สื่อนอกตีข่าววิเคราะห์ โควิด-19 ระบาดไทย 3 ครั้ง เพราะเชื้อติดคนรวยแต่ซวยคนจน

วันที่ 5 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ได้นำเสนอข่าวเชิงวิเคราะห์สาเหตุการแพร่ระบาดครั้งสำคัญในประเทศไทย โดยระบุว่า เป็นเพราะบรรดาอภิสิทธิ์ชน หรือ “ผู้ใหญ่” ในสังคมไทย ที่มีอิทธิพลเส้นสาย หละหลวมและไม่ได้ใส่ใจกับการป้องกันการแพร่ระบาด จนกระทั่งเกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อที่เริ่มมาจากกลุ่มวีไอพี ที่สันทนาการในสถานบันเทิงหรือจัดกิจกรรมที่แออัดไปด้วยผู้คน จนส่งผลกระทบร้ายแรงในวงกว้างไปทั้งประเทศ

ขณะที่กลุ่มวีไอพี กำลังสังสรรค์ในสถานบันเทิง ประชาชนคนธรรมดาก็กำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อจะมีชีวิตรอดจากผลของการระบาด ประชาชนกระเสือกกระสนทำมาหากินไปพร้อมกับการป้องกันตนเองเท่าที่จะมีกำลังทรัพย์ รวมถึงไขว่คว้าการฉีดวัคซีนอย่างไม่มีทางเลือก และไม่มีช่องทางพิเศษในการรักษาพยาบาลเฉกเช่น กลุ่มวีไอพี จนทำให้เกิดการเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำอย่างยิ่งในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ระบุว่า ลูกค้ากลุ่ม “วีวีไอพี” เดินลงจาก รถลีมูซีน ไปที่ คริสตัล คลับหรูสุดพิเศษ ซึ่งคลับดังกล่าว ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ คลับดังกล่าวเต็มไปด้วย หญิงสาวสวย และอบายมุขต่าง ๆ โดย กลุ่มลูกค้า วีวีไอพี มีห้องสังสรรค์พิเศษของตนเอง ที่ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการ โดยเป็นห้องเฉพาะของ นายพลทหารระดับสูง รวมถึงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่ใส่ใจต่อการระบาด ทำให้แม้แต่การระบาดที่คร่าชีวิตคนไปมากมาย ก็ไม่สามารถจะหยุดความสนุกและความต้องการสังสรรค์ของเหล่าผู้ใหญ่เส้นใหญ่ในสังคมเหล่านี้ได้ จนกระทั่งเกิดเป็นคลัสเตอร์การติดเชื้อที่ใหญ่ที่สุด ทว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมนตรีคนหนึ่งกลับอ้างว่า ตนเองติดเชื้อจากผู้ช่วยของเขาที่ไปใช้บริการที่ คริสตัล แต่ตนเองไม่ได้ติดเชื้อเพราะไปที่คลับดังกล่าว

ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่เคร่งครัดในการสวมหน้ากากอนามัยอย่างยิ่ง และอดทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในช่วงการล็อกดาวน์ แต่กลับมีชนชั้นที่มีสิทธิพิเศษ ซึ่งเป็นคนจำนวนหนึ่งในสังคมไทย กลับเป็นตัวเร่งให้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องรับบทลงโทษใด ๆ ทั้งสิ้น กระบวนการสืบหาความจริงจากการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ มักจะเป็นอัมพาตเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้มีเส้นสายในสังคมไทย หรือกล่าวคือ ได้รับอภิสิทธิ์ในการปกป้องการกระทำผิด ขณะที่ผู้จัดการคลับดังกล่าว ได้รับโทษจำคุก 2 เดือนจากข้อหาละเมิดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม

“คนรวยสังสรรค์ แต่คนจนต้องรับผลจากการกระทำของคนรวยด้วยความทุกข์ทรมาน” นาย สิทธิชาติ อังคะสิทธิศิริ ประธานชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นย่านชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก กล่าว

ก่อนหน้าเดือนพฤศจิกายน 2563 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมเพียงประมาณ 5,000 คน แต่ปัจจุบัน กลับมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวัน มากกว่า 5,000 คน โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมปัจจุบันมากกว่า 175,000 คนแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกเคยยกย่องประเทศไทยในด้านความสามารถในการต่อสู้รับมือกับไวรัสโควิด-19

ขณะที่ ประเทศตะวันตกจำนวนมากกำลังเดินเข้าใกล้สภาวะปกติ แต่ประเทศไทยกลับกำลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับ ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังไม่มีวัคซีนที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยกำลังพึ่งพาการผลิตวัคซีน แอสตราเซนเนกา ซึ่งเป็นการผลิตในประเทศ แม้ว่าบริษัทดังกล่าวไม่เคยผลิตวัคซีนมาก่อนก็ตาม

สยามไบโอไซเอนซ์

“ผู้ใหญ่” เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มวีไอพีของไทย สามารถจองทัวร์วัคซีนเพื่อรับวัคซีนในต่างประเทศในราคาสูง และทัวร์เหล่านี้ ถูกกลุ่มวีไอพีจองที่นั่งจนเต็มไปถึงเดือนกรกฎาคม แต่คนยากจนนั้นต่อสู่กับการติดเชื้ออย่างน่าเวทนา หลายคนต้องรอใช้เตียงกระดาษในโรงพยาบาลสนาม ที่ทางราชการที่จัดตั้งขึ้นในสนามกีฬาหรือพื้นที่อื่นๆ ขณะที่คนรวยที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถพักฟื้นในโรงแรมที่มีราคาแพงได้

พนักงานหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อส่งเงินไปให้ครอบครัวที่ทำอาชีพเกษตรกรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กล่าวว่า “สังคมมีความไม่เท่าเทียมกันอย่างมาก” เธอระบุว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน พี่สาวของเธอกำลังรอตรวจโควิด-19 แต่ได้รับการตรวจในวันที่ 1 พฤษภาคม และเสียชีวิตใน 5 วันถัดมา รวมถึงแฟนของพี่สาวของเธอ ก็ติดเชื้อเช่นเดียวกัน “ประชาชนกำลังตายเหมือนใบไม้ร่วง” เธอกล่าว

การระบาดทั้งสามระลอกสำคัญของประเทศไทย ได้เปิดเผยให้เห็นถึง พื้นที่มืด ของธุรกิจที่น่าสงสัย ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มวีไอพีและเครือข่ายนักการเมืองของรัฐบาลไทย และมีอภิสิทธิ์ในการละเว้นต่อมาตรการการระบาด เช่น การระบาดระลอกแรก เกิดจากคลัสเตอร์สนามมวย และ สนามม้า ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ กองทัพไทย ที่มีรายได้จากการพนันการแข่งขันมวย และระลอกถัดมา เป็นคลัสเตอร์ตลาดกุ้ง ซึ่งเป็นที่สงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำแรงงานต่างชาติเข้ามา โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ และระลอกล่าสุด เป็นคลัสเตอร์สถานบันเทิงคริสตัล ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มวีไอพี กองทัพ และนักการเมือง รวมถึงคลัสเตอร์เรือนจำ ที่เกิดจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ

“ในวัฒนธรรมไทย เราสามารถยิ้มและโกหกได้ในเวลาเดียวกัน” นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นักรณรงค์ต่อต้านการทุจริตและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “บางทีการอยู่รอดในสนามการเมืองก็ยังถือเป็นเรื่องที่อดทน แต่เมื่อเป็นโควิด การกระทำเหล่านี้มันอันตรายเกินไป” ก่อนที่เขาจะเข้าสู่เส้นทางการเมือง นาย ชูวิทย์ สร้างรายได้มหาศาลจากร้านอาบอบนวดในกรุงเทพฯ เขาระบุว่า “คริสตัลเปรียบเสมือนทำเนียบรัฐบาลอีกแห่ง เพราะเป็นที่นิยมในหมู่คนเหล่านั้น”

มติชน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เคยก่อรัฐประหารเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้กล่าวเตือนว่า หากใครก็ตามที่เรียก “คริสตัล” เป็นสำนักงานสำรองในทำเนียบรัฐบาล พวกเขาอาจถูกดำเนินการทางกฎหมาย

ไม่มีใครทราบว่า การแพร่ระบาด แทรกซึมเข้าไปในชุมชนคลองเตยได้อย่างไร แต่มีชายคนหนึ่งระบุว่า เขาได้พบกับเพื่อนที่เข้าไปในสถานบันเทิงในย่านเดียวกับคริสตัลคลับ และเขาเริ่มรู้สึกไม่สบาย ชายคนดังกล่าว ต้องกักตัวอยู่ในรถของเขา เพราะเขาไม่มีที่ไปอีกแล้ว เขาระบุว่า บ้านของเขามีขนาดเล็กเกินไป เขาไม่มีพื้นที่ พร้อมระบุว่า การกักตัวสำหรับคนจนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย มีแต่คนรวยเท่านั้นที่ มีกำลังทรัพย์จะกักตัวได้ ทั้งนี้ชุมชนคลองเตยยังคงเปิดรับบริจาคอาหาร และเครื่องใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนในชุมชนได้อยู่รอด

ทั้งนี้ แรงงานในชุมชนคลองเตย เป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของกรุงเทพฯ แรงงานในชุมชนแห่งนี้ ทำงานในอุตสาหกรรมภาคบริการ และทำงานส่งพัสดุ ขณะที่บ้านของแรงงานเหล่านี้ ปลูกสร้างจากวัสดุที่ไม่คงทนนัก แต่อยู่ติดกันอย่างแออัดเบียดเสียด แต่จากการระบาด ทำให้อัตราการว่างงานสูงขึ้น ส่งผลให้คนในชุมชนคลองเตย กลายเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สามารถได้รับวัคซีนก่อน แต่เพื่อความอยู่รอด บางครอบครัวในชุมชนคลองเตย ได้ขายบัตรลงทะเบียนวัคซีนในราคาสูงให้แก่ประชาชนที่มีกำลังทรัพย์ เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้ในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดต่อไป

ปัจจุบัน ประเทศได้ยังไม่ได้เข้าสู่การฉีดวัคซีนอย่างเต็มรูปแบบ มีประชากรต่ำกว่า ร้อยละ 2 ที่ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว มีชาวกรุงเทพฯที่ร่ำรวยจำนวนหนึ่ง โอ้อวด ผ่านโซเชียลมีเดีย ว่าตนเอง ซื้อบัตรฉีดวัคซีนมาจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย ด้านนางมาเรียม ป้อมดี ประธานชุมชนใหม่คลองเตย ระบุว่า “คนรวยที่มีอภิสิทธิ์อยู่แล้วกำลังเหยียบย่ำคนจน พวกเขาเชื่อว่าเงินของพวกเขาสามารถซื้ออะไรก็ได้”

บทความก่อนหน้านี้‘วิรัช’ ตีมึน! ถามงบลับอยู่ตรงไหน ยันพรรครัฐบาลโหวตผ่าน พรก.กู้เงิน 5 แสนล้าน
บทความถัดไปผู้บริโภคโวย เงื่อนไขใช้แอพ ‘เป๋าตัง’ ต้องยินยอมให้ข้อมูลบริษัทพันธมิตร