้้ยากแต่มีโอกาส แพทย์ชี้เด็กต่ำกว่า 10 ปี โอกาสฆ่าตัวตายน้อยมาก เตือนความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกวัย

วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กล่าวถึงการฆ่าตัวตายในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ ว่า ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย มีการฆ่าตัวตายในคนที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบอยู่ ซึ่งมีการระบุสาเหตุการตายไว้ในใบมรณบัตร แต่ข้อเท็จจริงมาจากการฆ่าตัวตายหรือไม่ไม่แน่ใจ

แต่ตามหลักวิชาการแล้ว คนที่อายุน้อยกว่าเช่นนี้จะฆ่าตัวตายมีน้อยมาก หลาย 10 ปีเรียกว่าแทบจะนับคนได้ ส่วนกรณีข่าวเด็กหญิงอายุ 8 ขวบฆ่าตัวตาย แต่แม่และญาติไม่ปักใจเชื่อนั้น ก็ต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน แต่ตามทฤษฎีมีโอกาสน้อยมาก

เมื่อถามว่า เป็นเพราะเด็กอายุน้อยกว่า 10 ขวบยังไม่เข้าใจเรื่องความตายหรือไม่ นพ.ณัฐกร กล่าวว่า จริงๆ แล้วเด็กวัยเรียนอายุ 7 ขวบ 8 ขวบ หรือ 9 ขวบ ก็เริ่มเข้าใจความหมายของการตายแล้ว แต่อาจไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งเหมือนในผู้ใหญ่

แต่ตามธรรมชาติของการทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตาย เป็นพฤติกรรมที่ผลมาจากปัจจัยต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมาก ทั้งเป็นปัญหาส่วนตัว ปัจจัยพื้นฐาน ปัญหาทางสังคม ทำให้โดยมากมักเกิดในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ วัยทำงานตอนต้น ส่วนวัยรุ่นก็เจอได้ แต่ไม่มาก เพราะวัยผู้ใหญ่มีโอกาสเจอปัจจัยที่เป็นปัญหาสลับซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงเรื่องของโรคประจำตัว โรคทางจิตเวช การใช้สุราสารเสพติด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลียนแบบฆ่าตัวตายเป็นความเสี่ยงในกลุ่มวัยเด็กด้วยหรือไม่ นพ.ณัฐกร กล่าวว่า การเลียนแบบฆ่าตัวตายหรือ Copy Cat เป็นความเสี่ยงสำหรับทุกวัย และเป็นเรื่องอิทธิพลของสื่อด้วย ซึ่งช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่สื่อให้สนใจพฤติกรรมการฆ่าตัวตายของคนวัยใดวัยหนึ่ง ก็อาจมีผลกะทบคนวัยนั้น

เช่น ช่วงหนึ่งสื่อให้ความสนใจวัยรุ่น และนำเสนอวิธีการที่อาจจะมีความเสี่ยง พาดหัวที่กระตุ้นให้คนสนใจมากเกินไป เน้นย้ำมากเกินไป ละเอียดเกินไป ก็มีผลต่อวัยที่เป็นข่าว

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ /Captain Marvel Prelude
บทความถัดไปสามารถ ชี้ กระบวนการเพี้ยนไปหมด ผลจากกติกาเลือกตั้งที่ผิดพลาด อนาคตวุ่นวายกว่านี้