“หมวดเจี๊ยบ” ซัด “ประยุทธ์” อย่าอ้างลงพื้นที่ตลาดจตุจักร ไม่เกี่ยวหาเสียง

การที่กรุงเทพมหานคร นัดพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัดจตุจักรมาทำสัญญาเช่าแผงในราคาถูกลงเดือนละหนึ่งพันกว่าบาท โดยให้เซ็นต์สัญญาต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เท่ากับจะยกเครดิตให้ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ แบบนี้ ก็คือการ(โกงเลือกตั้งอย่างหนึ่ง รัฐบาลควรเลิกสอนเด็กว่าโตไปไม่โกง เพราะอาจโดนเด็กย้อนว่า นี่แก่จนจะเข้าโลงก็ยังไม่เลิกโกงอีกเหรอ หากคนไทยปล่อยให้คนมีอำนาจฮั้วกันได้ ระวังจะเกิดการกินรวบประเทศไทย ระหว่าง ผู้มีอำนาจ นายทุน และคนมีปืน แล้วอนาคตของลูกหลานไทยในอนาคตจะอยู่ตรงไหน

เมื่อวานนี้ 16 กุมภาพันธ์ 2562 ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่ามาอ้างเลยว่าที่ไปลงพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรวันนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะดูยังไงมันก็คือการไปเดินหาเสียงชัด ๆ การที่กรุงเทพมหานคร นัดพ่อค้าแม่ค้ามาทำสัญญาเช่าแผงขายของ ในราคาต่ำกว่าเดิมเดือนละ 1,000 กว่าบาท โดยให้พ่อค้าแม่ค้าเซ็นต์สัญญาเช่าต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ทำแบบนี้เหมือนจะยกเครดิตให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐหรือเปล่า เพราะผู้บริหารระดับสูงของกรุงเทพมหานครก็เป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเต็มไปหมด นี่พวกท่านกำลังจะบอกพ่อค้าแม่ค้าเป็นนัย ๆ ว่า เหตุที่แผงขายของในตลาดจตุจักรราคาถูกลงเป็นเพราะฝีมือแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐอย่างนั้นหรือ ทั้งยังน่าสงสัยว่านี่เป็นทฤษฎีการสมคบคิดวางแผนหาเสียงล่วงหน้าโดยการใช้นโยบายประชานิยมเพื่อซื้อเสียงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ รัฐบาลอยู่เฉย ๆ มาเกือบ 5 ปี ก็ไม่เคยคิดจะลงมือทำอะไร แต่พอรู้ตัวว่าอีก 2-3 เดือนจะมีการเลือกตั้ง ก็รีบเร่งรัดออก มติ ค.ร.ม. สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรีบโอนความรับผิดชอบในการบริหารตลาดนัดจตุจักรไปให้กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั่งเป็นใหญ่ในฐานะผู้บริหารอยู่เต็มไปหมด จากนั้น ก็รีบลดราคาค่าเช่าแผงในตลาดก่อนจะเลือกตั้งไม่กี่วัน และเมื่อถึงวันเซ็นต์สัญญา ก็เชิญแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ มานั่งชูคอรับความดีความชอบเหมือนเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ซึ่งเป็นการรับลูกกันเป็นทอด ๆ แบบนี้เท่ากับใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ในการหาเสียง ซึ่งถือเป็นการโกงเลือกตั้งอย่างหนึ่ง

“ดังนั้น ก็เลิกทำเป็นสั่งสอนเด็กได้แล้วว่าโตไปไม่โกง เพราะอาจโดนเด็กย้อนว่า “นี่ก็แก่จนจะเข้าโลงแล้วยังไม่เลิกโกงอีกเหรอ” ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พูดออกไมโครโฟนอย่างชัดเจนทำนองว่าพ่อค้าแม่ค้าคงจะดีใจที่ค่าใช้จ่ายถูกลง แถมยังสัญญากับพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดนัดจตุจักรว่า จะทำให้มีลูกค้ามาเดินที่ตลาดวันละ 3 แสนคน ทั้ง ๆ ที่การพูดหาเสียงแบบนี้เข้าข่ายการสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ ซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้ง และในอดีตเคยมีผู้สมัคร ส.ส. ถูกจับแพ้ฟาล์วเพราะพูดสัญญาว่าจะให้ในลักษณะนี้มาแล้ว แต่พอเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกำลังใหญ่โตคับบ้านคับเมือง ก็ไม่ทราบว่าจะมีใครกล้าตรวจสอบไหม เพราะหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบก็ล้วนแต่เป็นลูกน้อง พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนั้น เนื่องจาก ได้รับการแต่งตั้งโดย คสช. กันทุกคนตั้งแต่หัวขบวนยันท้ายขบวน” รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

ทั้งนี้ ร.ท.สุณิสากล่าวว่า หากคนไทยปล่อยให้ผู้มีอำนาจฮั้วกันได้ นาน ๆ ไป ก็ระหวังจะเกิดการกินรวบประเทศไทย หรือการฮั้วอำนาจกันระหว่างผู้มีอำนาจ นายทุน และคนมีปืน เมื่อสบโอกาสคนเหล่านี้ก็จะยึดกุมอำนาจของประเทศในทุกเสาหลักแบบเบ็ดเสร็จโดยไม่จำเป็นต้องฟังเสียงใครเพราะมีอำนาจล้นฟ้า กลายเป็นวงจรอุบาทว์ทำให้บ้านเมืองตกต่ำและจะเกิดหายนะทางเศรษฐกิจจนประเทศหมดสิ้นอนาคต แล้วลูกหลานคนไทยในวันข้างหน้าจะมีชีวิตอยู่ในสภาพไหนก็ลองนึกภาพดู.

บทความก่อนหน้านี้อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : น้ำพริกอ่องเอาใจเพื่อน
บทความถัดไปส.ส.กทม.เพื่อชาติ หวังเห็นภาพความปรองดอง แม้พบปลุกวาทกรรมเผาบ้านเผาเมือง