“หมอชลน่าน” กางผัง แฉเครือข่ายลักลอบขนแรงงานเถื่อน-กาสิโน ปูดมีวางระบบรับส่วย โยง “บิ๊ก ป.”

“หมอชลน่าน” พรรคเพื่อไทย กางผัง แฉเครือข่ายลักลอบนำเข้า แรงงานเถื่อน-กาสิโน ปูด มีการวางระบบรับส่วย กันอย่างเป็นระบบ โยง “บิ๊ก ป.”

วันนี้ (17 ก.พ.) ที่รัฐสภา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อเวลา 15.40 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ส่วนแรกคือความล้มเหลวในการบริการราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตนไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า ศบค. ให้บริหาราชการแผ่นดินต่อไป เพราะสิ่งที่ปรากฎตอสายของทุกคนคือ ผู้สูงอายุที่ไร้สมาร์ทโฟนถูกย่ำยีศักดิ์ศรีเพียงต้องการขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลเพียง 7,000 บาท

ฐานจิต วิธีคิดของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเหตุที่ทำให้เกิดความล้มเหลวแล้วส่งผลกระทบต่อประชาชน ท่านเป็นโรค เอ็นพีดี หรือ โรคหลงตัวเอง ซึ่งโรคนี้มีอาการอยู่ที่ 17 อย่าง เช่น ไม่ยอมรับความผิดของตนเอง และมักโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น ความล้มเหลวที่สุดในการจัดการสถานการณ์โควิดคือการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่บริหารเหมือนกับไม่ฉุกเฉิน

ท่านเอาคนที่เกี่ยวกับความมั่นคงมานั่งเป็นหลักใน ศบค.ชุดเล็ก ภาพเลยออกมาอย่างที่เราเห็น คือการตัดสินใจผิดพลาด ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ท่านเอาทหารมารักษาโรค ซึ่งตนไม่ได้รังเกียจทหาร แต่ท่านต้องใช้คนให้ถูกกับงาน มีการรับส่วนจนทำให้เกิดการระบาดระรอกใหม่ ปล่อยปะละเลยให้มีการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้ามา

มีการจัดระบบเพื่อประมูลส่วยตั้งแต่ ปี 57 หรือหลังรัฐประหารเป็นต้นมา โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังมีการออกพ.ร.ก.เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย เช่น มาตรา 14 ของ พ.ร.บ.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าวปี 60 ที่เป็นเหตุให้มีการเอาแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน และเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระรอกใหม่

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ขบวนการนี้ บิ๊กป. โดย ป.2 ปี 57 วางระบบเก็บส่วย ป.1 รวบอำนาจและรับส่วนต่อ โดยมี บิ๊ก ป.4 รุ่น 36 พ.ต.อ. รุ่น 42 ดาบ จ. 11/1 (ซึ่งตนขอเรียกว่าดาบ จ. 120 ล้าน) นาย ย. 11/2 นาย จ. 11/3 เจ๊ อ. 11/4 และเสี่ย อ. 11/5 กทม. ร่วมขบวนการ ซึ่งตนเรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่ม 11 มีพื้นที่เป้าหมายผ่านเข้ามาที่จังหวัดตาก เข้ามากรุงเทพฯ มาสมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

คาดการณ์ว่า มีแรงงานเถือนเข้ามากว่า 2 ล้านคน ดังนั้น จำนวนผู้ติดเชื้อที่เป็นแรงงานข้ามชาติ กับจำนวนแรงงานที่เข้ามาไม่ไปด้วยกัน หากท่านปูพรหมตรวจต้องเจอจำนวนมาก แต่ท่านก็ปิดบังตัวเลขผู้ติดเชื้อเพราะกลัวถูกวอพากษ์วิจารณ์ ท่านบริหารราชการแบบอาศัยความกลัว กลัวจะถูวิพากษ์วิจารณ์ว่าบริหารสถานการณ์ล้มเหลว กลายเป็นการสร้างความกลัว และความไม่ไว้วางใจให้ประชาชนไปด้วย

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ต่อมาคือกลุ่มส่วยคนจีนทำคาสิโน แและคอลเซ็นเตอร์ มี ป.2 วางระบบเก็บส่วน ส่งต่อถึง ป.1 ที่เป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล พ.ต.อ. ส.5 รุ่น 42 เป็นคนวางระบบส่วนคนแรง คนนี้เป็นสายตรง บิ๊ก ป.รุ่น 36 และมีหมวด ม.12/1 เป็นหัวหน้าทีม มี ด.ต.พ. 12/2 นายป. 12/3 นาย ผ. 12/4 นายบ. 12/5 สท.ท. 12/6 นาง ป. 12/7 และ นายป. 12/8 ร่วมขบวนการ ซึ่งกลุ่มนี้ตนเรียกว่า กลุ่ม 12 ส่งส่วยขึ้นไปให้ ป.2 และป.1 แต่ละคนตนจำเป็นต้องปิดหน้า และใส่ตัวย่อไว้เพราะเป็นการกล่าวหา

แต่ยืนยันว่ามีหลักฐานทั้งหมด ทั้งหมดนี้ ป.1 ป.2 ป.4 ปฏิเสธได้หรือไม่ หลักฐานมันฟ้อง เวลามีคดี เวลาจับกุมคุมขังได้ คดีเงียบหายหมด หากไม่มีการรู้เห็นเป็นใจดคีจะเงียบหายได้อย่างไร ทั้งนี้ นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงกับตน เพราะท่านปล่อยปะละเลย ไร้ความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง แม้ตนจะปิดชื่อไว้ แต่ในข้อกล่าวหาตนกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ที่กำกับดูแล และเข้าไปเกี่ยวข้องนกระบวนการนี้อย่างชัดเจน คนเข้ารู้กันหมดในเรื่องที่เกิดขึ้น มันทั้งคาตา และคาใจ

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนไม่ไว้วางใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป เพราะตนกล่าวหาท่านทั้ง 3 ไม่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อหานี้ร้ายแรง ถือเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และที่ผ่านมาเคยมีการร้องศาลฎีกาให้คนที่ฝ่าฝืนหลุดออกจากตำแหน่งมาแล้ว นี่ไม่รวมถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง

ซึ่งพวกตนจะดำเนินการกับพวกท่านด้วย เพราะท่านมีลักษณะต้องห้าม ไม่ควรดำรงตำแหน่งอีกต่อไป นอกจากนี้ ระบอบประยุทธ์ตัดตอนประชาธิปไตย ยึดครองประเทศแบบเบ็ดเสร็จโดยขบวนการ 3 ป. ยึดอำนาจ เขียนรัฐธรรมนูญที่วางโครงสร้างการสืบทอดอำนาจ จากนั้น จัดการเลือกตั้งให้สมจริง แล้วใช้กลไกที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญทำให้ตนเอง และพกพ้องได้เข้ามามากที่สุด ตัดตอนพรรคการเมืองคู่แข่งให้ได้มากที่สุด แล้วใช้อำนาจ กระจายอำนาจไปในโครงข่ายต่างๆ

กระจายขุมกำลัง 3 ป. แล้วปกครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แบ่งหน้าที่กันทำ ร่วมกันคิดยึดครองประเทศ ผ่านองค์กรอิสระ ผ่านส.ว. ผ่านพรรคการเมืองในสภา ผ่านองคาพยพส่วนราชการทั่วประเทศ ประเทศนี้อยู่ภายใต้ 3 ป. พยายามแก้รัฐธรรมนูญ แต่ก็ถูกขัดขวางอย่างที่เห็น เราพยายามตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร พยายามยื่นกระทู้ถามในสภา ท่านมีบันทึกหรือไม่ว่าตั้งแต่มีสภามา พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะนายกฯเคยมาตอบกี่ครั้ง บอกเลยว่าศูนย์ครั้ง

“การอภิปรายครั้งที่ผ่านมาพวกเราถูกพรรคร่วมฝ่ายค้านประณาม ซึ่งต้องกราบขอโทษเขา เพราะพวกเขาเข้าใจว่า เวลาที่เหลือสามารถขออภิปรายต่อได้ แต่พวกเราไปกราบอ้อนวอนขอเวลา 4 ชั่วโมงสุดท้ายที่เหลือ นายกฯ กลับบอกว่า จะเปิดสภาฯให้ฝ่ายค้านมาด่าตัวเองอีกทำไม ผมจำไว้ในหัวใจเลย พี่น้องประชาชนจึงเรียกพวกท่านว่า ปลวกไง ซึ่งปลวกในที่นี้คือ การกัดกินประชาธิปไตย

ผมขอชวนให้ทุกคนมาลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีที่ผมได้กล่าวไปแล้ว เพราะนี่คือวิธีที่สวยงามที่สุดในระบอบประชาธิปไตย สงสารประชาชนเถิด พล.อ.ประยุทธ์ ท่านสร้างภาพ ไร้ความจริงใจ น่าจะหมดเวลาของท่านแล้ว คืนเวลามาให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เห็นแก่ลูกหลานในอนาคต อย่าทำร้ายประเทศชาติต่อไปอีกเลย” นพ.ชลน่าน กล่าว

บทความก่อนหน้านี้หมอ-พยาบาล อาสา แถลงข้อเท็จจริงม็อบ13 ก.พ.ยันไม่ฝักใฝ่การเมือง เตรียมแจ้งความเอาผิด ตร.
บทความถัดไปสุรเชษฐ์ แฉกระบวนการ 3 ป. “ปั้นตัวเลข-ปั่นโครงการ-ปันผลประโยชน์” หากินกับรถไฟฟ้า