ประกันภัย พ.ร.บ. ความคุ้มครองระดับเทพ ที่คุณก็เอื้อมถึง

ในสถานการณ์โรคระบาดที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ส่งผลกระทบกับเงินในกระเป๋าของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ได้รับลดลง แต่รายจ่ายยังคงมีเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องรัดเข็มขัดกันอย่างจริงจัง หน่วยงานภาครัฐก็มีการออกมาตรการต่าง ๆ มาให้ความช่วยเหลือผ่อนคลายสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แต่คำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ยังคงเป็นความจริงที่หลีกหนีไม่พ้น ดังนั้น หากมีสิ่งที่จะมาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหรือความรับผิดชอบบางอย่างได้ คงจะไม่มีใครที่จะเบือนหน้าหนี!

ค่าเบี้ยประกันภัยรถ ถือเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่คนมีรถยากจะหลีกเลี่ยง ที่แน่ ๆ คือ เบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. ที่จะต้องซื้อเพื่อเอากรมธรรม์ไปใช้ต่อภาษีรถประจำปี และเพื่อใช้บรรเทาความเสียหายหากใช้รถแล้วไปเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ค่าเบี้ยมันคุ้มมั้ย!! ต้องลองมาดูกัน…

ประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ประกันภัย พ.ร.บ.” ได้กำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถ

ซึ่งความคุ้มครองปัจจุบันจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

1. ค่าเสียหายเบื้องต้น เป็นการจ่ายโดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด ให้กับผู้ประสบภัยจากรถทุกคน ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน โดยจ่ายเป็น

1.1 ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน 30,000 บาท

1.2 ค่าปลงศพหรือค่าชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ รายละ 35,000 บาท

หากได้รับบาดเจ็บแล้วต่อมาเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ จะได้รับสูงสุดไม่เกิน รายละ 65,000 บาท

2. ค่าสินไหมทดแทน (ค่าเสียหายส่วนเกินค่าเสียหายเบื้องต้น) จ่ายให้ผู้ประสบภัยจากรถที่ไม่ได้เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ถูกผิดแล้ว โดยจ่ายเป็น

2.1 กรณีบาดเจ็บ จะได้รับความคุ้มครองสูงสุด ตาม พ.ร.บ. ไม่เกิน 80,000 บาท (รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย)

2.2 กรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จะได้รับความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. ตั้งแต่ 200,000 บาท – 500,000 บาท แล้วแต่กรณี (รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย)

2.3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จะได้รับความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สูงสุด 500,000 บาท (รวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นด้วย)

ความคุ้มครองมากขนาดนี้ ต้องบอกว่าค่าเบี้ยประกันภัย… ถูกเหลือเชื่อ!!

โดยรถจักรยานยนต์ทั่วไป(75-125 cc.) แค่เพียงปีละ 323.14 บาท หรือวันละ 0.8 บาท และรถยนต์ (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) ปีละ 645.21 บาท หรือวันละ 1.7 บาท

อย่างที่บอกไปว่า ในสถานการณ์ที่ต้องรัดเข็มขัดกันถ้วนหน้า หากขับรถไม่มีประกันภัยแล้วไปเกิดอุบัติเหตุทำให้มีคนเจ็บหรือเสียชีวิต มันจะไม่ได้กระทบแต่เงินในกระเป๋าตัวเองเท่านั้นแล้ว มันจะลามไปยังกระเป๋าเงินคนรอบข้างคุณอีกด้วย ดังนั้น มีประกันภัยไว้เถอะ อย่าให้เขาว่าได้ ว่า “เสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย”

———————————————————-

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : สายด่วน คปภ. 1186

บทความก่อนหน้านี้“อัศวิน” เบรกค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท แจงรัฐบาลให้ทบทวน คำนึงภาระประชาชน
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯ ปรับย้ายนายทหารเป็นขรก.ในพระองค์ พระราชทานยศ “พลโท”