ศรีสุวรรณ สงสัย ‘พล.ต.อ.ศตวรรษ’ นั่ง ปธ. สอบข้อเท็จจริงคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ หรือแก้ต่างให้ตำรวจ

ศรีสุวรรณ สงสัย ‘พล.ต.อ.ศตวรรษ’ นั่ง ปธ. สอบข้อเท็จจริงคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ หรือแก้ต่างให้ตำรวจ

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อทราบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการดำเนินการของข้าราชการตำรวจว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่กรณีการสอบสวนนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดย ผบ.ตร.มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพร้อมคณะกรรมการ รวม 10 คนนั้น

“ มีประเด็นที่คณะกรรมาธิการ( กมธ.)ตำรวจ สภาผู้แทนฯ เชิญนายตำรวจหลายนายไปให้ข้อมูล ในประเด็นที่ไม่มีการแจ้งข้อหาพบสารแปลกปลอมที่เกิดจากยาเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา ทั้งที่มีผลตรวจทางนิติเวชวิทยายืนยันจากการตรวจเลือดของนายบอสแล้ว แต่พนักงานสอบสวนได้ให้เหตุผลที่ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีนี้โดยอ้างว่า มีหมอฟันยืนยันว่าได้ให้ยาที่มีส่วนผสมของโคเคนในการรักษาทำฟัน กรณีดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงถึงประเด็นดังกล่าวในโลกออนไลน์อย่างมาก ทำให้หมอฟันและนักวิชาการทั้งหลายต้องออกมาตอบโต้ แต่ปรากฎว่า พล.ต.อ.ศตวรรษ ลับมาตั้งโต๊ะแถลงแก้ต่างว่ากรณีเกี่ยวกับการใช้สารโคเคนรักษาฟัน ว่าหมอฟันที่ให้การรักษานายบอส ยืนยันว่าไม่ได้ให้ยาที่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด เพียงแค่ให้ยาปฏิชีวนะเท่านั้น”นายศรีสุวรรณ กล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งว่า สารที่พบเกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากปฏิกิริยาของยาปฎิชีวนะ ถ้ามีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าสารทั้ง 2 ตัวเป็นสารเสพติด คณะทำงานต้องพิจารณาเสนอให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป ส่วนที่มีการนำเรื่องนี้ไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการชุดใหญ่และเปิดเผยข้อมูลว่า สารโคเคนดังกล่าวเกิดจากการรักษาฟันนั้น เชื่อว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน คำแถลงแก้ต่างดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการทำหน้าที่เกินกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของ ผบ.ตร.หรือไม่ เพราะคณะกรรมการชุดดังกล่าว ควรทำหน้าที่เพียงแค่ตรวจสอบเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง ของคดีว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เท่านั้น การออกมาแถลงที่ผ่านมา คล้ายจะพยายามแก้ต่างให้ตำรวจที่คณะของตนต้องไปตรวจสอบ จึงน่าเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยว่าผลสรุปของการคณะกรรมการฯของตำรวจ อาจเป็นมวยล้มต้มคนดู

บทความก่อนหน้านี้“เสธ.อู้” ไม่เห็นด้วย ตั้งส.ส.ร.ยกร่างรธน. ชี้ เปลืองงบ-เสียเวลา แนะ แก้รายมาตราไปเลย
บทความถัดไป“แอตต้า” ชี้จีนรอเที่ยวไทยอื้อ แนะปรับแพคเกจ “กำลังใจ” กระจายเที่ยวไปหลายๆจว.