“จาตุรนต์” ส่ายหน้า “อภิรัชต์” ไม่น่าทำลายตัวเอง ชี้กล่าวหาคนอื่นชังชาติ ยิ่งมีแต่ทำให้แย่ลง

วันที่ 6 สิงหาคม 2563 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ได้กล่าวถึงการออกมาแสดงความเห็นของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกที่พูดทำนอง “โรคชังชาติ เป็นแล้วรักษาไม่หาย” ว่า

ใคร “ชังชาติ” ใครทำความเสียหายแก่ชาติกันแน่

ตั้งแต่เป็นผบ.ทบ.มา พลเอกอภิรัชต์ออกมาพูดอะไรให้เป็นที่ฮือฮาอยู่หลายครั้ง เข้าใจว่าคงมีคนเขียนบทให้ แล้วแกก็พูดไปตามนั้นแบบไม่ค่อยเข้าใจว่าตัวเองกำลังพูดอะไร บางทีก็แสดงบทเกินกว่าเนื้อหาเช่นน้ำตาซึมหรือถึงกับต้องซับน้ำตา แต่เนื้อหาไปไม่ได้ พูดทีไรก็มีแต่คนโห่ ว่าทำให้เกิดความแตกแยกบ้างหรือเป็นผบ.ทบ.ไม่ควรพูดเรื่องการเมืองบ้าง

เหลือเวลาอีกแค่เดือนกว่าๆก็จะเกษียณแล้ว พลเอกอภิรัชต์ไม่น่าทำลายตัวเองซ้ำอีกด้วยการพูดเรื่อง “ชังชาติ” ขึ้นมาเลย

ใครฟังพลเอกอภิรัชต์พูดแล้วก็คงตีความได้ว่าผู้ที่ “ชังชาติ” คือผู้ที่เห็นต่างหรือที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

แต่ที่พลเอกอภิรัชต์แกล้งโง่ไม่เข้าใจก็คือผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาลหรือที่วิจารณ์นายกฯหรือวิจารณ์ผบ.ทบ.นั้น ไม่มีใครเขา “ชังชาติ” เพียงแต่เขาเห็นว่าประเทศนี้มีปัญหาเขาก็วิจารณ์

คนที่เห็นว่ารัฐบาลนี้ล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้ชังชาติ แต่เขาไม่พอใจรัฐบาล

คนที่เขาเห็นว่านายกฯไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอที่จะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเองได้ ก็ไม่ได้ชังชาติ

คนที่เห็นว่าระบบยุติธรรมของประเทศนี้เหลวแหลกพึ่งไม่ได้ ก็ไม่ได้ชังชาติ

คนที่เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลแก่งแย่งอำนาจกันมากกว่าจะสนใจแก้ปัญหาบ้านเมือง ก็ไม่ได้ชังชาติ

เยาวชนนักเรียนนักศึกษาที่เห็นว่าระบบการศึกษาไม่ตอบโจทย์การสร้างคนสร้างอาชีพและเห็นว่าประเทศนี้ไม่มีอนาคตก็ไม่ได้ชังชาติ

คนที่เขาไม่พอใจการอุ้มหายหรือการฆ่าผู้เห็นต่าง ก็ไม่ได้ชังชาติ

คนที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่เป็นประชาธิปไตยและกำลังทำให้เกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก ก็ไม่ได้ชังชาติ

ถ้าคนเหล่านี้ชังชาติ จะเหลือคนไม่ชังชาติอยู่สักกี่คนกัน

การที่พลเอกอภิรัชต์ออกมากล่าวหาผู้เห็นต่างว่าเป็นพวกชังชาติจึงเป็นการสร้างความแตกแยกของคนในชาติ หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ยิ่งในเวลานี้เป็นช่วงที่ทุกฝ่ายทุกส่วนในสังคมควรจะรับฟังความเห็นของกันและกันให้มาก การพูดอย่างนี้จึงยิ่งเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ชาติเป็นอย่างมาก

พลเอกอภิรัชต์คงจะลืมไปว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาผู้ที่อ้างตัวว่ารักชาติหรือทำเพื่อชาติแล้วกล่าวผู้ที่เห็นต่างว่าไม่รักชาติหรือเป็นภัยต่อชาตินั้น มักจะทำตัวเป็นภัยอันตรายสร้างความเสียหายให้แก่ชาติเสียเอง

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คืออดีตผบ.ทบ.หลายคนที่ทำรัฐประหารโดยอ้างว่าทำเพื่อชาติ บางคนก็ทำให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งของคนในชาติถึงขั้นเข่นฆ่าประหัตประหารกัน อดีตผบ.ทบ.บางคนก็คือผู้ที่บัญชาการปราบปรามประชาชนอย่างโหดเหี้ยมมาแล้ว และอดีตผบ.ทบ.บางคนก็สมคบร่วมมือกันสืบทอดอำนาจเผด็จการปล้นบ้านกินเมืองกันอยู่จนทุกวันนี้ การกระทำเหล่านี้คือการสร้างความเสียหายแก่ชาติหรือทำลายชาติ

ผบ.ทบ.คนปัจจุบันอาจจะยังทำเรื่องเหล่านี้ไม่ครบทุกเรื่อง แต่ก็ดูจะใกล้เข้าไปทุกทีแล้ว

เวลาที่คนเขาเห็นว่าการกระทำใดของอดีตผบ.ทบ.หรือผบ.ทบ.ปัจจุบันเป็นการทำความเสียหายแก่ชาติหรือทำลายชาติเขาก็วิพากษ์วิจารณ์หรือประณามสาปแช่ง แต่ไม่มีใคร “ชังชาติ” แต่อย่างใดเลย

ไม่ทราบว่าพลเอกอภิรัชต์จะเข้าใจหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้‘แอตต้า’ ชงเปิดรับต่างชาติไตรมาส 4 ก่อนที่ธุรกิจทัวร์จะปิดถาวรมากกว่า 30%
บทความถัดไป“เทพไท” ระบุ แผนปฎิรูปประเทศ ล้มเหลวทุกด้าน แนะ จับตาเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ปากน้ำ บทพิสูจน์ กกต.