อัดให้เกิน! เจ้าหน้าที่พลาด ฉีดวัคซีนไฟเซอร์รวดเดียว 6 โดส ให้แพทย์ฝึกหัดในอิตาลี

หญิงสาวอิตาลีวัย 23 คนหนึ่งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ทีเดียว 6 โดส ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ล่าสุดแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

วันที่ 11 พฤษภาคม ซีเอ็นเอ็น ได้รายงานว่าหญิงสาววัย 23 ปีชาวอิตาลีรายหนึ่ง ได้รับวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ จำนวน 6 โดส โดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้หลังได้รับการตรวจติดตามอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น

หญิงสาวรายนี้ได้รับวัคซีนที่โรงพยาบาลโนอา ในทัสคานีทางตอนกลางของอิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้าน ดาเนียลลา จีอาเนลลี โฆษกของโรงพยาบาลกล่าวว่า ผู้ป่วยหญิงรายนี้มีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีอาการใด ๆ หลังอยู่ในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในที่สุด

ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ฉีดวัคซีนจากขวดแก้วบรรจุวัคซีนเข้าไปทั้งขวด ซึ่งเป็นปริมาณเท่ากับ 6 โดส ก่อนจะตระหนักไดถึงความผิดพลาดของตนเองไม่นานหลังจากที่ฉีดวัคซีนให้หญิงสาวเสร็จ “เธอเห็นเข็มฉีดยาที่ว่างเปล่าห้าอันและตระหนักถึงความผิดพลาดของเธอ” จีอาเนลลีกล่าว

โดยมีการศึกษาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการทดสอบการให้วัคซีนไฟเซอร์เกินขนาดพบว่าจะจำกัดให้วัคซีนได้ไม่เกิน 4 โดสต่อการฉีดหนึ่งครั้ง กรณีนี้แพทย์จึงให้ยาพาราเซตามอลและให้คนไข้นอนรอดูอาการที่โรงพยาบาล ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้ถูกรายงานไปยังผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านยารักษาโรคของอิตาลีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมานั้นเคยมีรายงานการให้วัคซีนไฟเซอร์เกินขนาดมาก่อนแล้วในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี และ อิสราเอล

ก่อนหน้านี้มีรายงานการใช้วัคซีนไฟเซอร์เกินขนาดในสหรัฐอเมริกาออสเตรเลียเยอรมนีและอิสราเอล

อย่างไรก็ตามแพทย์จะติดตามการตอบสนองของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยหลังจากได้รับวัคซีนปริมาณมากต่อไป และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้มีการสอบสวนภายในแล้ว “นี่อาจเป็นเพียงความผิดพลาดของมนุษย์ ซึ่งไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นอย่างแน่นอน” และโฆษกหญิงกล่าวเสริมว่าผู้ป่วยหญิงรายนี้อยู่ในกลุ่มผู้มีสิทธิได้รับวัคซีนก่อนคนอื่น ๆ ในกลุ่มอายุของเธอ เนื่องจากเธอเป็นแพทย์ฝึกหัดในแผนกจิตวิทยาของโรงพยาบาลเธอ

เนื่องจากเมื่อต้นเดือนเมษายนรัฐบาลอิตาลีได้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพและร้านขายยาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ผู้ป่วยและผู้ที่มีความเสี่ยงนั่นเอง และสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีนจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ใหม่แทน

บทความก่อนหน้านี้เหมือนตายทั้งเป็น! “ยูเนี่ยน มอลล์” ขอปิดชั่วคราว 13-27 พ.ค.นี้ สู้พิษโควิดไม่ไหว
บทความถัดไป‘หอการค้าไทย’ ชี้ดัชนีความเชื่อมั่น ต่ำสุดในรอบ 39 เดือน คาดเดือนหน้าจะต่ำลงอีก