สภาฯรับทราบ รายงานปี62ศาลรธน. ส.ส.ก้าวไกล รุมตั้งคำถาม ได้งบมาก แต่ใช้ไม่คุ้มค่า

สภาฯ รับทราบ รายงานประจำปี 62 ศาลรธน. ส.ส.ก้าวไกล ด่าหน้าจวกคำวินิจฉัยสร้างขัดแย้งในสังคม-

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานประจำปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญ โดยการอภิปรายส่วนใหญ่เป็นของ ส.ส.พรรคก้าวไกล อาทิ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายคารม พลพรกลาง นายธีรัจชัย พันธุมาศ และพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สลับกันลุกขึ้นอภิปรายตั้งข้อสังเกตต่อการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้กระทำอย่างเปิดเผย และไม่ได้ให้ความเป็นธรรม เช่น กรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคอนาคตใหม่ มีการให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และมีการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม รวมถึงการใช้งบประมาณของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้จำนวนมาก มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าหรือไม่

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา หลายหน่วยงานในประเทศไทยมีการจัดหลักสูตรระยะสั้นจำนวนมาก ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน ซึ่งในทางปฏิบัติควรใช้เงินอย่างคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ ไม่ควรทำหลักสูตรแพงๆแล้วสร้างเครือข่าย ซึ่งอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ก็ไม่ควรทำ ยกตัวอย่างหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย ที่มีมาตั้งแต่ปี 2556 หลักสูตรนี้ต่อหัวต่อคนเป็นหลักแสนบาท และมีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ถามว่าตอบสนองต่อพันธกิจการให้ความรู้ต่อประชาชนทุกระดับ ทุกพื้นที่อย่างไรบ้าง โดยจะต้องมีรายงานความคุ้มค่าด้วยถ้าไม่มีความคุ้มค่าก็ควรตัดทิ้งไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญลอยตัวจากการตรวจสอบ จึงถึงเวลาแล้วที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมาด้วยการใช้งบอย่างคุ้มค่า ต้องรับใช้ประชาชนอย่างกล้าหาญแทนการรับใช้ผู้มีอำนาจ และกลับมาเป็นศาลของประชาชน เพื่อรักษาความสมดุลของระบบการเมือง

นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงว่า หลักสูตรการอบรมตลอดหลักสูตรเพียง 1.2 แสนบาท ไม่ถึง 3 แสนบาท และวิทยากรส่วนใหญ่เป็นไปตามโครงสร้างหลักสูตร ซึ่งเป็นวิทยากรโดยตำแหน่ง เป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นที่ยอมรับ ยืนยันเป็นการใช้งบที่ประหยัดคุ้มค่า ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์รวมที่ยึดโยงรัฐธรมนูญ ภารกิจ และเป้าหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ และทุกองค์กรที่ใช้อำนาจรัฐอยู่ภายใต้กฎหมายทั้งสิ้น นอกจากนี้ ศาลเป็นองค์กรที่ตั้งรับคดีที่เข้ามาสู่ศาล และคดีเหล่านั้นเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลที่จะแก้ไขเยียวยาให้ยุติ

บทความก่อนหน้านี้อดีตผู้สมัครส.ส.พลังประชารัฐ แจ้งเอาผิดผู้จัดม็อบมธ. มาตรา108 จี้สอบงบฯหนุนชุมนุม
บทความถัดไป“ปิยบุตร” ชี้ข้อเสนอแฟลชม็อบนักศึกษา ไม่กระทบร้ายแรง ชวนทุกฝ่ายร่วมพูดคุยแทนทำลายล้างกัน