‘เซ็นทรัลเอ้าท์เล็ต’ ชนะคดี บมจ. ท่าอากาศยานไทย

วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ที่กำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาโดยมีคำสั่งให้ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า – ออก หน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต และยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ใดๆ ของ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา และ บริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด และการดำเนินการของหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว

เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา และบริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด เพียงขอเปิดใช้ทางเชื่อมระหว่างโครงการกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 เพื่อให้ยานพาหนะสามารถผ่านเข้า-ออกและขอใช้สาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อประกอบกิจการโครงการเท่านั้น ยังไม่ได้มีลักษณะถึงขั้นเป็นการขัดขวางหรือรบกวนการปฏิบัติงานของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ข้ออ้างของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ที่ว่า การเปิดทางเชื่อมจะทำให้การจราจรบริเวณหน้าโครงการหนาแน่นขึ้น กระทบต่อการเดินทางของผู้ที่ต้องการใช้บริการท่าอากาศยาน ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการให้บริการ หรือกระทบต่อแผนพัฒนาท่าอากาศยาน เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ซึ่งไม่แน่นอนว่าจะเกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ และส่วนที่อ้างว่าการก่อสร้างโครงการดังกล่าวใกล้เคียงกับทางขึ้นลงท่าอากาศยานอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศนั้น ศาลฯ เห็นว่า เป็นเรื่องของการก่อสร้างอาคารซึ่งเป็นคนละส่วนกับการทำทางเชื่อมเข้า-ออกที่พิพาทในคดีนี้ ดังนั้น การที่ศาลฯ จะมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ตามคำขอของ บมจ.เซ็นทรัลฯ จึงไม่เป็นการเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย

ส่วนข้อโต้แย้งที่ว่า ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 เป็นที่ราชพัสดุซึ่งอยู่ในความดูแลของ บมจ.ท่าอากาศยานไทยนั้น เป็นเนื้อหาแห่งคดีที่ศาลจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานของคู่กรณีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! กกต.ยกคำร้อง ‘ธนิก มาสีพิทักษ์’ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น ไม่ขาดคุณสมบัติ
บทความถัดไปรวม “ปารีณา” Effect ตั้งแต่เจอ “วัน อยู่บำรุง” / ‘บิ๊กป้อม’บอกว่ายังไม่ผิด / ธรรมนัสชี้ ส.ป.ก.ถือว่าจบไปแล้ว ?