สภานิสิตจุฬาฯ ขวางรัฐใช้ม.116 ดำเนินคดีผู้ชุมนุม จี้ใช้กม.อย่างเป็นธรรม

วันที่ 13 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เผยแพร่แถลงการณ์เรื่อง “ท่าทีการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐต่อกลุ่มผู้ชุมนุม” โดยระบุว่า ตามที่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม “คณะประชาชนปลดแอก” จำนวน 2 คน และยังปรากฏเป็นกระแสข่าวแพร่หลายในหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์เป็นการทั่วไปว่า มีรายชื่อกลุ่มผู้ชุมนุมต่าง ๆ ที่อยู่ในข่ายเตรียมถูกออกหมายจับรวม 30 คน ซึ่งมีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรวมอยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วยนั้น

สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอแสดงความกังวลต่อท่าทีการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากมีลักษณะเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Strategic Lawsuit Against Public Participation: SLAPP) กล่าวคือ เป็นการฟ้องคดีที่มิได้มีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์หลักในการแสวงหาความยุติธรรมหรือรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

หากแต่เป็นไปเพื่อกดดันและขัดขวางไม่ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางการเมืองของประชาชนตามวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิผลมากเพียงพอ การบังคับใช้กฎหมายในลักษณะนี้ นอกจากจะเป็นการไม่เคารพถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้ว ยังเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือและความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม อันอาจก่อให้เกิดปัญหาการบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ อีกมากมาย

สภานิสิตจุฬาฯ เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมตามหลักนิติรัฐนั้น จะต้องยึดเอาหลักกฎหมายและองค์ประกอบของความผิดตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเป็นที่ตั้ง มิใช่ยึดถือเอาตัวบุคคลเป็นที่ตั้งแล้วพยายามหาข้อกฎหมายมาดำเนินคดีเพื่อหวังผลประการอื่น การจะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ใด ๆ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องจึงต้องยึดเอากฎหมายเป็นหลัก หากการชุมนุมในลักษณะใดไม่ครบองค์ประกอบความผิด เช่น การชุมนุมที่เป็นการแสดงความคิดเห็นติชมรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่สมควรดำเนินคดีข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เพราะหวังผลประการอื่น

การดำเนินคดีในลักษณะนี้ไม่ส่งผลดีต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม การดำเนินการลักษณะนี้จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองมากยิ่งขึ้น จนอาจนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคต การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมนี้ต่างหากจึงจะเป็นการเสริมสร้างความปรองดองอันเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะนำไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่ยึดถือเอาตัวบุคคลผู้ต้องหาเป็นที่ตั้ง และเคารพถึงสิทธิทางการเมืองของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อที่กระบวนการยุติธรรมของไทยจะได้เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563 : โดย พิมพ์พรร
บทความถัดไป‘อนุทิน’ รอ สธ.แจ้งเหตุชายไทยติดโควิดที่ญี่ปุ่น ชงเคาะงบ 600 ล.พัฒนาวัคซีน