ผบ.ทบ. สั่งใช้มาตรการสูงสุด สกัดแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมืองทุกช่องทาง

ผบ.ทบ. สั่งใช้มาตรการสูงสุด ป้องกันแรงงานต่างด้าวลอบเข้าเมืองทุกช่องทาง ควบคู่กลไก กอ.รมน. ตรวจสอบพื้นที่ตอนใน พร้อมสั่งเร่งเดินหน้า Army delivery ดูแลประชาชน

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการที่กองกำลังชายแดน กองทัพบก (กกล.ทบ.) ได้เฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดนเพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายและป้องกันโรค ในห้วงที่ผ่านมาปรากฏมีความพยายามลักลอบเข้าไทยโดยผิดกฎหมายไม่ผ่านการคัดกรอง ซึ่งกองกำลังชายแดนตรวจสกัดจับได้อย่างต่อเนื่อง

พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวต่อว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กล่าวผ่านการประชุมด้วยระบบออนไลน์กับหน่วยทหารทั่วประเทศในวันนี้ (11 พ.ค. 64) ชมเชยในผลการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังชายแดนในเรื่องดังกล่าว พร้อมกำชับให้เฝ้าระวัง ตรวจสอบและควบคุมชายแดนในทุกช่องทาง ใช้มาตรการสูงสุดในการดำเนินการ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวใช้เป็นเส้นทางในการลักลอบมาเพื่อหางานทำในไทย

โดยมีพื้นที่เพ่งเล็ง อาทิ ชายแดน จ.เชียงราย, จ.ตาก, จ.กาญจนบุรี, จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.สระแก้ว, จ.สงขลา และ จ.ระนอง รวมถึงกำชับให้ใช้กลไกกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในจังหวัดบูรณาการสกัดกั้นคัดกรองตามเส้นทางสู่พื้นที่ตอนในอีกระดับหนึ่ง ด้วยมาตรการการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัดให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย ให้ทุกส่วนร่วมมือกันเข้มงวดในมาตรการยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีแรงงานต่างด้าวเล็ดลอดเข้ามาได้

ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 7-10 พ.ค. กกล.ป้องกันชายแดน ได้ตรวจพบและจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวม 198 คน แยกเป็น สัญชาติเมียนมา 155 คน, สัญชาติกัมพูชา 5 คน, สัญชาติอินโดนีเซีย 1 คน, สัญชาติลาว 16 คน, สัญชาติไทย 16 คน, ผู้นําพาชาวไทย 5 คน

พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมในวันนี้ ผบ.ทบ. กล่าวถึงการดำรงการช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยเฉพาะการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรค และช่วยลดภาระของประชาชน จำเป็นต้องกระจายการแจกจ่ายให้ครอบคลุมมากที่สุด ควบคู่ไปกับการช่วยดำรงชีวิตประจำวันในรูปแบบ Army delivery, การจัดรถปันสุขไปมอบอาหาร เครื่องอุปโภค-บริโภคในชุมชน ล่าสุดได้นำรถครัวสนามไปปรุงอาหารมอบให้ประชาชนในชุมชนคลองเตย ช่วง 8-11 พ.ค. 64 ตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี

ส่วนการอนุเคราะห์ฌาปนสถานของกองทัพบก เพื่อจัดพิธีศพให้กับผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพื่อบรรเทาทุกข์และลดภาระของครอบครัว ซึ่งขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 22 ราย ทั้งใน กทม. และนครราชสีมา โดยมอบให้กรมสวัสดิการทหารบกพิจารณาจัดเตรียมความพร้อมในการประกอบพิธีฌาปนกิจตามมาตรฐานสาธารณสุข และการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับจำนวนผู้เสียชีวิต

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ปฏิกิริยา ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา องค์รวม ความขัดแย้ง อันต่อเนื่อง
บทความถัดไปโฆษกกลาโหม โต้ข่าวมหาอำนาจใช้ไทยเป็นฐานยิงขีปนาวุธ ซัด ‘จตุพร’ ทำตื่นตระหนก