“บิ๊กตู่”สั่งรับมือน้ำฝน ลุ้น18มิย.ครม.เคาะแผนทรัพยากรแห่งชาติ20ปี

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน สร้างรู้ สื่อสาร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูฝน ปี 2562 เตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นเอกภาพโดยให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นแกนหลักในการผนึกกำลังหน่วยงานด้านน้ำกว่า 40 หน่วยงาน หวังลดผลกระทบให้ประชาชน โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 800 คน ที่สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด และจัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาด้านน้ำทั้งระบบ โดยเฉพาะการดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งจากการบูรณาการ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ โดยมี สทนช.เป็นหน่วยงานกลางในการอำนวยการกำกับดูแล และติดตาม อย่างใกล้ชิด

“ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด โดยได้จัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม ผลการดำเนินงานชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การจัดการเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งได้ดำเนินการไปกว่า70,000 หมู่บ้าน และคาดว่าจะสามารถจัดสรรได้ครบทุกหมู่บ้านในปี 2563 เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐต้องวางรากฐานด้านน้ำ กระจายเข้าชุมชนเศรษฐกิจ ต่างๆให้มากขึ้น กรณีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และเขตเศรษฐกิจ 4 จังหวัดชายแดนใต้ต้องดูแลเป็นพิเศษ เตรียมการไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทันต่อการแก้ไขปัญา โดยมุ่งหวังว่าทั้งชุมชนเมือง และชนบทจะได้รับประโยชน์ทางด้านน้ำอย่างเท่าเทียมกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ได้ดำเนินการปรับปรุงทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมชุมชน/เมือง ผลลัพธ์ที่ได้ ป้องกันพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย 7.85 ล้านไร่ ชุมชนเมือง 69 แห่ง การบริหารจัดการน้ำ ได้ดำเนินการจัดตั้ง 3 เสาหลัก ในการบริหารทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ อย่างมั่นคง ยั่งยืน ได้แก่ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี และการจัดตั้งสทนช. เป็นหน่วยงานหลักด้านนโยบาย

“เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลได้ ปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ 20 ปี รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะรุนแรงมากขึ้น ดูแลแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในสภาวะปกติและสภาวะวิกฤติ เช่น วางแผนการเพาะปลูกให้ชัดเจน ทั้งในเขต/นอกเขตชลประทาน การปรับปรุง (Rule Curve) และการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะ เป็นต้น ”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศในอนาคตนั้น ต้องจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน ต้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ให้กับประชาชนได้รับทราบถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ผ่านมา และสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนนี้

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า วันที่ 18 มิถุนายนนี้ คาดว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรแห่งชาติ 20 ปี หากได้รับความเห็นชอบ หลังจากนั้น สทนช. จะเริ่มงานตามแผนปฏิบัติการตามเขตลุ่มน้ำและชุมชนต่าง ๆ กว่า 400 โครงการ โดยไล่เรียงตามลำดับความสำคัญ

ในส่วนของพื้นที่อีอีซี นั้น ปัจจุบันได้ศึกษาและพร้อมทำประชาพิจารณ์ให้เป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่แล้ว แต่มีความกังวลในเรื่องของการแก้ไขปัญหามลพิษของแหล่งน้ำตามเกาะต่างๆ ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากคนในพื้นที่ร่วมกันว่าแผนแก้ไข เบื้องต้นได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เกาะช้างและเกาะพะงัน โดยหลังจากนี้จะมีการทำแผนแก้ไขในพื้นที่อื่นๆต่อไป

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้41 ส.ส.ระทึก ‘ชวน’ ส่งศาล รธน.สอบถือหุ้นสื่อ ตามที่อนาคตใหม่ยื่นร้อง
บทความถัดไปก.แรงงาน กำชับแรงงานไทยในอิสราเอลเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ ห่วงความปลอดภัยเขตฉนวนกาซ่า