว่า ต้องสอบสวนต่อ ต้องขอเอกสารเพิ่ม ต้องรอเจ้าตัวมาให้ปากคำ ต้องรอให้ถึงวันที่นั้น เดือนนี้ ปีโน้น เราทำอะไรได้ นอกจากนั่งพยักหน้าหงึกๆ เหมือนเป็นคนไม่มีสมอง คิดไม่เป็น และกินคลอโรฟิลล์เป็นอาหารแทนข้าวไปชาติครึ่งแล้ว

เพราะฉะนั้น เวลามีใครมาพูดว่า “โตไปไม่โกง” หรือออกโฆษณาเรื่องเวรกรรมของคนโกง ได้ยินได้เห็นอะไรแบบนี้ ช่วยใช้สมองเท่าที่มีอยู่คิดสักนิดว่า แคมเปญแบบนี้มันช่วยลดปัญหาคอร์รัปชั่นได้จริงหรือไม่?

และช่วยโกรธด้วยว่าภาษีของเราถูกเอาไปทำอะไรเหมือนเล่นของเล่นแบบนี้ มันรับได้จริงหรือ? เห็นเขาโง่ถึงขนาดจะเชื่อว่าการพูดว่าโตไปไม่โกงๆๆๆๆๆ ซ้ำๆ ไปทุกวันแล้วการโกงจะหมดไปจากประเทศชาติจริงหรือ?

จากนั้นช่วยคิดให้ได้ด้วยว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ได้มาจาก “คนเลว” แต่อยู่ที่ระบบการบริหารประเทศของคณะบุคคลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม ไม่มีการประท้วงของประชาชน ไม่มีเสรีภาพสื่อ พูดให้ง่ายว่า การคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นเพราะประชาชนไร้อำนาจ พูดให้เจ็บปวดมากขึ้นไปอีกคือ อำนาจทางการเมืองได้หลุดลอยออกไปจากมือของประชาชนแล้วโดยสิ้นเชิง

Analogy หรือการเปรียบเปรยว่าคอร์รัปชั่นคือมะเร็งร้าย หรือการแปลคำว่า good governance ว่าธรรมาภิบาล หรือแม้แต่คำขวัญเชยๆ ว่าด้วยการ “เลือกคนดีเข้าสภา” – ล้วนแต่มีส่วนทำให้ความเข้าใจเรื่องการคอร์รัปชั่นและการทุจริตของคนไทยพังพินาศไปหมด

ถ้าเปรียบเทียบคอร์รัปชั่นกับมะเร็ง ก็ทำให้เราคิดว่าคอร์รัปชั่นคือโรคที่ต้องใช้ “หมอ” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญ” แต่คอร์รัปชั่นไม่ใช่โรค จึงไม่ต้องใช้ “หมอ” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญ” – ตอนที่มีรัฐประหาร เราก็คิดว่า คสช.คือหมอที่จะมาฆ่ามะเร็ง

การแปล good governance ว่าธรรมาภิบาล ก็ทำให้เราโยงเรื่องคอร์รัปชั่นเข้ากับธรรมะ การเป็นคนดี มีศีลธรรม

คำขวัญ “เลือกคนดีเข้าสภา” ก็ทำให้เราสิ้นหวังว่า นักการเมืองมีแต่ชั่วๆ แล้วเราจะเลือกใคร?

ดังนั้น โปรดเข้าใจใหม่ว่า คอร์รัปชั่นไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่โรคร้าย

และทำใจเสียเถอะว่า การคอร์รัปชั่นคือส่วนหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ใน “สังคมการเมือง”

แต่เราที่เป็นประชาชนสามารถพิทักษ์รักษาผลประโยชน์และภาษีของเราได้โดยการเข้าไปสอดส่องให้การคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ยากที่สุด และประชาชนสูญเสียผลประโยชน์มากที่สุด ประเทศชาติมีพลวัตอันเกิดจากการพัฒนาภายใต้การชี้นำจากอำนาจประชาชน

และสิ่งที่ดีที่สุดอันประเมินค่าเป็นเงินไม่ได้ที่ประชาชนจะได้รับคือบทเรียนของการได้ต่อรอง ช่วงชิงผลประโยชน์ในสนามการเมืองที่ทุกคนเข้าไปอยู่ในเกมอย่างค่อนข้างเป็นธรรม

ดังนั้น โปรดอย่ากลัวและเกลียดการคอร์รัปชั่น สิ่งที่เราต้องกลัวและเกลียดคือการสูญเสียอำนาจของเราในฐานะเจ้าของภาษีที่ใช้ไปในการบริหารประเทศและประชาชน

และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการถูกกีดกันออกจากสนามการเมือง ถูกกีดกันออกจากการมีส่วนร่วมทางการเมือง และถูกโครงสร้างทางการเมืองและนโยบายกระทำชำเราจนชำรุดเกินเยียวยากลายเป็นตุ๊กตุ่นโง่ๆ ปล่อยให้เขาลากจูงไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ถกคลายล็อกพรรคการเมือง ‘โจ๊ก’ รุดรายงานบิ๊กป้อม คดีนทท.อ้างถูกข่มขืน
บทความถัดไปธนะศักดิ์ เผย คสช.ถกคลายล็อกมากกว่า 6 ข้อ ตั้งแต่ ก.ย.-ธ.ค.