‘อนุทิน’ ลบความเชื่อเกิดชาติหน้าไม่ครบ 32 โชว์บัตรประจำตัวชวน ‘บริจาคอวัยวะ’ เผยร่วมบิน 26 ครั้ง แฮปปี้

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. และ ศ.กิตติคุณ นพ.ศักดิ์ชัย ลิ้มทองกุล ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตา ระหว่าง สธ. และสภากาชาดไทย สนับสนุนการดำเนินงานให้บริจาคอวัยวะ และเพื่อให้ผู้ต้องการปลูกถ่ายอวัยวะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปใน 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ เป็นศูนย์รับบริจาค และเป็นศูนย์ปลูกถ่ายไตและดวงตา

นายอนุทินกล่าวว่า การปลูกถ่ายอวัยวะ เนื้อเยื่อ และดวงตา เป็นการรักษาที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต ลดความพิการ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด แต่ยังมีปัญหาในการเข้าถึงการปลูกถ่าย ซึ่งมีผู้รอปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตาเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันมีผู้รอรับอวัยวะ 6,245 ราย และผู้รอรับดวงตา 12,964 ราย ขณะที่สามารถปลูกถ่ายอวัยวะได้ปีละ 500–700 ราย และปลูกถ่ายกระจกตาได้เพียงปีละ 700-800 ราย สธ.ได้ร่วมมือกับสภากาชาดไทย สนับสนุนการดำเนินงานระบบบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะให้มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง โดยให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปเป็นศูนย์รับบริจาคอวัยวะ (Donor Center) พัฒนาทีมผ่าตัดนำไตออกส่วนภูมิภาคอย่างน้อยเขตละ 1 ทีม ลดข้อจำกัดในการนำอวัยวะออก และมีศูนย์ปลูกถ่ายไตและดวงตาอย่างน้อยเขตละ 1 โรงพยาบาล เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างครบวงจร พร้อมทั้งจัดทำโครงการดวงตาสดใส เทิดไท้ 84 พรรษามหาราชินี เพิ่มการปลูกถ่ายกระจกตาในผู้ป่วยกระจกตาพิการ 8,400 ราย ที่จะครบกำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 ทำให้มีผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยเฉพาะไตและดวงตาเพิ่มมากขึ้น ลดการเดินทางไปส่วนกลาง เป็นไปตามเป้าหมาย เพิ่มการปลูกถ่าย ลดการตาย ได้คิวเร็ว

นายอนุทินกล่าวว่า มีความพยายามเชิญชวนให้มีผู้บริจาคอวัยวะเพิ่มขึ้น ให้รองรับกับผู้ที่กำลังรอรับอวัยวะ โดยการบริจาคอวัยวะสามารถต่อชีวิตให้เพื่อนมนุษย์ได้

“ตั้งแต่ที่ผมมีโอกาสขับเครื่องบินส่งหัวใจ ปอด และอวัยวะให้แก่ผู้ที่กำลังรอปลูกถ่าย รู้สึกแฮปปี้ ซึ่งที่ผ่านมา 5 ปี ได้ขับเครื่องบินส่งอวัยวะทั่วประเทศแล้วกว่า 26 เคส โดยทุกคนได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะได้อย่างทันท่วงที และมีชีวิตรอดทั้งหมด นอกจากนี้ อยากให้องค์กรช่วยให้ความรู้ ลบความความเชื่อโบราณที่เชื่อว่าเมื่อบริจาคอวัยวะแล้ว ชาติหน้าจะเกิดมามีอวัยวะไม่สมบูรณ์ เพราะเชื่อว่าการบริจาคเป็นการให้ ซึ่งไม่มีทางที่จะเกิดมาไม่สมบูรณ์ในชาติหน้าแน่นอน และเชื่อว่าเกิดมาชาติหน้าต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้” นายอนุทินกล่าว และว่า ยอมรับว่ามีป่วยรอปลูกถ่ายอวัยวะทุกวัน แต่ก็ไม่อยากให้เกิดกรณีแบบนี้ทุกวัน อย่างไรก็ตาม สธ. หรือสภากาชาดไทย ไม่จำเป็นจัดซื้อเครื่องบินเพื่อบินส่งอวัยวะ เพราะไม่คุ้ม อีกทั้งมีภาระต้องจัดหานักบิน และค่าบำรุงต่างๆ แต่เชื่อว่าปัจจุบันมีหลายหน่วยงานพร้อมช่วยเหลือในการส่งอวัยวะต่อชีวิตให้ผู้ป่วย

ทั้งนี้ หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายอนุทินได้โชว์บัตรประจำตัวผู้มีความจำนงบริจาคอวัยวะ ที่ระบุชื่อ และเลขบัตรอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคอวัยวะด้วย

บทความก่อนหน้านี้ส่องชนวนปัญหาชายแดนใต้ ? สู่เหตุบึ้มกลางกรุง
บทความถัดไปอนค.จัดหนัก ถามกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ จ้อการเมือง ผิดหรือไม่ ยกปท.เจริญแล้ว ไม่ทำกัน