คาดพิษโควิดทำ 1.37 แสนคน เข้าบัตรทอง สปสช.จัด 366 ล้าน รับกลุ่มว่างงาน

วันที่ 26 มกราคม 2564 นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อประชาชนในด้านสุขภาพและการเข้าถึงการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทางสังคม โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่หยุดชะงักทำให้มีประชาชนจำนวนหนึ่งต้องกลายเป็นผู้ว่างงาน ซึ่งส่วนหนึ่งไม่สามารถส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมได้ต่อเนื่อง และจะถูกย้ายเข้ามาสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แสดงความเป็นห่วงต่อผลกระทบดังกล่าว และเพื่อรับมือกับปัญหานี้ ที่ผ่านมา สปสช.ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์เหตุการณ์ดังกล่าว และได้ประเมินจำนวนประชากรว่างงานที่จะย้ายเข้าสู่ระบบบัตรทอง

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า จากข้อมูลฐานทะเบียนผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช. ในปี 2563 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง กันยายน 2563 มีจำนวนประชากรผู้มีสิทธิบัตรทองเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14,700 คนต่อเดือน สอดคล้องกับข้อมูลผู้ประกันตนที่มีจำนวนยอดผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 ลดลง ทำให้ สปสช. คาดการณ์ว่าในปี 2564 นี้ กองทุนบัตรทองจะมีประชากรเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นจำนวน 176,400 คน อย่างไรก็ตามจะมีประชากรบางส่วนกลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานและเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้จึงคาดว่าในปี 2564 จะมีประชากรที่เข้ามาเป็นสิทธิบัตรทองเพิ่มจำนวน 137,000 คน และจำเป็นต้องมีงบประมาณเพิ่มเติมเนื่องจากยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณตอนต้นปี

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ในการจัดทำแผนเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อเป็นการดูแลประชากรที่เข้าสู่ระบบบัตรทอง และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานระบบบัตรทองในภาพรวมปกติ ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่ผ่านมา ในวาระพิจารณางบประมาณที่ได้รับตาม พ.ร.ก.กู้เงินฯ (พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563) สำหรับบริการกรณีโควิด-19 และรายการอื่นที่เกี่ยวข้องกรณีโควิด-19 บอร์ด สปสช. เห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมที่รัฐบาลอนุมัติให้ภายใต้ พรก.กู้เงินฯ เพื่อจ่ายเป็นค่าจัดบริการตามสิทธิประโยชน์บัตรทอง เพื่อรองรับประชากรที่จะเข้าสู่กองทุนบัตรทองอีกจำนวน 137,000 คน เป็นจำนวน 366 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มเติมจากงบเหมาจ่ายกองทุนบัตรทอง ปี 2564 ที่จัดสรรไปก่อนหน้านี้แล้ว

“ภายใต้นโยบายภาครัฐ ได้ให้การคุ้มครองการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุข ผ่าน 3 กองทุนสุขภาพหลัก ได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนสวัสดิการข้าราชการ และกองทุนบัตรทอง ที่เป็นระบบใหญ่ของประเทศและดูแลประชาชนมากที่สุดกว่า 47 ล้านคน ซึ่งผู้มีสิทธิทั้ง 3 กองทุนนี้ ปกติจะมีการไหลเข้าไหลออกตามสถานภาพ โดยเฉพาะกองทุนประกันสังคมในกรณีผู้ที่ว่างงาน และไม่ได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 จะได้รับสิทธิกองทุนบัตรทอง ช่วยให้ผู้ที่เจ็บป่วยเข้าถึงการรักษาพยาบาลต่อเนื่อง เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

บทความก่อนหน้านี้“เทพไท” วอน ส.ส.โหวตผ่านกม.ปลดล็อกพืชกระท่อม ย้ำ ปชช.รอมา 60 ปี
บทความถัดไปทางแพร่ง นปช. ‘ธิดา’ ปฏิวัติ ‘จตุพร’ ถึงเวลา ‘รีแบรนด์คนเสื้อแดง’? / เปลี่ยนผ่าน