“ศิโรตม์” เลคเชอร์ “แม่ทัพภาค 3” หลังยกกวี “โกวเล้ง” เตือนนักศึกษา ชี้อ้างผิดไปหมด

วันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระและผู้ดำเนินการรายการชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อการรายงานข่าวที่ยกคำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาค 3 ที่หยิบยกบทกวีของนักประพันธ์ชาวจีนแนวนวนิยายกำลังใจมาเตือนการชุมนุมของนักศึกษาว่า

ขอให้ความรู้ด้านวรรณกรรมว่าโกวเล้งไม่ได้เขียนกลอนที่พลโทฉลองขัยอ้างครับ มันเป็นบทกวีในสามก๊กที่โจผีซึ่งครองราชย์ หลังโจโฉอยากฆ่าน้องตัวเองชื่อโจสิดที่ฉลาดกว่า โจสิดเลยร่ายบทกวีนี้ โจผีเลยกลับใจไม่ฆ่าน้อง ส่วนแม่ก็ออกจากที่ซ่อนตัวมาบอกลูกซึ่งเป็นฮ่องเต้ว่าพี่น้องอย่าฆ่ากันเอง

ปัญหาของการอ้างกรณีนี้ไม่ใช่แค่อ้างชื่อคนเขียนผิดครับ แต่ยังเข้าใจบทกวีผิด เพราะในประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้น ฝ่ายผู้มีอำนาจคือฝ่ายที่ฆ่าประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องครับ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในเครื่องแบบทั้งหลาย ประเทศเราจึงไม่เคยมีเหตุการณ์ที่คนไทยฆ่ากันเอง มีแต่ผู้มีอำนาจฆ่าประชาชน

หากอยากจะอ้างสามก๊กซึ่งท่านเข้าใจผิดว่าเป็นโกวเล้ง เรื่องนี้ท่านไม่ต้องบอกประชาชนครับ ท่านต้องเก็บไว้บอกคนในอาชีพเดียวกับท่านเอง

ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้ตอนหนึ่งเกี่ยวกับการจัดการชุมนุมของนักศึกษาว่า

อยากจะฝากให้น้องๆเยาวชน นักศึกษา นอกจากจะรับข้อมูลที่ท่านรับมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองเป็นสิ่งที่ดี ตนยินดีที่เห็นเยาวชนนักเรียน นักศึกษา มีความตื่นตัวทางการเมือง แต่ว่าก็ขอให้รับข้อมูล ศึกษาความรู้ให้มันครบทุกด้าน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศไทย แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ เราไม่ควรจะไปละเมิดหรือก้าวล่วงสถาบันอันเป็นที่ เคารพรักยิ่งของพวกเราทุกคน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้พวกเราคนอายุรุ่นเราๆ ท่านผู้สื่อข่าวน่ามีความเข้าใจแล้วก็ขอฝากถึงพ่อแม่พี่น้องผู้ปกครองว่า เราหาการพูดคุยหาโอกาสแล้วก็เล่าให้เด็กๆ ฟังว่า ธรรมเนียมไทยเราต้องมีความกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อผู้มีพระคุณ ทั้งพ่อแม่ ทั้งองค์พระมหากษัตริย์ ทั้งในเรื่องของครูบาอาจารย์ อะไรต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี

จากนั้น พล.ท.ฉลองชัย หยิบยกบทกวีจีนของโกวเล้งว่า ต้มถั่ว ใช้เถาถั่วเป็นเชื้อไฟ ถั่วร่ำไห้ในน้ำเดือดพล่าน ต่างก่อเกิดจากรากเหง้าเดียวกัน ไยเผาผลาญร้อนรน จนป่านนี้” บทกวีนี้เป็นของจีนเริ่มแรกของในเรื่องสามก๊ก แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยต้องการจะบอกกับพวกเรา ว่าเราทุกคนเป็นคนไทย เรามีชาติกำเนิด เรามีประวัติศาสตร์ เราเติบโตมาจากดินแดนของที่พระบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่ได้ปกป้องห่วงแหนเราไว้ เราโชคดีที่สุดแล้วที่เกิดมาในแผ่นดินนี้

บทความก่อนหน้านี้มท. ประกาศผลการคัดเลือก “จังหวัดสะอาด” ประจำปี 2562 ยกย่องจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่ประสบความสำเร็จระดับชาติ
บทความถัดไปโควิดทำศก.สิงคโปร์ถดถอยหนักกว่าที่คาด ไตรมาส 2 ร่วงเกือบ 43%