คลัง ย้ำตรวจสอบโรงแรมเข้าร่วม ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ตลอดเวลา หากพบทำผิดจริง ตัดสิทธิแน่นอน

คลัง ย้ำตรวจสอบโรงแรมเข้าร่วม ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ตลอดเวลา หากพบทำผิดจริง ตัดสิทธิแน่นอน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการเราเที่ยวปันสุข ในส่วนของแพคเกจเราเที่ยวด้วยกัน ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 4.76 ล้านราย ลงทะเบียนสำเร็จ 4.51 ล้านราย โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 6,815 แห่ง กระจายตัวอยู่ทั่วทุกจังหวัดในประเทศ ส่วนการจองโรงแรมที่เปิดให้ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จเข้าไปใช้สิทธิจองที่พัก เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว นับตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ล่าสุด ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ เข้าไปใช้สิทธิจองโรงแรมแล้ว 386,469 สิทธิ จากจำนวนสิทธิที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 ล้านสิทธิ และมีการจองแล้วชำระเงินให้โรงแรมกว่า 373,214 ห้อง โดยในส่วนนี้แบ่งเป็นผู้ลงทะเบียนที่เข้าใช้บริการโรงแรมที่จองไว้ ทำการเช็กอินแล้วกว่า 85,326 ห้อง และมีเช็กเอ้าท์แล้ว 79,884 ห้อง โดยจากการสำรวจพบว่า มีประชาชนเดินทางออกไปท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีมากที่สุด 14,338 ห้อง รองลงมาคือ ประจวบคีรีขันธ์ 6,497 ห้อง กรุงเทพฯ 5,261 ห้อง เชียงใหม่ 5,258 ห้อง และกระบี่ 4,626 ห้อง

ลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)

นายลวรณ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ประกอบการเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงแรมนั้น กระทรวงการคลังได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในการตรวจดูพฤติกรรมของผู้ประกอบการโรงแรม ขณะนี้พบว่ามีผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก 1 แห่ง มีพฤติกรรมต้องสงสัยอาจเข้าข่ายทุจริต ในการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยที่พักดังกล่าวมีพฤติกรรมในการรับจองห้องพักเกินกว่าจำนวนห้องพักที่มีอยู่จริง และมียอดการจองห้องพักเต็มอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งผู้เข้าพักมีประวัติการใช้อีวอชเชอร์สำหรับการซื้ออาหารในที่พัก ทั้งที่โรงแรมดังกล่าวไม่มีห้องอาหารไว้ให้บริการแก่ผู้เข้าพัก ซึ่งขณะนี้ได้ระงับการจ่ายเงินสนับสนุนค่าที่พักในสัดส่วน 40% ของราคาที่พัก และอีวอชเชอร์แล้ว โดยในระยะถัดจากนี้ หากพบว่ายังทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ จะพิจารณาตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันต่อไป ในส่วนของการตรวจสอบผู้ประกอบการในระบบ ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติเพิ่มเติม

“คลังกับธนาคารกรุงไทยมีการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ประกอบการอยู่ตลอดเวลา จึงยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้มีการฉวยโอกาสของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อให้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงอยากให้ทั้งผู้ลงทะเบียนและผู้ประกอบการเป็นส่วนสนับสนุนในการสร้างบรรยากาศที่ดีให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่วนแพคเกจกระตุ้นท่องเที่ยวที่จะมีเพิ่มเติมออกมานั้น เบื้องต้นเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนออกมาในเร็วๆ นี้” นายลวรณ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้“ทรัมป์” เจอนักข่าวดักคอจนต้องเดินหนี หลังมั่วนิ่มผลงานโอบามาเป็นของตัวเอง
บทความถัดไปดีอีเอส ขอขยายเวลาควบรวม ‘แคท-ทีโอที’ อีก 6 เดือน จ่อเข้าครม.สัปดาห์นี้