ต่างประเทศ : ชัยชนะของมาครง ความหวังของการหยุดยั้ง กระแสประชานิยม

ชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสของ เอ็มมานูเอล มาครง นักการเมืองสนับสนุนยุโรปแนวคิดสายกลาง ได้จุดประกายความหวังในหมู่ผู้มีแนวคิดเสรีนิยมประชาธิปไตยว่า พลังขับเคลื่อนด้านประชานิยมต่อต้านโลกาภิวัตน์ที่อยู่เบื้องหลังการออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของสหราชอาณาจักร หรือเบร็กซิท และ โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มสูญเสียแรงสนับสนุนไป

บางส่วนยกย่องว่าชัยชนะของมาครงเหนือ มารีน เลอเปน นักการเมืองแนวคิดขวาจัด เป็น “การทำสกอร์ 3-0” หลังจากก่อนหน้านี้นักการเมืองสายกลางในออสเตรียและเนเธอร์แลนด์ต่างได้รับชัยชนะเหนือฝ่ายแนวคิดสุดโต่งในการเลือกตั้งเช่นกัน

สำหรับกลุ่มเสรีนิยมประชาธิปไตยสายกลางแล้ว ชัยชนะของมาครงนำมาซึ่งการปลดเปลื้อง ผ่อนคลายที่ต้องการเป็นอย่างมากหลังผลการลงประชามติในสหราชอาณาจักรและการเลือกตั้งอันน่าตกตะลึงในสหรัฐอเมริกาที่ถูกมองว่าเป็นการต่อต้านผู้สมัครและสถาบันของ “ระบบการเมืองในรูปแบบเดิม”

ในขณะที่ทรัมป์ประกาศว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” และควบคุมผู้อพยพเข้าประเทศและการค้าเสรี และสหราชอาณาจักรหันหลังให้อียู มาครงที่มีแนวคิดเสรีนิยมให้สัญญาว่าจะปฏิรูปเศรษฐกิจสำหรับฝรั่งเศสที่เป็นหัวใจสำคัญของยุโรป

ในการเลือกตั้งสำคัญของยุโรปที่เหลืออยู่ในปีนี้ นั่นคือการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีในเดือนกันยายน อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีแนวทางกลางขวามีคะแนนนิยมในโพลนำอยู่ ขณะที่พรรคทางเลือกสำหรับเยอรมนี (เอเอฟดี) ที่มีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพกำลังสูญเสียแรงสนับสนุนไป

แมร์เคิลบอกว่า มาครง “แบกความหวังของคนหลายล้าน” ในยุโรป พร้อมกับกล่าวก่อนหน้าการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือ จี7 และกลุ่มประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ หรือ จี20 ว่า ถึงตอนนี้ อียูสามารถแสดงจุดยืนที่เป็นเอกภาพในการต่อต้านแนวคิดการกีดกันทางการค้าของทรัมป์ได้

“หลังจากเบร็กซิทและชัยชนะของทรัมป์ โลกตะวันตกและยุโรปรอดพ้นจากแผ่นดินไหวใหญ่ทางการเมืองได้อีกครั้ง” หนังสือพิมพ์รายวันแฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ อัลเกไมน์ ไซตุ้ง ของเยอรมนีระบุ และว่า ยุโรปสามารถรอดพ้นจาก “ฝันร้าย” ของการมีผู้นำขวาจัดนั่งอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดีเอลิเซได้สำเร็จ

ด้านนิวยอร์กไทม์สระบุว่า ฝรั่งเศสเหมือนเช่นประเทศประชาธิปไตยสำคัญแห่งอื่นๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายของ “การที่คนจำนวนมากรู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากโลกาภิวัตน์ การชะงักงันทางเศรษฐกิจ รัฐบาลที่ไม่ตอบสนอง การว่างงาน การก่อการร้ายไร้รูปโฉม และการหลั่งไหลเข้ามาของกระแสผู้อพยพ”

อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในฝรั่งเศสเลือก “อนาคตในยุโรปแทนการโดดเดี่ยวตัวเองด้วยความคับแค้นใจ” และนำมาซึ่ง “ชัยชนะของความหวังและการมองในทางบวกเหนือความกลัวและการตอบโต้” นิวยอร์กไทม์สที่มีแนวคิดต่อต้านทรัมป์ระบุ

แนวคิดต่อต้านการรวมตัวเป็นสหภาพในยุโรปผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากวิกฤตหนี้ยูโรโซนและการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อปี 2015 สร้างความโกรธแค้นให้สมาชิกอียูส่วนหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกที่อยู่ในเส้นทางอพยพ “คาบสมุทรบอลข่านด้านตะวันตก”

ในโปแลนด์ พรรคกฎหมายและความยุติธรรมที่มีแนวคิดต่อต้านอียู ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2015 ขณะที่ในฮังการี นายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บาน งัดข้อกับอียูอย่างเปิดเผย

เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สหราชอาณาจักรลงมติออกจากการเป็นสมาชิกอียู ขณะที่ในออสเตรีย ผู้สมัครพรรคขวาจัดพ่ายแพ้ไปแบบเฉียดฉิวเท่านั้นในการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ฝ่ายประชานิยมปีกขวาในยุโรปได้แรงสนับสนุนอีกครั้งจากชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนพฤศจิกายน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนกระแสน้ำจะไหลย้อนกลับอีกครั้งในปีนี้ เริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ของ คีร์ต วิลเดอร์ส ผู้สมัครแนวคิดสุดโต่งต่อต้านอิสลามในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคม

หลังจากชัยชนะของมาครง มาร์ติน เซลมายเยอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของ นายฌอง-โคล้ด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ทวีตข้อความว่า “รอบแรกออสเตรีย รอบ 8 ทีมสุดท้าย เนเธอร์แลนด์ รอบรองชนะเลิศ ฝรั่งเศส”

และหากรอบชิงชนะเลิศเป็นการเลือกตั้งเยอรมนี ก็มีเหตุผลที่จะมองในทางบวก

พรรคของนางแมร์เคิลทำได้อย่างแข็งแกร่งในการเลือกตั้งระดับรัฐเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่พรรคเอเอฟดีที่แตกแยกจากการต่อสู้ภายในมีผลงานที่ย่ำแย่

คริสเตียน ลินด์เนอร์ หัวหน้าพรรคเอฟดีพีของเยอรมนีบอกว่า หลังจากปี 2016 ฝ่ายประชานิยมและแนวคิดสุดโต่งได้เฉลิมฉลองกันไปแล้ว ปี 2017 นี้เป็นปีของฝ่ายเสรีประชาธิปไตยสายกลาง

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่ฝ่ายแนวคิดสายกลางจะฉลองชัยชนะ

มาร์ติน เควนเซส ของกองทุนเยอรมันมาร์แชลในสหรัฐอเมริกาเตือนว่า มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 1 ใน 3 ที่สนับสนุน มารีน เลอเปน และฝ่ายขวาจัดจะยังคงเป็นขั้วอำนาจทางการเมืองหลักในการต่อต้านประธานาธิบดีฝรั่งเศส

เช่นเดียวกับ ซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีที่เตือนว่า มาครงต้องประสบความสำเร็จ เนื่องจากหากเขาล้มเหลว มารีน เลอเปน มีแนวโน้มที่จะได้เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้วิรัตน์ แสงทองคำ : ทุนลดาวัลย์ กับสยามไบโอไซเอนซ์ (1)
บทความถัดไปจัตวา กลิ่นสุนทร : ชาว “จันทบุรี” (ไม่)ยินดีต้อนรับ?