เครือข่ายนักวิชาการโต้ ถือป้าย ‘เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร’ รธน.ไม่ได้ห้าม-ขอให้รัฐบาลเคารพเสรีภาพการแสดงออก

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง “เสรีภาพทางวิชาการและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน” กรณีที่มีการลงข่าวในเว็บไซต์มติชนโดยมีเนื้อหาเป็นโทรสารในราชการกรมการปกครองพาดพิงกิจกรรมของเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ในลักษณะที่คลาดเคลื่อนหลายประการ คนส. จึงขอชี้แจงและแสดงจุดยืนดังนี้

1. กรณีการถือป้ายที่มีข้อความว่า “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” แล้วสื่อต่าง ๆ ถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่ในครั้งนี้ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ราชการตีความและกล่าวหาว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านทหารและการทำรัฐประหาร รวมทั้งเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออก อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏข้อบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญที่ห้ามการกระทำดังกล่าวมานั้นเลย

2. การที่เอกสารราชการกล่าวหา ผศ. ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ว่ามีส่วนในกิจกรรมการชูป้ายที่มีข้อความข้างต้นในวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 เวลา 15.00 น. นั้น เป็นเท็จ เนื่องจาก ผศ. ดร.ประจักษ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามวันและเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ ก็เป็นที่ทราบกันอย่างเปิดเผยผ่านสื่อสาธารณะอยู่แล้วว่า คนส. ได้ดำเนินกิจกรรมเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงคัดค้านรัฐประหารในวาระโอกาสต่างๆ เป็นปกติจริง มิได้เป็นการฉวยโอกาสอย่างไร้เกียรติตามที่เอกสารราชการฉบับนี้กล่าวหาแต่อย่างใด

3. คนส. ขอยืนยันว่าการเคลื่อนไหวอย่างสันติวิธีเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกหมู่เหล่ารวมทั้งนักวิชาการ การอ่านแถลงการณ์พร้อมรายชื่อแนบท้ายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ในการประชุมนานาชาติไทยศึกษาครั้งที่ 13 ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ เป็นการยืนยันในหลักการดังกล่าวและแสดงออกซึ่งความห่วงใยของชุมชนนักวิชาการด้านไทยศึกษาทั้งที่เป็นชาวไทยและนานาชาติที่ต้องการให้รัฐบาลเคารพเสรีภาพทางวิชาการ การแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของประชาชน รวมถึงการคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม และการปฏิรูปสถาบันต่าง ๆ ในสังคมไทย อันเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและสิ่งที่รัฐบาลแสดงความจำนงว่าจะดำเนินการ

รัฐบาลจึงสมควรมองผู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างสุจริตด้วยท่าทีที่เข้าอกเข้าใจและเป็นมิตร ไม่นำเอาข้อกล่าวหาในเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนความล่าช้าในการคืนประชาธิปไตยให้กับสังคมไทยอีกต่อไป และหากมีการเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมข้างต้น คนส. ก็พร้อมจะร่วมไปชี้แจงให้รัฐบาลได้ตระหนักในหลักการดังกล่าวนี้

ด้วยความเชื่อมั่นในสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง
19 กรกฎาคม 2560

บทความก่อนหน้านี้นาวาอากาศเอก ผดุง โกมุทฉาย หัวหน้ากองการศึกษา โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ และนักเรียนจ่าอากาศ จำนวน ๒๐๕ คน ทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนในโครงการ “นักเรียนจ่าอากาศห่วงใย ปันน้ำใจสู่น้องบ้านกุ่ม”
บทความถัดไปดิจิตอลมิเตอร์ EasyLogic™ PM2000 series ช่วยจัดการระบบไฟฟ้าให้ง่ายขึ้น ในราคาสมเหตุสมผล