ศาลปกครองสูงสุดทำคำพิพากษาพธม.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ตร.-สำนักนายกฯ ชี้ไม่จำเป็นแนวทางเดียวคดีอาญา

โฆษกศาลปกครอง ระบุคดีพธม.ฟ้องเรียกค่าเสียหาย สตช.-สำนักนายกฯอยู่ระหว่าง การทำคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดหลังศาลปกครองกลางสั่งจ่ายเยียวยา ชี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเเนวทางเดียวกับคำพิพากษาในส่วนคดีอาญา เเต่ไม่ปฎิเสธต้องนำคำพิพากษาศาลฎีกามาพิจารณาด้วย

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายสมชาย งามวงศ์ชน โฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงประเด็นคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.ในคดีสลายชุมนุมพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย 7ตุลาคม 2551จะกระทบคดีที่กลุ่มผู้เสียหาย โดยนายชิงชัย หรือตี๋อุดมเจริญกิจ ผู้ฟ้องคดีที่2ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บพิการจากการสลายกับชุมนุมกับผู้เสียหายรวม 250 ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจากการทำละเมิดว่า เดิมทีนายชิงชัยซึ่งเป็นผู้เสียหายกับพวกรวม200กว่าคน ได้ยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ(ตร.) โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้จำนวนเงินเเก่ผู้เสียหาย เเตกต่างกันตามพฤติการณ์ตั้งเเต่หลักพันถึงหลักล้านบาท เเต่ต่อมาสำนักนายกฯเเละตร.ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้มีการพิจารณาไต่สวนพยานในคดีขององค์คณะศาลปกครองสูงสุดเสร็จสิ้นเเล้ว ก่อนที่ศาลฎีกาฯนักการเมืองจะมีคำพิพากษาในคดีอาญา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทำคำพิพากษาอยู่

เมื่อถามว่าองค์คณะในศาลปกครองจะนำเอาคำพิพากษาของศาลฎีกามาประกอบการพิจารณาด้วยหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า เมื่อมีคำพิพากษาของศาลฎีกาองค์คณะย่อมต้องมีการนำคำพิพากษามาดู เเต่จะมีผลในการพิจารณาทำคำพิพากษาหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์คณะของศาลปกครองสูงสุดพิจารณา ที่ผ่านมาก็เคยมีหลายคดีที่มีคำพิพากษาในส่วนของการรับผิดทางเเพ่งกับคดีอาญา ที่เป็นคนละเเนวทางกัน พยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวนก็คนอย่างกัน ทั้งนี้องค์คณะก็จะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ส่วนผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรก็สุดเเล้วเเต่พฤติการณ์

เมื่อถามต่อว่าจะสามารถหยิบยกคำพิพากษามาไต่สวนพยานคู่ความทั้งสองเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่าคงไม่มีการพิจารณาไต่สวนพยานคดีเพิ่มเเล้ว เเต่องค์คณะก็คงจะหยิบยกคำพิพากษาศาลฎีกาฯนักการเมืองมาประกอบ เเต่จะมีผลต่อการทำคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดหรือไม่นั้นต้องดูในรายละเอียดขึ้นอยู่กับการพิจารณาขององค์คณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1569/2552 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดี เมื่อวันที่5ตุลาคม 2555ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักนายกรัฐมนตรี จ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ร้องเป็นเงินกว่า 32 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าการสลายการชุมนุมดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตามหลักสากล

บทความก่อนหน้านี้“วิษณุ” เผย “ป.ป.ช.”สามารถอุทธรณ์ คดีสลายพธม.ได้ใน30วัน
บทความถัดไปคำตัดสินศาลฎีกา ยกฟ้อง‘สมชาย-จิ๋ว-2บิ๊กตร.’ ‘ไม่มีเจตนาให้สูญเสีย’