“เลขาฯ ศอ.บต.” เผย สถิติไฟใต้ลดลงมาก เหตุจนท.ฝ่ายความมั่นคง จำกัดเสรีภาพผู้ก่อเหตุ

“เลขาฯ ศอ.บต.” เผย ไฟใต้ลดลงจากอดีตรุนแรงทุกวันถี่ยิบ เหตุจนท.ฝ่ายความมั่นคง จำกัดเสรีภาพผู้ก่อเหตุ-คนรุ่นใหม่ให้ความร่วมมือภาครัฐ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ด่านบ้านบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส ทางสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมด่านบ้านบูเก๊ะตา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม โดยพล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ไทย-มาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาทั้ง 9 ด่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ด่านบ้านบูเก๊ะตา ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 262 ไร่ อยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาเป็นด่านเชิงเดี่ยวให้เสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2563 โดยขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเวนคืนที่ดิน เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารและจัดวางระบบต่างๆ ขณะที่พื้นที่ด่านฝั่งมาเลเซียได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมรองรับแล้วราว 5 ปีก่อน ทั้งนี้ หลังจากการพัฒนาด่านฝั่งไทยเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมาเลเซียวางไว้ว่าจะเป็นด่านสำคัญของการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของมาเลเซียเช่นกัน ขณะเดียวกันด่านดังกล่าวจะเป็นจุดที่นำไปสู่การเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆในมาเลเซีย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าผ่านทางรถบรรทุก ทั้งนี้ สำหรับมูลค่าการค้าชายแดน 9 ด่าน ทั้งส่งออก และ นำเข้า ระหว่างปี 2560-2562 ประกอบด้วยปี 2560 มีมูลค่า 552,854.66 ล้านบาทปี 2561 มูลค่า 57,110.88ล้านบาท และ ปี 2562 มูลค่า 541,631.74 ล้านบาท

นอกจากนี้ พล.ร.ต.สมเกียรติ เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวเลขความถี่ของความรุนแรงลดลงค่อนข้างมาก โดยในอดีตนั้นมีความถี่ในการเกิดเหตุรุนแรงเกิดขึ้นทุกวัน แต่เนื่องจากศักยภาพการทำหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จำกัดความเป็นเสรีภาพของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ ยังมีมิติการพัฒนาส่งผลให้คนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมกับภาครัฐขึ้นมากขึ้นตามลำดับ ทำให้เกิดพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กเชื่อมโยงกันหลายแห่ง

เมื่อถามว่าปัจจุบันความรุนแรงลดลงหรือไม่นั้น พล.ร.ต.สมเกียรติ กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงลดลง ค่อนข้างมากจากอดีต ในมิติของจำนวนความถี่และความสูญเสีย แต่แต่ยอมรับเหตุการณ์ความรุนแรงยังคงเกิดขึ้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาบังคับใช้กฎหมาย ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงมีความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนบุคคลหัวรุนแรงสองสัญชาติ ทางไทยได้ทำการรวบข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ ได้ส่งข้อมูลประสานให้ประเทศเพื่อนบ้านช่วยติดตาม

จากนั้น ทางคณะได้นำคณะพาสื่อมวลชน เยี่ยมชมสะพานเชื่อมระหว่าง บ้านบูเก๊ะตา ประเทศไทย และบูกิต บุหงา มาเลเซีย เพื่อติดตามความพร้อมด่านชายแดนฝั่งมาเลเซียเพื่อเตรียมเชื่อมโยงพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน

บทความก่อนหน้านี้‘ธรรมนัส’ ปัดเกาเหลาปารีณา หลังถูกต่อว่ารุนแรง ยันตรวจสอบรุกป่าใช้มาตรฐานเดียว
บทความถัดไปชาวสวนยางรอเจอนายกฯ ประชุม ครม.สัญจร สงขลา ร้องแก้ไขโรคใบร่วงเร่งด่วน หวั่นซ้ำเติมราคาตกต่ำ