อดีตแกนนำ น.ศ.ใต้ ชื่นชมเด็กรุ่นใหม่ แผนดี-ปรับยุทธวิธีเก่ง หวัง ปท.เปลี่ยนผ่านโดยสันติ

อดีตแกนนำนักศึกษาใต้ชื่นชมเด็กรุ่นใหม่ชูสามนิ้วขยายฐานมวลชน

วันที่ 16 กันยายน นายสุนทร รักษ์รงค์ อดีตประธานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคใต้และ นายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยว่า หลังการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนวันที่ 19 กันยายน 2563 ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงโดยผู้ใหญ่ต้องยอมรับว่าตามเด็กรุ่นใหม่ไม่ทัน เนื่องจากกล้าพูดและนำเสนอการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักสู้รุ่นเก่าไม่กล้าพูดและทำแบบนี้ หลังการเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ใช้สังคมโซเชียลเขย่านักเลือกตั้งตลาดล่างจนเสียขวัญ และสามารถนำพา ส.ส.เข้าสภาเกินความคาดหมาย ล่าสุดเด็กรุ่นใหม่สร้างแนวทางการต่อสู้ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก อีกครั้ง ด้วยวาทะกรรม ”ให้มันจบที่รุ่นเรา”

“ในฐานะนักยุทธศาสตร์มวลชน ได้ติดตามการชุมนุมตั้งแต่ต้นจนจบ รวมทั้งวิเคราะห์การต่อสู้ที่ผ่านมาของเด็กรุ่นใหม่ ประเมินได้ว่าออกแบบและวางแผนอย่างดีด้วยกุนซือซ้ายเก่า ในลักษณะ Neo Marxism มีเป้าหมายหลัก เป้าหมายรอง เป้าหมายลวง มีการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีตามสถานการณ์ แต่ดำรงเป้าหมายเดิมอย่างเด่นชัด มีการนัดหมายปฏิบัติการทางมวลชน ด้วยข้อตกลง 8 ข้อที่แหลมคมและทรงพลัง มีหมายกำหนดเวลาที่ชัดเจน คือ 24 กันยายน รุกคืบรัฐสภา 14 ตุลาคม นัดหยุดงานทั่วประเทศ มีการใช้สัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ ด้วยการชูสามนิ้วซ้าย ที่แทรกซึมไปถึงประชาชน นักเรียน นักศึกษา ทุกหมู่กลุ่ม ด้วยเป้ามุ่งเพื่อขยายฐานมวลชนจากล่างอย่างเป็นระบบ โดยไม่สิ้นเปลืองกำลัง” นายสุนทรกล่าว

นายสุนทรกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเด็กรุ่นใหม่ถอดบทเรียนการต่อสู้ของรุ่นพี่ โดยเลือกใช้ยุทธวิธี สันติ อหิงสา และการทำอริยะขัดขืน อย่างมีท่วงทำนอง เพื่อลดความสุ่มเสียงในการปะทะที่ทุกคนหวาดกลัวและกังวล อาจด้วยความพร้อมด้านภววิสัย หรือ Disruption แต่ตนนั่งมองด้วยความเป็นห่วง และต้องยอมรับว่า คนรุ่นใหม่ต้องกำหนดและออกแบบอนาคตประเทศไทยด้วยตนเอง ตนเป็นอดีตนักต่อสู้รุ่นเก่าจึงได้แต่หวังให้การต่อสู้ในครั้งนี้ นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านโดยสันติ เลือดไม่จำเป็นต้องนองแผ่นดิน เพราะการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกครั้ง ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อ น้ำตา และการสูญเสียอิสรภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทุกครั้งในสังคมไทย ที่จะต้องมีวีรชน ผู้เสียสละ เหมือนอิฐแต่ละก้อนรองรับการเหยียบย่ำจากประชาชนเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า ตั้งแต่ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ และขอให้การต่อสู้ครั้งนี้เป็นอิฐก้อนสุดท้าย เพื่อสร้างอำนาจกำหนดใหม่ให้ประชาชน

บทความก่อนหน้านี้‘เพนกวิน’ โพสต์ขอบคุณ ปชช.ผู้รักประชาธิปไตย ที่มาร่วมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
บทความถัดไป‘หมอธีระ’ แนะผู้ชุมนุมสังเกตอาการ 14 วัน ป้องกันโควิด-19 ระบาด