อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดทำและการบริหารงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 เวลา 09.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดทำและการบริหารงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัด ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ผู้อำนวยการสำนัก/กอง และผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้สังเกตุการณ์จากสำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าอบรมกว่า 300 คน ณ โรงแรมริเวอร์ไซด์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากที่พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นมา บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยรับงบประมาณ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยื่นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ โดยการตั้งคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สำนักงบประมาณแจ้งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด 76 แห่ง จัดทำคำของบประมาณและบันทึกคำของบประมาณโดยตรงในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดทำงบประมาณ (e-Budgeting) ของสำนักงบประมาณ และให้ส่งคำขอพร้อมรายละเอียดประกอบ โดยให้จังหวัดรวบรวมส่งผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อจัดทำความเห็นเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้ความเห็นชอบ และในระยะต่อไปจะขยายผลการขอตั้งงบประมาณไปยังเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลจะตั้งคำของบประมาณโดยตรงในปีงบประมาณถัดไป โดยการอบรมสัมมนาในครั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงบประมาณ ส่งวิทยากรผู้มีความรู้และเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว และผู้ที่รับผิดชอบในการพิจารณาคำขอของกระทรวงมหาดไทยด้วย

หวังว่าผู้ที่เข้ารับการอบรมจะได้มีความรู้และมีแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฎิบัติในระดับพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สามารถนำไปต่อยอดการดำเนินงานในอนาคต รวมถึงได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ การบริหารงบประมาณ การติดตามและประเมินผลตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 และนำไปใช้ปฎิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ก็ต้องขอขอบคุณท่านวิทยากรที่ได้เสียสละเวลามาบรรยาย และขอขอบคุณผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้าอบรมสัมมนาจะได้รับความรู้ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง และหน่วยงานต่อไป

ในตอนท้าย นายสุทธิพงษ์ได้ฝากให้ผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคถึงนโยบายต่างๆของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ขอให้ร่วมกันผลักดัน ขับเคลื่อนนโยบายให้สัมฤทธิ์ผล เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะต้องมีการสร้างความรับรู้และความเข้าใจ ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงคนในองค์กร ให้ได้รับรู้ถึงการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ที่ล้วนแล้วแต่ทำขึ้นเพื่อ “บําบัดทุกข์ บํารุงสุข” ให้พี่น้องประชาชน เช่น โครงการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดขึ้น

เพื่อมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่พี่น้องประชาชน นั่นคือ “1 อปท. 1 ถนน ท้องถิ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ที่ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ สำรวจและคัดเลือกถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวนอย่างน้อย 1 สายทาง ความยาวระยะทาง ไม่น้อยกว่า 500 เมตร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อปท. และให้ชวนทุกภาคส่วนในชุมชนร่วมกันเปลี่ยนโฉมถนนแต่ละสาย พัฒนา ปรับปรุง สิ่งแวดล้อมบริเวณถนนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้หรือไม้ดอก ไม้ประดับอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ดูร่มรื่น และสวยงามทั้งสองข้างถนน และ “ห้องน้ำท้องถิ่น สะอาด ปลอดภัย” ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พัฒนาห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบ เช่น ห้องน้ำในสำนักงาน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยเน้นให้ได้มาตรฐาน 3 เรื่อง คือ สะอาด เพียงพอ ปลอดภัย ได้รับการดูแล ปรับปรุง ซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพดีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่ต้องบริการห้องน้ำสาธารณะ ปรับปรุงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในฐานะประเทศท่องเที่ยว

อีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ คือการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยขอให้ท้องถิ่นจังหวัดทั่วประเทศ จัดทำและเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการก่อสร้าง หรือปรับปรุงถนนที่ใช้ส่วนผสมของยางพารา ภายในระยะเวลาระหว่างเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 – มีนาคม พ.ศ. 2562 และจากการสำรวจ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 อปท.ทั่วประเทศ จะใช้เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ในการก่อสร้างถนน จำนวน 1,118 โครงการ (929 อปท.) ใช้ปริมาณน้ำยางพารา 8,110.59 ตัน และใช้เงินจ่ายขาดสะสม ในการก่อสร้างและซ่อมแซมถนน จำนวน 1,128 อปท. ใช้ปริมาณน้ำยางพารา 8,781.23 ตัน รวมปริมาณน้ำยางพาราที่ อปท.จะใช้จำนวนกว่า 16,891.82 ตัน นอกจากนี้ในการเสนอของบประมาณประจำปี 2563 ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ ก็ขอให้ อปท. ให้ความสำคัญกับโครงการที่ใช้ยางพาราเป็นลำดับแรก เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีความต้องการใช้ยางพาราในโครงการของ อปท.ในตุลาคม 2562 อีกด้วยนั่นเอง นายสุทธิพงษ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ค่อยๆ กลับมากอบเก็บปะติดปะต่อ
บทความถัดไปสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จจุดเทียนชัยและอธิษฐานจิต พระประจำพระชนมวาร