ออริจิ้น เปิดตัวกลยุทธ์ “The 2nd Wave” ตอบโจทย์ Next Normal ต่อเนื่อง  ส่งคอนโด “ดิ ออริจิ้น” บุก 2 ทำเล ราคาสุดเซอร์ไพรส์ เริ่ม 1.022 ล้าน 

ออริจิ้น” ต่อยอดความสำเร็จ เปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ “Origin Next Normal, The 2nd Wave” สร้าง “Reaching Solution” เพิ่มโอกาสผู้บริโภคเข้าถึงคอนโดเปิดตัวใหม่ในราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นแค่ 1.022 ล้าน ถูกสุดในระยะ 250 เมตรจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อมเปิดตัว “Living Solution” สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Next Normal เตรียมเปิดขายออนไลน์รอบพิเศษ VIP “ดิ ออริจิ้น สุขุมวิทสายลวด อี 22 สเตชั่น” 31 ต.ค.นี้ ผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ Evenprop และ “ดิ ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ รามอินทรา” 11 พ.ย.นี้  

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ผู้พัฒนาโครงการกลุ่มสมาร์ทคอนโดมิเนียม ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ Origin Next Normal, The 1st Wave และประสบความสำเร็จกับการสร้างประวัติศาสตร์ปิดการขายโครงการคอนโดมิเนียม “ดิ ออริจิ้น อ่อนนุช” (The Origin Onnut) ผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัทจึงจะเดินหน้ากลยุทธ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุค Next Normal ระยะที่ 2 ภายใต้ชื่อ Origin Next Normal, The 2nd Wave ในการดำเนินการเปิดขายออนไลน์รอบพิเศษ VIP คอนโดมิเนียมโครงการใหม่อีก 2 โครงการ 2 ทำเลในช่วงไตรมาส 4 นี้  

Key Success ของเราใน The 1st Wave คือ การสร้างวิธีแก้ปัญหาด้านการเข้าถึง หรือ Reaching Solution เราลดต้นทุนในการพัฒนาโครงการด้วยการไม่ต้องก่อสร้างสำนักงานขาย ยกทุกอย่างขึ้นมาขายบนแพลทฟอร์มออนไลน์แบบ Next Normal ทำให้สามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานขายทั้งหมด และนำมาพัฒนาโครงการที่มีราคาสุดคุ้มเซอร์ไพรส์ตลาด เพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ในราคาคุ้มค่าได้ง่ายขึ้น ส่วนใน The 2nd Wave นี้ นอกจากเราจะลุยเรื่อง Reaching Solution ต่อเนื่องแล้ว เราจะเปิดตัว  วิธีแก้ปัญหาด้านการอยู่อาศัย หรือ Living Solution มอบสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ Next Normal ในทุกโครงการควบคู่กันไปด้วย เติมเต็มผู้บริโภคทั้งเรื่องราคาและการอยู่อาศัยจริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

สำหรับโครงการหลักที่จะมาพร้อมกับ Reaching Solution คือโครงการ ดิ ออริจิ้น สุขุมวิทสายลวด อี 22 สเตชั่น (The Origin Sukhumvit-Sailuat E22 Station) ซึ่งจะเปิดขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ บนเว็บไซต์ https://evenprop.com/e22 บนแพลทฟอร์มดังกล่าว จะยังคงมีทั้ง Walkthrough Video, ฟังก์ชันชมห้องตัวอย่างแบบ 360 องศา, Realtime Live Event ช่วยให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างครบถ้วน เปิดขายออนไลน์รอบพิเศษครั้งแรก ในวันเสาร์ที่ 31 ต.ค.นี้ กับราคาเริ่มต้นสุดเซอร์ไพรส์เพียง 1.022 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยเพียง 60,000 บาทต่อ ตร.ม. ถูกที่สุดในระยะ 250 เมตรบนเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว เริ่มวางเงินจองได้แล้ววันนี้  

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่อง Living Solution ทั้ง 2 โครงการที่เปิดตัวในไตรมาสนี้ ได้แก่ ดิ ออริจิ้น สุขุมวิทสายลวด อี 22 สเตชั่น มีการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจาก COVID-19 อาทิ การออกแบบภายในห้องพักให้ดูมีพื้นที่กว้างขวางขึ้น การติดตั้งเครื่อง UV Scan ฆ่าเชื้ออาหารและบรรจุภัณฑ์อาหารที่ส่งมาแบบ Delivery ก่อนส่งต่อให้ลูกบ้าน การแยก Main Lobby และ Private Lobby เพื่อแยกพื้นที่บุคคลภายนอกและลูกบ้านออกจากกัน การปรับพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดให้มีช่องระบายอากาศ การปรับลดพื้นที่ฟิตเนสซึ่งเป็นพื้นที่ปิด หันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่เปิดและกิจกรรมในพื้นที่เปิด (Outdoor Activities) อาทิ Jogging Track, Multi Sport Area, อุปกรณ์เล่นแทรมโพลีน, พื้นที่ปลูกผักออร์แกนิกบนดาดฟ้า 

สำหรับ ดิ ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ รามอินทรา (The Origin Plug & Play Ramintra) มีการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Lobby ที่มีการแยกการใช้งานในแต่ละตึกเพื่อให้มีความ Private มากขึ้นในการใช้งานของลูกบ้าน พื้นที่ให้ Deliver จอดรถและรอส่งของให้ลูกบ้าน รวมไปถึงการมีส่วนกลางที่ตอบสนอง Gen Z เช่น Co-play, Co-Working, Game Room, Meeting Room , Indoor-Outdoor Fitness, Sky Jogging Track ที่มีระยะวนรอบได้ ถึง 300 เมตร การจัดพื้นที่ผ่อนคลายกลางแจ้งในส่วนของ Sky Amphitheater ที่สามารถนั่งดูหนังรวมกับเพื่อนได้ รวมไปถึงพื้นที่ออกกำลังกายขนาดใหญ่เช่น Multi Sport Court ที่สามารถเล่นบาสเก็ตบอลหรือฟุตบอลได้ อีกทั้งยังมี Origin Spaces คือส่วนที่สนับสนุนให้ Start Up Business สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ประชุมกับคนนอก พื้นที่ทำงานส่วนตัว อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่คอยบริการในส่วนกลางแห่งนี้ เปิดขายออนไลน์รอบพิเศษผ่านแพลทฟอร์ม Evenprop ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ 

“พอพูดว่า Living Solution หลายคนอาจคิดว่าทุกอย่างต้องเป็นเทคโนโลยีใหม่ ความจริงคือไม่ใช่ เพราะเราพบว่าเทคโนโลยีบางอย่างนั้น ใส่เข้าไปแล้วผู้บริโภคก็ไม่ได้เอาไปใช้จริง ดังนั้น Living Solution ที่เราให้ จึงเป็น Living Solution ที่ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานจริง เหมาะกับไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตในยุคใหม่เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบพื้นที่ หรือ Space Design, Outdoor Facilities, Touchless Function ขณะเดียวกัน ก็สอดคล้องกับราคาที่ผู้บริโภคในแต่ละทำเลยังเข้าถึงได้ในขณะนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

โครงการ ดิ ออริจิ้น สุขุมวิทสายลวด อี 22 สเตชั่น (The Origin Sukhumvit-Sailuat E22 Station) มูลค่าโครงการ 1,650 ล้านบาท ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 3-2-0 ไร่ บนถนนสายลวด ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีสายลวด (E22) เพียง 222 เมตร ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 31 ชั้น 1 อาคาร และอาคารจอดรถ 10 ชั้น 1 อาคาร มองเห็นได้ทั้งวิวมหาสมุทรและวิวแม่น้ำ มียูนิตพักอาศัย 998 ยูนิตและยูนิตเพื่อการพาณิชย์ 3 ยูนิต แบ่งเป็นห้องพักแบบ 1 Bedroom, 1 Bedroom (Smart Closet), 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 22-34.5 ตร.ม. มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย อาทิ Main Lobby, Private Lobby, Co-Passion Space, สระว่ายน้ำยาวถึง 50 เมตร, Fitness, Sky Lounge, Rooftop Garden, Multi Sport Area (Basketball & Sketchboard), Active Play Space (Climbing & Trampoline), View Point, Studio, Game Room, Theater Room คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 1/2564 และแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2566  ผู้สนใจแต่ละโครงการสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ในการจองห้องได้ที่ https://bit.ly/3nG5dNt หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 020 300 000

สำหรับบริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด เป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการกลุ่มสมาร์ท คอนโดมิเนียม ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีแบรนด์หลักภายใต้การดูแลคือแบรนด์ดิ ออริจิ้น (The Origin) เน้นเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) และกลุ่มที่เพิ่งซื้อคอนโดมิเนียมหลังแรก (First Condo Buyer) อายุประมาณ 2328 ปี โดยในปี 2562 มีการเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ดังกล่าวถึง 6 โครงการหลากหลายทำเลศักยภาพ มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,700 ล้านบาท และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี จนทำให้หลายโครงการสามารถ Sold Out 100% ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 76 โครงการ เช่น  แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), เคนซิงตัน (Kensington) และ บริทาเนีย (BRITANIA) รวมมูลค่าโครงการกว่า 116,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

บทความก่อนหน้านี้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตถึงเวลาปรับตัวใหญ่ ชี้ยุคดิจิตอล โควิด-19 เป็นตัวเร่งสำคัญ ด้านผู้ประกอบการไทยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ตบเท้าร่วมงานโพรแพ็ค เอเชีย 2020 หาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ พบผู้นำนวัตกรรม ร่วมเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าทั่วโลก
บทความถัดไปงานมอบรางวัลสุดยอดแบรนด์ในดวงใจพ่อแม่ Amarin Baby & Kids Awards 2020 สุดปังกับกิจกรรม Mom Expert’s Day พลังแม่สร้างลูกฉลาดรอบด้าน