‘ครูตั้น’ เล็งพัฒนาการศึกษา 3 จ.ชายแดนใต้-พื้นที่ห่างไกล ให้เท่าเทียมกันทั่วประเทศ

‘ครูตั้น’ เล็งพัฒนาการศึกษา 3 จ.ชายแดนใต้-พื้นที่ห่างไกล ให้เท่าเทียมกันทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตัวแทนสหพันธุ์ครูภาคใต้ เข้ามาพบตนเพื่อรายงานข้อมูลและสะท้อนสภาพปัญหาการศึกษา ในแต่ละพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าสถานศึกษา ครู นักเรียน ผู้ปกครอง แต่ละพื้นที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน จึงอยากให้ ศธ.คำนึงถึงจุดนี้ ในการพิจารณาพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูและบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงในการใช้ชีวิตมาก ซึ่งเรื่องนี้ ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจเล็งเห็นว่าบางเรื่องจะต้องมีความยืดหยุ่นในการวางนโยบายต่างๆ เพื่อทำให้การศึกษาของประเทศมีความเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาในแต่ละภูมิภาคที่ต้องวางแผนพัฒนาแตกต่างกันออกไป

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการสร้างขวัญกำลังใจครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น การเพิ่มเงินเดือน หรือเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยหรือไม่นั้น ตนมองว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้ว และครูส่วนมากก็พอใจในสิ่งที่รัฐบาล และศธ.สนับสนุนและให้ความสำคัญ แต่ยังมีประเด็นบางเรื่องที่สหพันธุ์ครูใต้มีความกังวล เช่น ทายาทของครูผู้เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ หากทายาทเหล่านี้เติบโตขึ้นมา มีคุณสมบัติครบถ้วน มีความสามารถ และสอบผ่านกระบวนการทดสอบต่างๆ ของราชการ สามารถพิจารณาเป็นพิเศษเพื่อบรรจุเป็นข้าราช เช่น ครู ทหาร เป็นต้น ให้เป็นกรณีพิเศษจะสามารถทำได้หรือไม่ ตนจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาและส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการหาแนวทางต่อไป

“ทั้งนี้ การเรียนการสอนในพื้นที่ต่างๆ ไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ที่พบปัญหานักเรียนอ่านเขียนภาษาไทยไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร พื้นที่ห่างไกล พื้นที่สูง เกาะแก่งต่างๆ ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะต้องนำการศึกษาขั้นพื้นฐานมากระจายให้เท่าเทียมกันในทุกพื้นที่ นอกจากเรื่องการพัฒนาการศึกษาแล้ว อาหาร โภชนาการ อุปกรณ์การเรียน และการสนับสนุนด้านต่างๆ ศธ.จะต้องให้ความสำคัญและส่งเสริมให้โรงเรียนทั่วประเทศมีองค์ประกอบต่างๆ ครบถ้วน ที่ทำให้การศึกษามีความเท่าเทียมกัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานเพราะเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ต้องมีการวางแผนให้ดีและรอบครอบ” นายณัฏฐพล กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘คุณหญิงกัลยา’ เล็งนำร่อง ‘Green Health School’ แก้ปัญหาอาหารกลางวัน
บทความถัดไปคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง : พระฝ่ายมหายานมีเมียได้จริงหรือ?