‘บิ๊กป้อม’ คอนเฟอเรนซ์ คจร. สั่งแก้ขนส่ง-จราจรทั้งระบบ อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่1/2563 ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก เข้าร่วมประชุม โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและเลขานุการ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมคจร.ได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชน ทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และการจัดทำแผนแม่บทด้านการขนส่งและจราจรในเมืองภูมิภาค จังหวัดบึงกาฬ การประชุมในวันนี้ มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ได้แก่ “แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรต่อไป พร้อมนี้ได้พิจารณาในหลักการการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์บนถนนทางหลวงที่มีทางเดินรถที่จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้นและ ไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน เป็นอัตราความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. และการกำหนดความเร็วขั้นต่ำ สำหรับการขับรถยนต์ในช่องทางเดินรถช่องทางขวาสุด โดยใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. รวมถึงการร่วมพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 เรื่องการส่งเสริม การจัดท่าเทียบเรือสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร เพื่อให้สามารถนำพื้นที่บางส่วนของท่าเรือสาธารณะ มาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการให้เกิดการพัฒนาระบบขนส่ง ทางน้ำเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมกันพิจารณาประเด็นการดำเนินงานส่วนของ ฐานรากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม) ในส่วนที่ซ้อนทับกับโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอนN2 โดยให้ดำเนินการก่อสร้างฐานรากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลไปพร้อมกับการดำเนินการโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 เพื่อนำเสนอครม.เพื่อทราบต่อไป

“ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกัน เร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อช่วยพัฒนาระบบคมนาคม และแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรให้เกิดการบูรณาในการดำเนินงาน ลดความซ้ำซ้อน ใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนแผนต่างๆ ให้ได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนด”พล.อ.ประวิตร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เผย ‘พุทธะอิสระ’ เตรียมกลับไปห่มผ้าเหลือง หลังโพสต์ ‘คดีใกล้จบ’
บทความถัดไปกรมเจรจาฯ ชี้‘เอฟทีเอ’เพิ่มยอดส่งออกอาหารทะเลกระป๋อง ช่วงวิกฤตโควิด-19 หลายเท่าตัว