‘สุรพล นาควานิช’ แจงยิบ ‘ไม่ใช่ญาติ มทภ.4-เป็นนามสกุลพ่อ’ ชี้ผู้แอบอ้างหวังทำลายความนิยมพรรค

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายสุรพล นาควานิช ผู้ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นายทะเบียนสมาชิก “พรรคประชาชาติ” (ปช.) มีคำแถลงในที่ประชุมวันที่ 1 กันยายน 2561 ต่อข้อแถลงของโฆษก กอ.รมน.ส่วนหน้า โดยสรุปคือ บรรพบุรุษฝ่ายพ่อ ใช้สกุล นาควานิช มาหลายช่วงอายุคนแล้ว อีกทั้งตนไม่เคยพบหน้า ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยติดต่อสัมพันธ์ หรือเป็นญาติกับพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 แต่อย่างใด การที่มีผู้กังวลว่าตนหรือพรรคประชาชาติแอบอ้างชื่อแม่ทัพภาค 4 เพื่อหาคะแนนนิยมในพื้นที่นั้นไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอุดมการณ์พรรคมิได้เอื้อที่จะกระทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม การแอบอ้างชื่อ พล.ท.ปิยวัฒน์ของผู้ไม่หวังดีมีความเป็นไปได้ 2 ทางคือ หวังทำลายความนิยมของประชาชนต่อพรรคประชาชาติ และตั้งใจทำลายชื่อเสียง เกียรติยศของแม่ทัพภาค 4

นายสุรพลกล่าวว่า ต้องขออภัยต่อพี่น้องประชาชนที่คำแถลงครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัวแท้ๆ มิได้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนแม้แต่น้อย อันเนื่องจากนามสกุลของผมและสายบรรพบุรุษของผมหลายช่วงคนเกิดพ้องหรือคล้ายคลึงกับ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 และ ผอ.รมน. เหตุถึงขั้นทำให้ พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก ได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 เพื่อความเข้าใจในเรื่องราวอันสืบเนื่องมาจากการประชุมจัดตั้งพรรคประชาชาติ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจและสนับสนุนอย่างล้นหลาม มีรอยยิ้มแก่กัน ไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ได้รับการชื่นชมต่อความสำเร็จจากประชาชนทั่วประเทศ โดยที่ประชุมได้เลือกนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นหัวหน้าพรรค และเลือกผม นายสุรพล นาควานิช เป็นนายทะเบียนสมาชิก ทำให้เป็นที่สงสัยว่าผมเป็นใคร เป็นญาติกับพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 หรือไม่อย่างไร อันเป็นที่มาของการออกมาแถลงข่าวข้อเท็จจริงของโฆษก ภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอโอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จเพื่อยืนยันด้วยดังนี้

“1.ณ วันนี้ ผมอายุย่างเข้าปีที่ 74 บรรพบุรุษฝ่ายพ่อผมใช้สกุล นาควานิช มาหลายช่วงอายุคน ฝ่ายแม่ผม นามสกุล ณ นคร เป็นคนปักษ์ใต้ ชาวนครศรีธรรมราชโดยกำเนิด มีอาชีพมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ฐานะพออันจะกิน ไม่จนไม่รวย รักเกียรติ รักศักดิ์ศรีเหมือนคนทั่วไป

2.ไม่เคยพบหน้า ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยติดต่อสัมพันธ์ธุระอันใด และมิได้เป็นญาติ กับ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 แต่ประการใดทั้งสิ้น และขอยืนยันว่า การที่ผมเป็นผู้ริเริ่มการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคประชาชาติก็ดี หรือรับผิดชอบในการประชุมจัดตั้งพรรคประชาชาติ ณ จังหวัดปัตตานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ดี ไม่มี พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช หรือบุคคลตระกูลนาควานิช สายเดียวกับพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช เข้ามาเกี่ยวข้อง รู้เห็น สัมพันธ์ สนับสนุน หรือขัดขวางในฐานะส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น

3.สำหรับข้อห่วงใยในการที่ผมหรือ หรือบุคคลในพรรคประชาชาติจะไปแอบอ้างชื่อแม่ทัพภาค 4 ผู้นำฝ่ายทหาร เพื่อหาคะแนนนิยมในพื้นที่นั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะบุคลิกส่วนตัวของผม และอุดมการณ์ของพรรคประชาชาติไม่เอื้อที่จะกระทำเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งทางโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงด้วยนั้น ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 คะแนนเป็นที่ 1 มาตลอด ไม่เคยสอบตก เป็นรัฐมนตรีว่าการมาหลายกระทรวง มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โปร่งใส ไม่เคยถูกกล่าวหาว่าทุจริต เป็นนักการเมืองที่ประชาชนรักเคารพอยู่แล้ว คงไม่จำเป็นต้องนำชื่อบุคคลใด หรือนามสกุลขอผู้ใดไปแอบอ้างเพื่อสร้างกระแสความนิยมอย่างแน่นอน

4.ผมเห็นว่า การแอบอ้างชื่อของ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช ของผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างข่าวดึงแม่ทัพภาค 4 มาเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองในพื้นที่นั้น มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ พวกไม่หวังดีต่อพรรคประชาชาติ หวังทำลายความนิยมของประชาชนต่อพรรประชาชาติที่มีอยู่สูงมากในขณะนี้ เช่น ให้ข่าวว่า พรรคประชาชาติ เป็นพรรคสายทหาร เป็นต้น อีกทางหนึ่งคือ ตั้งใจทำลายชื่อเสียง เกียรติยศของพลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช โดยตรง ซึ่งผมไม่สามารถรับรู้หรือล่วงเกินได้”

นายสุรพลกล่าวต่อว่า การที่ทางโฆษกภาค 4 ส่วนหน้าจะดำเนินคดีกับผู้ไม่หวังดีที่แอบอ้าง บิดเบือน ทำให้เกิดความเสียหายแก่ พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช หรือกองทัพภาค 4 รวมทั้งทำให้ผมและนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรือพรรคประชาชาติ ไม่สบายใจด้วยนั้น ชอบแล้ว ทั้งนี้ หวังว่าคำชี้แจงของผม อันเป็นเรื่องส่วนตัวแท้และชี้แจงทันทีโดยไม่ต้องปรึกษาใครจะทำให้ประชาชนได้เข้าใจและเกิดความเข้าใจกันทุกฝ่าย รวมทั้งคนที่มีชื่อสกุลตรงกันแต่คนละดีเอ็นเอครับ

บทความก่อนหน้านี้‘ดีแทค’ ฟ้องศาลปกครอง ขอเพิกถอน มติกสทช. หวั่นลูกค้าได้รับผลกระทบ
บทความถัดไปทีมหมูป่ามาแล้ว! บินลงดอนเมืองเช้านี้ รอร่วมงานเลี้ยง ‘รวมใจเป็นหนึ่งเดียว’