‘สุทิน’ พอใจฝ่ายค้าน ต้อนรัฐบาลจนมุม ยังตอบไม่ได้หลายเรื่อง จากนี้ไปเป็นผู้ต้องหาสังคม

‘สุทิน’ พอใจผลงานฝ่ายค้าน ไล่ต้อนรัฐบาลจนมุม เชื่อจากนี้จะตกเป็นผู้ต้องหาของสังคมอีกหลายเรื่อง

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นวันสุดท้าย ถึงกรณีการวางแผนการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายเราก็จะอภิปรายในแนวสรุป โดยมีนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย เป็นคนอภิปรายขมวดปม ซึ่งคาดว่าหลังพูดจบจะมีคดีตามมาอย่างน้อย 3 คดี โดยหลังจากนี้จะแบ่งการอภิปรายแบบวันบายวัน หรือหนึ่งต่อสอง จึงคาดว่าน่าจะไปจบได้ในเวลาที่ตกลงกัน คือเวลา 19.00 น.ของวันนี้ แต่ก็ไม่สามารถตอบได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในสภา ที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เราควบคุมได้ และจะโหวตในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น.

เมื่อถามว่า ประเมินภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านอย่างไรบ้าง นายสุทินกล่าวว่า ตนค่อนข้างพอใจ แต่วันแรกอาจจะไม่พอใจเท่าไหร่ จนถึงตอนนี้สิ่งที่เราเห็นก็คือ รัฐบาลตอบไม่ได้ และตอบไม่ชัดเจน โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตนคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คิดเป็นอื่นไม่ได้แล้ว อยู่ที่ว่าท่านจะตัดสินใจ และรับผิดชอบอย่างไร กับการที่นำคนที่ไม่เหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรี เป็นการวัดใจนายกฯ ว่าจะเอาบ้านเมือง หรือจะเอาระบบรัฐสภา หรือจะเอาอะไร จนถึงตอนนี้เรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ก็ยังตอบอะไรไม่ได้ ก็จะต้องสร้างความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของกองทัพไปอีก ตนคิดว่ามาถึงตอนนี้รัฐบาลจะต้องเป็นผู้ต้องหาของสังคมอีกหลายเรื่อง

เมื่อถามว่า จากการคำนวณเวลาและจำนวนผู้อภิปรายของฝ่ายค้านคิดว่าพอดีหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ของฝ่ายค้านก็ค่อนข้างจะมีปัญหาอยู่ เพราะเวลากับจำนวนคนเหลือไม่ค่อยสมดุล เราเหลือคนอภิปรายและเนื้อหาเยอะ ส่วนนี้เราก็ต้องขอความเห็นใจจากทางรัฐบาลว่า หากเห็นแก่ประชาชนที่อยากจะให้ตรวจสอบอย่างสมบูรณ์ก็อาจจะต้องขอเวลาเพิ่ม ซึ่งสามารถทำได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ

บทความก่อนหน้านี้โลกออนไลน์เคลื่อนไหว! ชวนแต่งดำทุกวันศุกร์ ประกาศจุดยืนไม่เอาเผด็จการ
บทความถัดไปผวาอีก! ฝ่ายค้านแฉ 3 รมต.-3 ส.ส. เพิ่งกลับจากประเทศเสี่ยงเชื้อ “โควิด-19”