“อนุทิน” ขนลุกรพ.ขึ้นป้ายแบน “สารพิษ” สั่งคน สธ.ประกาศกลางที่ประชุมคกก.วัตถุอันตรายลงมติเปิดเผย

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสนับสนุนให้ยกเลิก 3 สารเคมีทางการเกษตร หลังตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า ขณะนี้มีตัวแทนจาก สธ. 2 คน อยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย จากเดิมที่มี 3 คน คือปลัด สธ. และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ยืนยันว่าสธ.แบนสารเคมีทางการเกษตรทั้งพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเสต

“ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ผมจะให้ตัวแทนของ สธ.เสนอก่อนการประชุมว่าให้ลงมติอย่างเปิดเผยว่าใครแบนหรือไม่แบนสารเคมี เพื่อให้เป็นการเริ่มประวัติศาสตร์คุ้มครองปกป้องประชาชน และให้รู้กันอย่างชัดเจน” นายอนุทิน กล่าวและว่า นโยบายของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเห็นด้วยที่จะแบนสารเคมี ดังนั้น ตัวแทนของหน่วยงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปดำเนินการตาม หากตัวแทนของหน่วยงานใดไม่ทำตามนโยบาย รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ดังนั้น 3 กระทรวงที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และ สธ. การลงคะแนนเปิดเผยจะทำให้มั่นใจว่ากระทรวงที่อยู่ภายใต้การดูแลได้ทำหน้าที่และทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนอย่างดีที่สุด รวมไปถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ก็ยืนยันแบนสารเคมีชัดเจน

นายอนุทิน กล่าวถึงการขึ้นป้ายรณรงค์และสนับสนุนการแบนสารเคมีของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศว่า  เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ตนไม่ได้สั่งหรือขอ แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และคนในพื้นที่เห็นควรว่าจะต้องแบนจึงแสดงออก

“ผมถึงขั้นขนลุกกับการแสดงพลังเช่นนี้ รู้สึกถึงความเป็นปึกแผ่นที่ข้าราชการร่วมใจกันต่อสู้เพื่อความถูกต้องอะไรที่เป็นพิษภัยต่อประชาชน สธ.ยืนยันว่าจะอยู่ข้างประชาชน เราไม่ยอม ที่ทำ ไม่ได้ทำเพื่อเอาใจผมที่เป็นรัฐมนตรี แต่ที่ผมบอกว่าไม่เอาสารพิษก็เพราะผมมีคนหนุนหลัง คือ พวกเราบอกว่าไม่เอา ประชาชนก็ไม่เอา เพราะมีอันตรายต่อร่างกาย สธ.ไม่อยากเห็นเจ็บป่วยตายจากสารเคมีแล้วต้องมารักษากันภายหลัง ส่วนที่จะหาสารทดแทนมาใช้ก็เป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร แต่ สธ.ต้องยืนยันว่ายกเลิกสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘นักวิชาการ’ ไขข้อสงสัยโซเชียล ‘คณากร’ ยิงตัวโดนจุดไหน
บทความถัดไปรมช.มท.ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด เร่งแก้ปัญหาหลังน้ำลด ย้ำรบ.พร้อมจ่าย 7.6 พันล. เยียวยาผู้ประสบภัย 32 จว.