บุกเชียงใหม่ ไปคุย “ศรีนวล บุญลือ” ส.ส.ผู้ได้คะแนนสูงสุดของประเทศ ถ้าอนาคตใหม่สะดุด พรรคจะไปไงต่อ?

ถือเป็นโอกาสดีๆ ที่ทีมงานมติชนสุดสัปดาห์ เดินทางมาที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่า คุณศรีนวล บุญลือ ส.ส.ผู้ได้คะแนน (เขต) สูงสุดของประเทศจากพรรคอนาคตใหม่เขต 8 เขาเข้าหาชาวบ้านอย่างไร

แล้วเธออยากทำอะไรในสภา

คุณศรีนวลเล่าว่า บทบาทที่ผ่านมาของตัวเองในการประชุมสภา คือการพยายามสื่อสารเรื่องพืชผลทางการเกษตร เช่น ลำไย-ผักต่างๆ ที่ชาวบ้านถูกกดราคา ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าไปสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เราอาจจะเห็นบางคนตอนหาเสียง เขาบอกว่าจะเข้าไปทำงานเพื่อประชาชน แต่พอเราได้เข้าไปเห็นในสภาจริงๆ บางคนมัวแต่ไปถกเถียงกันเรื่องการแต่งกาย-เรื่องการพูดภาษาถิ่น

ต้องบอกว่าชาวบ้านที่เลือกเราเข้าไป เขาก็รอดูการอภิปราย จึงอยากให้มอง “ปัญหาของชาวบ้าน” ผ่านการฝากกระทู้-ญัตติไปถึงฝ่ายบริหาร อย่างเช่นตอนนี้ มีเรื่องภัยแล้ง เราก็มีประเด็นที่จะพูดเรื่องอ่างเก็บน้ำ ที่ท้องถิ่นเชียงใหม่ไม่มีงบประมาณพอที่จะสร้างได้ เพื่อกักเก็บน้ำไปหล่อเลี้ยงคนใน 5 อำเภอใน จ.เชียงใหม่

หากเลือกกรรมาธิการได้ก็อยากจะเข้าไปอยู่กรรมาธิการท้องถิ่น เพื่อจะได้ทำงานเชื่อมกับท้องถิ่น ดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้

กระทั่งกรณีการแต่งชุดพื้นเมืองก็เช่นกัน คุณศรีนวลพาเราไปดูชาวบ้านทอผ้าที่ต้องใช้ความสามารถและเวลาในการทอแต่ละชิ้น ซึ่งหลังกระแสการแต่งกายพื้นเมือง ชาวบ้านก็ขายดีขึ้น คนอยากใส่ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

ส่วน 75,891 คะแนนที่คุณศรีนวลได้มาสูงสุดของประเทศครั้งนี้ หลังจากเลือกตั้งครั้งแรกที่ลงแข่งได้ 29,500 กว่าคะแนน แต่พอ กกต.ให้มีเลือกตั้งใหม่ 26 พฤษภาคม หลังแจกใบส้มให้คุณสุรพล ส.ส. 9 สมัยจากพรรคเพื่อไทย ตอนนั้นที่หาเสียงก็พยายามสื่อสารกับชาวบ้านว่า ถ้าอยากได้คนทำงานจริงๆ ขอให้ไว้ใจศรีนวล จะเข้าไปทำงานให้

ตัวเองก็ทำงานแบบไม่มีวันหยุด ออกบ้านเช้า กลับบ้านมืดทุกวัน

สำหรับคะแนนที่ได้มามีทั้งจากส่วนของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่ง แล้วก็ได้ส่วนของพลังประชารัฐด้วย ก็ต้องบอกว่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับให้ความไว้วางใจมากขนาดนี้

ขณะที่ความใฝ่ฝันสูงสุดบนถนนสายการเมืองของ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่คนนี้ เจ้าตัวเผยว่า เอาแค่มาถึงจุดนี้ในวันนี้ได้ ในการเป็น ส.ส.ก็เกินฝันแล้ว ยังไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ เพราะย้อนไปครั้งแรกที่พรรคอนาคตใหม่มาทาบทามก็ยังคิดอยู่เลยว่ามันจะได้จริงๆ หรือ?

เพราะว่าพรรคก็เพิ่งตั้งใหม่ๆ เราเองก็ใหม่ในสนามนี้ จึงคิดว่าบุญกุศลที่ตัวเองได้ทำมา มันได้ส่งผล

ระหว่างทางของการสนทนา คุณศรีนวลได้ชี้ให้ดูถนนหนทางที่เกิดขึ้นจากการผลักดันผ่านบทบาทท้องถิ่นของตัวเอง รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ อ.แม่วาง ก็เกิดขึ้นจนสำเร็จได้หลายๆ โครงการ

คุณศรีนวลเล่าว่า ชาวบ้านเองเขาต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะว่า 5 ปีที่ผ่านมานี้ต้องบอกว่ารัฐบาลอาจจะให้ความช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง เช่น บัตรคนจน เราต้องมาดูสภาพจริงๆ ว่าคนที่เขาไม่มีรถเพื่อเดินทางจะออกไปรูดบัตรในร้านประชารัฐได้ เท่ากับว่าเงินก็สูญเปล่า

เราก็เอาเรื่องนี้ไปพูดในสภาด้วย ว่าอยากจะให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงเอาเงินเข้าบัตร เปลี่ยนวิธีจะดีกว่าหรือไม่ และอยากให้มีวิธีตรวจสอบบัตรคนจน ว่าผู้ที่ได้รับจนจริงหรือ?

เพราะตัวเองเห็นหลายคนมาร้องเรียนว่าไม่ได้รับการช่วยเหลือ อยากให้ไปลองเช็กดู บางคนมีรถ 3-4 คันยังได้

แต่คนที่เราเห็นและสัมผัสมา สภาพบ้านต่างๆ คือไม่มีจะกินจริงๆ แต่ก็ไม่ได้รับบัตร หลายร้อยคนหลายพันคน อย่างนี้เป็นต้น

ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็รู้จักและเข้าใจความหมายของประชาธิปไตยดี ชาวบ้านเขาอยากได้ เขาเข้าใจดีว่าเขามีสิทธิและเสรีภาพสำคัญอย่างไร เขาสามารถพึ่งพาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร

ถามว่า ถ้าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกเล่นงาน เราจะสื่อสารกับชาวบ้านอย่างไร?

ส.ส.ศรีนวลบอกว่า เราก็จะบอกเขาว่า ถ้าความเป็นธรรมมีจริง ถ้าศาลท่านให้ความยุติธรรม คิดว่าคุณธนาธรคงจะไม่โดนอะไร พูดกันตามความเป็นจริงก็มองว่าคุณธนาธรก็มีหลักฐานชัดเจนในการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการถือหุ้นก่อนการสมัครรับเลือกตั้ง เราเองก็คุยกับชาวบ้านว่า ของดีๆ ถ้ายิ่งตีมันก็จะยิ่งดัง! ก็ยิ่งจะทำให้พรรคอนาคตใหม่ดังขึ้นและชาวบ้านมีความสงสารมากขึ้น

ดังนั้น ขอให้ตัดสินด้วยความยุติธรรมและความเป็นธรรมจะดีกว่า

ส่วนตัวก็เชื่อด้วยว่าถ้าต่อให้แกนนำถูกเล่นงานหมด ยังไงพรรคก็ไม่ล่ม เพราะพรรคของเรามีนโยบายที่ชัดเจนในการช่วยเหลือชาวบ้าน ที่ผ่านมาตัวเองก็มั่นใจในตัวคุณธนาธรเพราะเห็นว่าธนาธรทำธุรกิจตัวเองประสบความสำเร็จ แล้วก็คิดว่าเขาสามารถจะเข้ามาพัฒนาประเทศชาติให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ นโยบายการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นไม่ต้องรอหรือผ่านศูนย์กลางคนก็ชอบ

อยากจะบอกว่าส่วนตัวก็รู้สึกเอ็นดูคุณธนาธร และอยากเห็นคุณธนาธรเป็นนายกฯ อยากให้พัฒนาประเทศเราให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยๆ อยากให้ได้ลองของใหม่ คนอายุเพียงแค่ 40 ที่ผ่านมาคนที่เป็นก็เป็นมานานแล้ว เราก็เห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น

ส่วนตัวเราอยากเห็นเศรษฐกิจที่ดีขึ้นก็เลยต้องเปลี่ยนคนใหม่

ซึ่งบรรยากาศในพรรคทุกคนก็รักและสามัคคีกันและก็คุยกันว่า เรากินภาษีของประชาชน เราเองจะต้องยึดมั่นการทำงานให้ชาวบ้านได้เห็น ว่านี่แหละคือพรรคที่เป็นอนาคตใหม่ได้

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการพักรับประทานข้าวระหว่างการประชุมสภา พวกเราไม่ได้ยกโขยงออกกันไปทั้งหมด เราจะผลัดกันไป เพื่อให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ในสภา เราตั้งใจกันทำงาน

ส่วนคนที่ยังเล่นการเมืองแบบเก่าๆ สาดโคลนกันอยู่ก็อยากให้เขาไปทบทวนให้ดีว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกหรือไม่

แล้วจะดีกว่าไหมถ้าทุกคนหันมาจับมือกันเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน พัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

ควรจะหยุดนำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เอามาเป็นประเด็นแล้วไปทะเลาะกัน มาร่วมกันแก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านดีกว่า ให้เดินก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

ตัวเองไม่ว่าจะเดินเจอคนต่างพรรคต่างอุดมการณ์ที่ไหนในสภา เราก็ยิ้มให้หมด ถึงแม้ว่าใครจะไม่ยิ้มตอบ เราก็จะยิ้ม เพราะเรารู้สึกสบายใจ

หากยุบสภาเลือกตั้งใหม่คิดว่าตัวเองจะได้กลับมาแน่นอน? ส.ส.ศรีนวลกล่าวว่า

ที่ผ่านมาเราก็ได้ทำงานเต็มที่ ถ้าประชาชนเห็นว่าเราเข้าไปแล้วไม่ได้ทำงาน เขาคงพิจารณาตรงนี้ พรรคอนาคตใหม่พยายามค้นหาและนำเสนอปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่สภา

อีกทั้งหลังจากนี้เราก็มีแนวทางประชุมกันในพรรคเพื่อปักธงภาคเหนืออนาคตใหม่ให้มากขึ้นด้วย ว่าอยากให้ส่วนกลางทำงานเชื่อมประสานกับพื้นที่

ส่วนบทบาทในวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภา ตัวเองก็อยากจะถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่า จะสามารถทำงานให้กับประชาชนได้เหมือนกับที่นำเสนอไหม?

เช่น ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำวันละ 400-425 บาท เราก็จะเข้าไปทวงสัญญาต่างๆ ที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยจะเอาโบรชัวร์ที่เขามาแจกตอนหาเสียงไปด้วย เราจะเป็นคนไปทวงให้ชาวบ้านเอง

หากเปรียบประเทศไทยเหมือนครอบครัวหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นพ่อ และมีคุณชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเป็นแม่ ที่ผ่านมามีแต่แม่มารับฟังปัญหา พ่อหายไปไหนไม่รู้ แล้วถ้าครอบครัวเรามีทั้งพ่อทั้งแม่ที่เข้ามาดูแลปัญหา ถ้าพ่อวางตัวดีดูแลประชาชนได้ ประเทศชาติยังไงก็พัฒนาได้

บางอย่างถ้าพ่อไม่เข้าใจและใช้อารมณ์ งานมันก็ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้

ศรีนวลกล่าวทิ้งท้าย

 

บทความก่อนหน้านี้‘เสี่ยลาว’ โบกมือลาเพื่อไทย โดดซบพลังประชารัฐ คาดธุรกิจโกดังที่ศรีสะเกษ
บทความถัดไปอ้าง ‘อัตลักษณ์’ เฟ้อไปไหม? | นงนุช สิงหเดชะ